“อนุชา” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ควง “อภิสิทธิ์” ขนทีมหาเสียงตลาดสัมมากร ยกเป็นตลาดต้นแบบพัฒนาตลาดอื่นใน กทม. ชี้ สะดวก สะอาด ปลอดภัย ขณะบ่ายนี้เตรียมร่วมงาน Pride Month ที่สีลม
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี หรือ เจมส์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช, นายสกลธี ภัททิยกุล, ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคร่วมลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงช่วย นายอรรถวิทย์ เซะวิเศษ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตสะพานสูง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ตลาดสัมมากร รามคำแหง โดยมีประชาชนที่ออกมาจับจ่ายใช้สอย และบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ให้การต้อนรับทักทายและขอถ่ายรูปอย่างเป็นกันเองตลอดเส้นทาง
นายอนุชา ให้สัมภาษณ์ถึงศักยภาพของตลาดสัมมากร ซึ่งเป็นตลาดเอกชนที่สามารถนำไปเป็นต้นแบบในการพัฒนาตลาดอื่นๆ ของ กทม. โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ได้ ว่า แพลตฟอร์มที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ นอกจากการประมวลผลต่างๆ แล้ว จะเป็นสิ่งที่ทำให้คนเข้าถึงได้ง่าย ให้รู้ข้อมูลว่าตลาดสัมมากรมีจุดเด่นอะไร และ Top 10 ร้านที่คนซื้อมากที่สุดคืออะไร เพราะเราสามารถลิงก์ระบบเข้ากับการสแกนจ่ายเงินได้ ทำให้สามารถจัดอันดับแบบเรียลไทม์ได้ในแต่ละสัปดาห์ว่าใครมาซื้อของร้านอะไร และอะไรคือสิ่งที่คนมาจับจ่ายใช้สอยเยอะที่สุด จะทำให้เกิดการใช้ข้อมูลมาประมวลผลได้ในทุกๆ เรื่อง รวมไปถึงข้อมูลด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยในตลาด มีการดักเก็บไขมันอย่างถูกต้อง ไม่มีขยะตกค้าง
หากตนได้มีโอกาสเข้ามาบริหาร กทม. จะเข้าไปช่วยยกระดับตลาดอื่นๆ ให้ถูกสุขลักษณะมากขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมให้พ่อค้าแม่ค้ามีส่วนร่วมในการคัดแยกและลดขยะ พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่และกล้องวงจรปิดช่วยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย ป้องกันมิจฉาชีพ เพื่อให้ประชาชนเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสบายใจ


เตรียมร่วมงาน “Pride Month” บ่ายที่สีลม
ผู้สื่อข่าวถามถึงนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็น Pride Month นายอนุชา ระบุว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การสำรวจภายในองค์กรของ กทม. ก่อนว่าปัจจุบันมีการดำเนินการสนับสนุนเรื่องความหลากหลายทางเพศอย่างไร มีสัดส่วนอย่างไร เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการคิดนโยบายและกิจกรรมต่างๆ ต่อไป โดยในช่วงบ่ายวันนี้ตนจะไปร่วมกิจกรรม Pride Month ที่สีลมด้วยเช่นกัน
จากนั้น นายอนุชา และคณะผู้บริหารพรรค ร่วมเดินทางต่อไปยังศูนย์การเรียนรู้บ้านครูแดง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อร่วมกับ นายเชิดพันธุ์ เตียไพบูลย์ ผู้สมัคร สก.เขตหนองจอก ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหารือถึงการผลักดันนโยบายการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนและเกษตรกรรมในพื้นที่ชานเมือง

จ่อดัน กทม.โซนตะวันออกเป็นครัว กทม.
ต่อมาเวลา 09.00 น. คณะหาเสียงของนายอนุชา ได้เดินทางไปยังศูนย์การเรียนรู้บ้านครูแดง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อร่วมหารือร่วมกับ นายเชิดพันธุ์ ผู้สมัคร สก.เขตหนองจอก พรรคประชาธิปัตย์ ถึงการผลักดันนโยบายการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนและเกษตรกรรมในพื้นที่ชานเมือง โดยนายอนุชา กล่าวว่า กรุงเทพฯ ชั้นนอก โดยเฉพาะทางโซนตะวันออก ยังมีพี่น้องประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรมอยู่มาก เช่น ที่หนองจอก ในกรุงเทพฯ ยังมีการปลูกข้าวกันมาก รวมถึงสวนแปลงผัก ส่วนที่มีนบุรีมีการปลูกหญ้าขาย ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงทำสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น ทำให้ผลตอบแทนยังไม่สูงเท่าที่ควร
พรรคประชาธิปัตย์มีแนวคิดที่จะผลักดันพื้นที่กรุงเทพฯ โซนตะวันออก ให้เป็น “เกษตรเพื่อครัวของคนกรุงเทพฯ” โดยจะเข้าไปแนะนำและส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ที่ตลาดมีความต้องการสูง เช่น ไทม์ (Thyme), ทารากอน (Tarragon) และ ผักไฮโดรโปนิกส์ โดยปรับรูปแบบการเพาะปลูกไปสู่ระบบ “สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” (Smart Farming) ที่อาจมีการนำพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) มาใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลง


เพิ่มหลักสูตรฟาร์มพืชเศรษฐกิจ จับคู่ขายผลผลิตให้ร้านดังทั่วกรุง
นายอนุชา กล่าวต่อไปว่า การผลักดันนโยบายนี้ กทม. จะเป็นผู้ให้ความรู้และหาตลาดรองรับ ผ่านกลไกของ สำนักพัฒนาสังคม ซึ่งปัจจุบันดูแล โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร ทั้ง 10 แห่ง ที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ คือ โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (ดินแดง 1), โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (ดินแดง 2), โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (คลองเตย), โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (ประเวศ), โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (หนองจอก), โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (บางรัก), โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (หลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ), โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (กาญจนสิงห์หาสน์ฯ), โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (ม้วน บำรุงศิลป์) และโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (อาทร สังขะวัฒนะ)
ทั้งนี้ ปกติแล้วหลักสูตรของโรงเรียนฝึกอาชีพอาจจะยังไม่ค่อยเป็นไปตามกระแสโลกนัก (เช่น อาหารและเบเกอรี่, ช่างไฟฟ้า, ช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศ, เสริมสวย ฯลฯ) ดังนั้นนโยบายใหม่ของตนจึงเตรียมบรรจุหลักสูตรการทำฟาร์มพืชเศรษฐกิจ เพิ่มเติมเพื่อสร้างผู้ประกอบการเกษตรยุคใหม่ นอกจากนี้ จะให้สำนักพัฒนาสังคมหรือสำนักงานเขต ทำหน้าที่หาตลาดและจับคู่ (Match-making) ให้กับเกษตรกร โดยส่งตรงผลผลิตพรีเมียมเหล่านี้ไปยังร้านอาหารระดับยอดนิยม ร้านที่ได้รับดาวมิชลิน (Michelin Guide) และร้านระดับไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) ซึ่งมีอยู่มากมายในกรุงเทพฯ เพื่อสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นรูปธรรม
เกทับ ทีม ปชป. คนพร้อมทำงานทันที
“การลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้บ้านครูแดงในวันนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์มี สก. ที่คลุกคลีกับชุมชนมาหลายปี อย่าง นายเชิดพันธุ์ เตียไพบูลย์ หากได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ทันทีที่เปิดสภาก็สามารถหยิบยกปัญหาและผลักดันนโยบายเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติได้ทันที เพราะบางครั้งคนกรุงเทพฯ เอง อาจยังนึกภาพไม่ออกว่า ใน กทม. ยังมีพื้นที่ที่ปลูกข้าว หรือปลูกหญ้าเพื่อเป็นเศรษฐกิจหลักอยู่ เราเข้าไปเพื่อช่วยเขาในเรื่องของโอกาสและอนาคตว่ากรุงเทพฯ สามารถที่จะเป็นได้มากกว่าปัจจุบันที่เป็นอยู่”