หม่ำ จ๊กมก เปิดใจไม่ต่อสัญญาเวิร์คพอยท์ ผันตัวเป็นฟรีแลนซ์ ยืนยันจบสวยไร้ปัญหาขัดแย้ง เผยสาเหตุหลักมาจากความอิ่มตัว เตรียมลุยรายการกับช่องใหม่
ทำเอาแฟนรายการโทรทัศน์ตกใจไม่น้อย ตลกชื่อดังระดับตำนาน หม่ำ จ๊กมก ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์แบบหมดเปลือกถึงสถานะการทำงานในปัจจุบัน ประกาศชัดเจนว่าตอนนี้ผันตัวมาเป็นนักแสดงอิสระ (ฟรีแลนซ์) และได้หมดสัญญากับค่ายเดิมอย่าง “เวิร์คพอยท์” มาเกือบจะครบ 1 ปีแล้ว
หม่ำ จ๊กมก เผยว่า ตนได้แยกตัวออกมาตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมปีที่แล้ว นับถึงตอนนี้ก็เข้าสู่เดือนที่ 9 แล้ว เพียงแต่ไม่ได้บอกใครให้ทราบ ซึ่งรายการต่าง ๆ ที่ผู้ชมเห็นออกอากาศทางหน้าจอโทรทัศน์ตอนนี้เป็นเทปเก่าที่ถ่ายทำสต็อกเอาไว้
สาเหตุของการตัดสินใจหยุดพักในครั้งนี้ เจ้าตัวยอมรับว่ามาจากความรู้สึก “อิ่มตัว” เพราะทำงานพูดและการแสดงมาทั้งชีวิต ตนเริ่มถอยออกมารายการแรกคือ ชิงร้อยชิงล้าน เมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว ตามมาด้วยการปรับเปลี่ยนรายการเป็น หม่ำโต๊ะเดียว สุดท้ายก็รู้สึกว่ายังเป็นรูปแบบเดิม ๆ ไม่ได้ไปไหน ตนอยากลองทำอะไรใหม่ ๆ ดูบ้าง เนื่องจากที่ผ่านมาผ่านการทำรายการมาแล้วทุกรูปแบบทั้งรายการเพลงและทอล์กโชว์
แม้จะไม่ได้เข้าเวิร์คพอยท์มาเกือบปีและเพิ่งกลับไปอัดรายการเพียงครั้งเดียวเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่ หม่ำ จ๊กมก ยืนยันว่า การออกมาครั้งนี้ไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น ทุกคนยังคงรักกันดีมากเหมือนเดิม หากทางบริษัทเรียกไปช่วยงานตนก็ยินดีไป
นอกจากนี้ทีมงานของเวิร์คพอยท์ก็ยังคงตามมาสัมภาษณ์และถ่ายทำตนตามปกติด้วยความสนุกสนานเหมือนเดิมทุกประการ ปัจจัยหลักที่มีส่วนในการไม่ต่อสัญญาเป็นเรื่องของอายุที่มากขึ้น ประกอบกับเพื่อนร่วมรุ่นที่ทำงานมาด้วยกันก็เริ่มทยอยเกษียณตัวเองออกไป
อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไม่ได้จะอำลาวงการยาว เพราะรักในอาชีพนี้มันฝังอยู่ในสายเลือดเหมือนผีสิงไปแล้ว ยังไงก็เลิกทำไม่ได้
สำหรับก้าวต่อไปในวงการบันเทิง ตลกคนดังเผยว่าเร็ว ๆ นี้อาจจะกลับมาทำรายการทีวีอีกครั้งกับช่องใหม่ เจ้าตัวยอมรับว่ามีคนเข้ามาทาบทามจีบเยอะมาก แต่มีข้อแม้ว่ารูปแบบรายการจะต้องไม่ซ้ำเดิม หากเป็นเกมโชว์ ทอล์กโชว์ หรือการแสดง ก็ต้องเป็นรูปแบบใหม่ทั้งหมด เพื่แก้าวทันผู้ชมที่ปัจจุบันเสพคอนเทนต์ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
หม่ำเผยว่าเมื่อช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา มีกลุ่มทุนจากประเทศจีนมาทาบทามให้ไปทำภาพยนตร์หรือละครสั้นแบบแนวตั้ง ตนเคยมองว่าละครสั้นความยาว 3 นาทีนั้นทำง่ายเกินไปจนเหมือนเป็นของหมู ๆ สุดท้ายก็ปฏิเสธไป เพราะตนถนัดทำภาพยนตร์มากกว่า
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเสียดายเม็ดเงินมหาศาลที่ทุนจีนเสนอมาหรือไม่ ตลกคนดังตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “มันไม่ใช่เรื่องเงิน แต่มันเป็นเรื่องของความรู้สึกของคนทำหนัง” อีกทั้งยังวิเคราะห์ว่าคอนเทนต์แนวตั้งนั้นเป็นสิ่งที่วัยรุ่นนิยมดูกัน หากเป็นกลุ่มคนดูอายุ 40-50 ปีขึ้นไป อาจจะไม่ดูเพราะภาพมันแคบสายตาเกินไป
ข่าวล่าสุด