กฎใหม่ฟุตบอลโลก 2026 อาจกลายเป็นดาบสองคม ไอซ์แลนด์เจอผลกระทบแรกหลังพ่ายญี่ปุ่น
Aurora Nightingale June 01, 2026 01:20 PM

สมาคมฟุตบอลนานาชาติ (IFAB) ได้ประกาศกฎใหม่หลายข้อที่จะถูกนำมาใช้ในทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติต่าง ๆ รวมถึงศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งทำให้ทุกทีมที่เข้าร่วมต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษต่อการบังคับใช้ที่เข้มงวดของกติกาเหล่านี้

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดคือการขยายอำนาจการแทรกแซงของผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ หรือ VAR ซึ่งในครั้งนี้จะสามารถเข้ามามีบทบาทในบางสถานการณ์ที่ก่อนหน้านี้ไม่อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบได้

ตามรายงานจากสื่อ Sportbible ระบุว่า VAR จะสามารถช่วยผู้ตัดสินในกรณีการให้ใบเหลืองที่สองโดยผิดพลาด การระบุตัวนักเตะผิดคน และแม้กระทั่งการตัดสินลูกเตะมุมที่ไม่ถูกต้อง แต่ IFAB ย้ำว่าการใช้ VAR เพื่อทบทวนจังหวะลูกเตะมุมจะทำได้เฉพาะในกรณีที่มีความผิดพลาดชัดเจนเท่านั้น เพื่อไม่ให้รบกวนจังหวะของเกม

สำหรับกรณีใบเหลืองที่สอง VAR จะสามารถใช้เพื่อลบการลงโทษที่ไม่ถูกต้องเท่านั้น ไม่สามารถเสนอให้มีการแจกใบเหลืองที่สองหากผู้ตัดสินไม่ได้ให้ไว้ตั้งแต่แรก

นอกจากนี้ IFAB ยังเพิ่มกฎที่เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันการถ่วงเวลา โดยระบุว่าทีมจะมีเวลาเพียง 5 วินาทีสำหรับการทุ่มบอล หากเกินเวลาที่กำหนด การครอบครองบอลจะถูกมอบให้กับฝ่ายตรงข้าม ส่วนการชะลอการเตะจากประตูจะถูกลงโทษด้วยการให้ลูกเตะมุมแก่คู่แข่งทันที

อีกหนึ่งกฎใหม่ที่น่าสนใจคือการห้ามนักเตะใช้มือปิดปากขณะโต้เถียงหรือมีปากเสียงในสนาม หากฝ่าฝืนอาจได้รับใบแดงทันที

แต่สิ่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือกฎใหม่เกี่ยวกับขั้นตอนการเปลี่ยนตัวผู้เล่น โดย IFAB กำหนดให้นักเตะที่ถูกเปลี่ยนออกต้องออกจากสนามภายในเวลา 10 วินาทีหลังจากป้ายเปลี่ยนตัวถูกชูขึ้น และจะต้องออกจากจุดที่ใกล้ที่สุดของเส้นขอบสนาม หากไม่ปฏิบัติตาม ผู้เล่นสำรองจะไม่สามารถลงสนามได้จนกว่าจะมีการหยุดเกมครั้งต่อไปหลังจากเกมดำเนินต่ออย่างน้อย 1 นาที

ไอซ์แลนด์ประสบผลกระทบจากกฎใหม่ฟุตบอลโลก 2026

กฎใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงคำเตือนเท่านั้น แต่ได้ส่งผลจริงในสนามเมื่อทีมชาติไอซ์แลนด์กลายเป็นทีมแรกที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายใหม่นี้ในเกมอุ่นเครื่องกับทีมชาติญี่ปุ่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา

แม้ไอซ์แลนด์จะไม่สามารถผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2026 ได้ แต่พวกเขายังคงลงเล่นเกมกระชับมิตรกับญี่ปุ่นซึ่งกำลังเตรียมตัวสำหรับการเข้าร่วมฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 8 ติดต่อกัน

การแข่งขันที่จัดขึ้นในกรุงโตเกียวจบลงด้วยชัยชนะของญี่ปุ่น 1-0 จากลูกโหม่งของ โคกิ โอกาวะ ในนาทีที่ 87

ประตูดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากไอซ์แลนด์ต้องเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เนื่องจากละเมิดกฎการเปลี่ยนตัวใหม่ เหตุการณ์เกิดขึ้นในนาทีที่ 85 เมื่อไอซ์แลนด์ทำการเปลี่ยนตัวคู่แรกโดยให้ ฮยอร์ตูร์ แฮร์มันส์สัน ลงแทน ดาเนียล เลโอ เกรตาร์สสัน ซึ่งเป็นไปอย่างราบรื่น

แต่การเปลี่ยนตัวต่อมาระหว่าง คริสเตียน น็อกวี่ ฮลินส์สัน และ อีซัค สแนร์ ธอร์วัลด์สสัน กลับมีปัญหา เนื่องจาก ฮลินส์สัน ใช้เวลาออกจากสนามนานเกินไป ทำให้ผู้ตัดสินไม่อนุญาตให้ ธอร์วัลด์สสัน ลงเล่นตามกฎใหม่

ผลคือไอซ์แลนด์ต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนจนกว่าบอลจะออกจากสนามอีกครั้ง แม้ว่าการลงโทษขั้นต่ำจะกำหนดไว้เพียง 1 นาที แต่ก็ไม่มีการกำหนดเวลาสูงสุดสำหรับการรอของผู้เล่นสำรอง ในกรณีนี้ไอซ์แลนด์ต้องเล่นโดยมีผู้เล่นน้อยกว่าเป็นเวลา 1 นาที 51 วินาที และในช่วงเวลาดังกล่าว ญี่ปุ่นก็อาศัยความได้เปรียบในการมีผู้เล่นมากกว่าและทำประตูชัยจาก โคกิ โอกาวะ

เหตุการณ์นี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกทีมที่เตรียมลงแข่งในฟุตบอลโลก 2026 ว่าการละเมิดกฎแม้เพียงเล็กน้อยอาจส่งผลร้ายแรงในสนาม

ชัยชนะของญี่ปุ่นในเกมนี้ยังช่วยเสริมความมั่นใจก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ โดยในฟุตบอลโลก 2026 ญี่ปุ่นอยู่ในกลุ่ม F ร่วมกับ เนเธอร์แลนด์, สวีเดน และ ตูนิเซีย

แม้จะเป็นตัวแทนจากทวีปเอเชีย แต่ญี่ปุ่นไม่อาจถูกประเมินต่ำเกินไป เพราะนอกจากจะมีนักเตะหลายคนที่ค้าแข้งในยุโรปแล้ว พวกเขายังมีอันดับฟีฟ่าที่สูงถึงอันดับ 18 ของโลก

อัรนาน บินาฟซี รองประธานสหพันธ์ฟุตบอลออรันเย่ อินโดนีเซีย ให้ความเห็นว่า ญี่ปุ่นอาจกลายเป็นทีมอันตรายในกลุ่ม F

“กลุ่ม F ญี่ปุ่นถือว่าอันตรายที่สุด เพราะพวกเขาเคยชนะ บราซิล, อังกฤษ, สเปน และ เยอรมนี มาแล้ว” อัรนาน กล่าวระหว่างพอดแคสต์กับ Tribunnews

“แม้จะมาจากเอเชีย แต่ระดับการเล่นของพวกเขาไม่ต่างกับทีมยุโรป นักเตะของพวกเขาหลายคนก็ไปค้าแข้งต่างประเทศแล้ว” เขากล่าวเสริม

(รายงานโดย อาลี จาก Tribunnews.com)

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.