โรแบร์โต มาร์ติเนซ กล่าวถึงแรงบันดาลใจจาก ดิโอโก โชตา: ‘เขาคือแสงที่เตือนให้เรามีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน เพราะวันพรุ่งนี้ไม่อาจรับประกันได้’
ชาญชัย รัตนพงษ์ June 01, 2026 07:00 AM

ตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ทีมชาติโปรตุเกสรวมตัวกัน ย่อมเต็มไปด้วยความรู้สึกทางอารมณ์อันหนักหน่วงจากการสูญเสีย ดิโอโก โชตา อดีตกองหน้าของลิเวอร์พูลที่เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าเมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว


ขณะที่ โรแบร์โต มาร์ติเนซ กำลังวางแผนขั้นสุดท้ายเพื่อเตรียมทีมลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่การจากไปของโชตา การเตรียมทีมของโปรตุเกสในครั้งนี้จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงความโศกเศร้าและการระลึกถึงได้


โชตาไม่เพียงเป็นผู้เล่นเกมรุกที่สำคัญของทีมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในสมาชิกที่ได้รับความเคารพอย่างสูงภายในห้องแต่งตัว และในขณะที่ทีมต้องเดินหน้าต่อในซัมเมอร์นี้ มาร์ติเนซยืนยันว่าพวกเขาจะพยายามนำพลังและอิทธิพลของโชตามาเป็นแรงผลักดัน


“มันเป็นโศกนาฏกรรมในระดับมนุษย์ที่ยากจะอธิบายเป็นคำพูดได้” มาร์ติเนซกล่าวกับนิตยสาร โฟร์โฟร์ทู พร้อมยอมรับว่านักเตะแต่ละคนต่างมีวิธีจัดการกับความสูญเสียที่แตกต่างกัน


เขาเสริมว่า ทีมงานของเขาได้ให้พื้นที่และเวลาแก่ผู้เล่นทุกคนในการทำใจยอมรับการจากไปของโชตา โดยไม่ได้กดดันให้ทุกคนต้องตอบสนองในลักษณะเดียวกัน


“ความเศร้าโศกเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งและส่วนตัวมาก ทุกคนในทีมต่างผ่านกระบวนการนี้ในแบบของตนเอง เราพยายามอย่างยิ่งที่จะให้ความเคารพและเวลาแก่กระบวนการนั้นอย่างเหมาะสม”


วันครบรอบการจากไปของโชตาจะตรงกับช่วงการแข่งขันรอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลกในซัมเมอร์นี้ และมาร์ติเนซยืนยันว่าอิทธิพลของอดีตดาวรุ่งจากปากอส เด แฟร์เรย์รา จะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของการเก็บตัวฝึกซ้อมของทีมอย่างต่อเนื่อง


“สิ่งที่ผมพูดได้ก็คือ ดิโอโกได้กลายเป็นแรงบันดาลใจที่แท้จริงภายในกลุ่มนักเตะ” มาร์ติเนซกล่าวเสริม


“เขาเป็นคนที่ทุ่มเทเต็มร้อยในทุกการฝึกซ้อมโดยไม่เคยละเว้น เป็นคนที่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในศักยภาพของทีมนี้ และต้องการคว้าแชมป์ให้กับโปรตุเกสมากกว่าใครที่ผมเคยร่วมงานด้วย”


“มาตรฐานของเขา พลังของเขา และความมุ่งมั่นของเขา คือคุณค่าที่นักเตะทุกคนต้องการสืบต่อ เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา”


มาร์ติเนซยังเชื่อว่ามรดกทางจิตใจที่โชตาทิ้งไว้กับทีมชาติโปรตุเกส คือการตอกย้ำถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตและทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ในทุกโอกาส


“ดิโอโกยังคงอยู่กับเราเสมอ เขาเป็นแสงที่คอยเตือนให้เรามีสติอยู่กับปัจจุบัน และทุ่มเททุกสิ่งที่เรามี เพราะวันพรุ่งนี้ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”


“สิ่งนี้ไม่ใช่คำพูดที่สวยหรู แต่มันเป็นสิ่งที่นักเตะรู้สึกจริงและลึกซึ้ง และความรู้สึกนี้เองที่มอบพลังให้กับเรามากเกินกว่ากลยุทธ์ในสนามใดๆ จะให้ได้”

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.