อึ้งกี่ตลบ! ผับจับได้ เมียแอบแซ่บพระในโบสถ์ หลักฐานเต็มแชท ด้านอดีตหลวงพี่โต้
May 31, 2026 08:03 AM
รักแท้แพ้ผ้าเหลือง! ผัวจุกในหัวอก จับได้เมียรัก แอบแซ่บกันพระในโบสถ์ เปิดแชทดูใจสลาย หลักฐานมัดแน่น อดีตหลวงพี่โต้ เหตุยอมจ่ายสามีฝ่ายหญิง 5 หมื่น ต้องสึกไม่อยากให้วัดเสื่อมเสีย

วันที่ 30 พ.ค.69 กลายเป็นเรื่องราวสะเทือนวงการสงฆ์อีกครั้ง เมื่อ นายพน (นามสมมติ) อายุ 30 ปี อาชีพขับรถรับส่งนักเรียนในอำเภอเมืองอุบลราชธานี ได้ออกมาเปิดโปงความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างอดีตภรรยาวัย 31 ปี ที่ช่วยงานขายของอยู่ในวัดเดียวกันกับ พระมหาเอ (นามสมมติ) พระลูกวัดที่จำพรรษาอยู่ที่นั่น

นายพน เริ่มสังเกตเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของภรรยาตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย.68 ซึ่งมีอาการหงุดหงิดและใช้น้ำเสียงเย็นชา กระทั่งเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ความจริงก็ถูกเปิดเผย เมื่อนายพน แอบเช็คมือถือแล้วพบข้อความแชท ซึ่งมีเนื้อหานัดแนะกันไปมีเพศสัมพันธ์ภายในโบสถ์และห้องน้ำข้างโบสถ์ในช่วงเวลาที่นักเรียนเข้าเรียน

หนำซ้ำยังมีภาพถ่ายอนาจาร หลักฐานสลิปการโอนเงินไปมา และพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงเกี่ยวกับการเล่นพนันออนไลน์ร่วมกัน เมื่อ นายพน นำหลักฐานไปคาดคั้น ภรรยากลับเงียบใส่และเก็บข้าวของหนีออกจากบ้านไปทันที ด้วยความโกรธ นายพน พร้อมด้วยพ่อและแม่ จึงได้บุกไปเคลียร์ใจถึงกุฏิพระรูปดังกล่าว ในตอนแรกพระมหาเอ พยายามบ่ายเบี่ยงอ้างว่าแชททั้งหมดเป็นเพียงเรื่องของการขอยืมเงิน

แต่เมื่อถูกกางหลักฐานแชตและภาพถ่ายทั้งหมดออกมายืนยัน พระเอจึงยอมจำนน โดยมีพ่อ แม่ ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าอาวาส ร่วมเป็นพยานในการเจรจา ซึ่งพระเอได้เสนอเงิน 50,000 บาท เพื่อเป็นค่าปิดปากแลกกับการไม่ให้เรื่องราวถูกนำไปเผยแพร่หรือแฉต่อสาธารณะ ซึ่ง นายพน ยอมรับเงินก้อนนี้ไว้ โดยจะใช้เป็นทุนการศึกษาให้กับลูกทั้ง 2 คน แต่อย่างไรก็ตาม ในทางเอกสารกลับมีการหลีกเลี่ยงด้วยการทำเป็น “สัญญากู้ยืมเงิน” บังหน้า โดยระบุว่าฝั่งสามีเป็นคนให้พระกู้ยืมเงิน พร้อมได้ชดใช้เงินให้ผู้ให้กู้

ซึ่ง นายพน อยากบอกสังคมให้เข้าใจว่า ในวันที่รู้เรื่องนี้ ตนไม่ได้คิดเรื่องเงินเป็นอันดับแรก ตนคิดแค่ว่าครอบครัวพัง ความเชื่อใจพัง โดยตนไม่รู้จะเดินต่ออย่างไร เงิน 50,000 บาทที่รับมา ไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดหายไป และไม่ได้คุ้มกับสิ่งที่ครอบครัวเสียไป แต่ในตอนนั้นตนมองว่า อย่างน้อยอีกฝ่ายควรแสดงความรับผิดชอบบางอย่าง ไม่ใช่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่ได้รีดไถ ไม่ได้ข่มขู่ และไม่ได้เอาศาสนาหรือสถานะของใครมาเป็นเครื่องต่อรอง ตนแค่เป็นสามีคนหนึ่งที่ถูกกระทำ และต้องการความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของตน

แต่แม้จะมีการรับเงินและตกลงให้เรื่องเงียบแล้ว แต่ชนวนเหตุที่ทำให้เรื่องราวต้องถูกนำมาแฉในภายหลัง เพราะอดีตภรรยาได้โทรศัพท์มาต่อว่า นายพน อย่างรุนแรง หาว่าไปแบล็กเมลและรีดไถเงินจากพระ และต้องการให้พระรูปดังกล่าวหยุดพฤติกรรมตามที่สัญญา จึงตัดสินใจนำเรื่องราวทั้งหมดพร้อมหลักฐานแชทออกมาแฉ เพราะต้องการให้พระรูปนี้สึกจากการเป็นพระ เพื่อไม่ให้ไปทำลายครอบครัวของใครอีก

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปพบกับพระมหาสมพล สมาจาโร รักษาการเจ้าคณะตำบลแจระแม อ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น โดย พระมหาสมพล อธิบายว่า เพิ่งทราบจากฝ่ายสามี จึงเรียกพระมหาเอ มาสอบถามข้อเท็จจริง ก็ทราบว่าไม่เหมาะสม จึงพิจารณาตัวเองออกจากวัดไปลาสิขา เพื่อไม่ให้เสื่อมเสียทางพระพุทธศาสนา ทั้งหมดเป็นเรื่องส่วนบุคคล ก็อยากขอความเป็นธรรมให้กับทางวัดด้วย

เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามกับอดีตพระมหาเอทางโทรศัพท์ก็ได้ชี้แจงว่า ภาพที่ปรากฏออกมานั้นเป็นภาพที่คนในวัดถ่ายไว้ ส่วนเรื่องแชทหลุดที่เป็นประเด็นอยู่ จริงๆ เป็นสิ่งที่ฝ่ายหญิงทำขึ้นมาเองทั้งหมด เพราะตอนแรกเขาคิดไม่ดีกับตน หวังจะใช้แบล็กเมล แต่ต่อมาเกิดกลัวบาปขึ้นมา จึงไม่ได้ทำต่อ แต่เขาก็ไม่ได้ลบแชทนั้นทิ้ง จนกระทั่งสามีของเขามาเจอเข้า

จึงทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงและฝ่ายหญิงถูกทำร้ายร่างกาย โดยที่ตัวสามีไม่ได้เข้ามาสอบถามหรือฟังคำอธิบายใดๆ เลย แต่กลับมาโวยวาย เพื่อจะเรียกร้องเงินอย่างเดียว ตอนแรกเรียกเงินสูงถึง 200,000 บาท ซึ่งตนก็ยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แม้แต่เนื้อต้องตัวฝ่ายหญิงก็ไม่เคยทำ จนกระทั่งต่อรองลงมาเหลือ 50,000 บาท การที่ตนยอมจ่ายไม่ได้หมายความว่ายอมรับผิด แต่เป็นเพราะตนสงสารวัด และเขาขู่ว่าจะเอานักข่าวมา ตนกลัวว่าวัดจะเสียชื่อเสียงจึงยอมเซ็นสัญญาและจ่ายเงินให้เรื่องจบไป แต่สุดท้ายเขาก็ยังเอาข้อมูลดังกล่าวมาเปิดเผยอยู่ดี

ตนขอยืนยันว่า เรื่องความสัมพันธ์ชู้สาวกับฝ่ายหญิงนั้นไม่มี แม้แต่แตะเนื้อต้องตัวก็ไม่เคยมี ส่วนเรื่องสลิปการโอนเงินที่มีการพูดถึงกัน ยอมรับว่าเป็นเงินค่าช่วยงานวัด เงินที่ตนช่วยอุดหนุนซื้อลอตเตอรี่จากเขา และมีบางครั้งฝ่ายหญิงก็มาขอยืมเงินไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟไม่ใช่เงินเชิงชู้สาวอย่างที่ทุกคนเข้าใจ

ตอนนี้ตนได้เดินทางออกมาจากวัดและสึกเรียบร้อยแล้ว อยากจะฝากถึงคู่กรณีว่า จะทำอะไรก็ขอให้คิดให้ดี เพราะมันส่งผลกระทบในหลายๆ ด้าน ส่วนคนที่ติดตามข่าวสารก็อยากให้เสพข่าวอย่างมีสติ การนำภาพต่างๆ มาปะติดปะต่อกันแบบนี้ มันทำให้ตนได้รับความเสื่อมเสียด้วย
© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.