ในขณะที่ รีซ เจมส์ เตรียมนำแนวรับของทีมชาติอังกฤษลงแข่งขันฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง แข้งวัย 26 ปีรายนี้มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างชื่อบนเวทีระดับโลก หลังจากพลาดโอกาสไปเล่นในกาตาร์ 2022 อย่างน่าเสียดาย แม้ว่าน้องสาวของเขา ลอเรน เจมส์ จะได้สัมผัสความสำเร็จกับทีมสตรีอังกฤษไปแล้ว แต่กัปตันทีมเชลซียืนยันว่าเขามีแนวทางของตัวเองในการก้าวสู่ความสำเร็จ
ความสำเร็จของพี่น้องและสูตรแห่งชัยชนะ
ครอบครัวเจมส์ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของฟุตบอลระดับสูงในอังกฤษ โดยทั้ง รีซ และ ลอเรน ต่างเป็นตัวแทนของสโมสรเชลซีและทีมชาติในระดับสูงสุด ด้วยบทบาทสำคัญของลอเรนในความสำเร็จของไลออนเนสส์ หลายคนจึงสงสัยว่ารีซเคยขอคำแนะนำจากน้องสาวเกี่ยวกับวิธีรับมือแรงกดดันในการแข่งขันระดับนานาชาติหรือไม่ อย่างไรก็ตาม กัปตันทีมเชลซียังคงมั่นใจในคุณภาพของตนเอง
เมื่อถูกถามในการสัมภาษณ์กับนิตยสาร GQ ว่าลอเรนได้ให้คำแนะนำใด ๆ เกี่ยวกับการคว้าชัยหรือไม่ รีซตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไม่เลย ผมไม่คิดแบบนั้น บางทีถ้าผมยังไม่เคยชนะอะไรเลย [เธอคงให้คำแนะนำ] แต่ผมเคยผ่านประสบการณ์การคว้าชัยมาแล้ว ผมรู้ว่าความรู้สึกนั้นเป็นอย่างไรและต้องทำอย่างไรถึงจะได้มันมา” แม้จะไม่มีการแลกเปลี่ยนเชิงแท็กติก แต่ความภาคภูมิใจในความสำเร็จของน้องสาวก็ชัดเจน “ผมรู้มาตลอดว่าเธอมีศักยภาพที่จะเล่นในเกมใหญ่ ๆ และผมไม่แปลกใจเลยสักนิด ผมภูมิใจที่ได้เห็นเธอสวมเสื้อเชลซีและเป็นตัวแทนของอังกฤษ” เขากล่าวเสริม
กลับมาร่วมงานกับ โธมัส ทูเคิล
การแต่งตั้ง โธมัส ทูเคิล เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ถือเป็นแรงกระตุ้นสำคัญสำหรับรีซ เจมส์ ทั้งคู่เคยคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ร่วมกันที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ และมีความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งเจมส์เชื่อว่าจะมีบทบาทสำคัญต่อความหวังของทีมชาติอังกฤษในศึกที่สหรัฐอเมริกา แข้งวัย 26 ปีเผยว่าเขาดีใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับอดีตนายใหญ่อีกครั้งในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้
“เรามีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม ดังนั้นผมจึงมีความสุขที่ได้กลับมาทำงานกับคนที่รู้จักผมดีและรู้ว่าจะดึงศักยภาพของผมออกมาได้อย่างไร” เจมส์อธิบาย พร้อมกล่าวต่อถึงเหตุผลที่ทำให้เขาเชื่อมั่นในกุนซือชาวเยอรมันว่า “ผมคิดว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุด สำหรับผม เขาเคยคว้าชัยในระดับสูงสุด เขาคุมทีมระดับโลกมาหลายทีม และผมเชื่อในตัวเขา เชื่อในสไตล์การเล่นและแนวทางของเขา เขาสามารถดึงศักยภาพสูงสุดออกมาจากนักเตะและทีมได้”
ก้าวข้ามความเจ็บปวดจากการพลาดฟุตบอลโลก
การพลาดศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่เข่ายังคงเป็นแรงผลักดันสำคัญสำหรับรีซ เจมส์ ความผิดหวังจากการต้องนั่งดูเพื่อนร่วมทีมลงสนามได้จุดประกายความมุ่งมั่นให้เขากลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม ปัจจุบันเขากลับมาฟิตเต็มร้อยและสวมปลอกแขนกัปตันทีมเชลซี ซึ่งเจ้าตัวเชื่อว่าอยู่ในจุดที่พร้อมที่สุดสำหรับการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษในช่วงซัมเมอร์นี้
“หลายคนเคยสงสัยในตัวผมและมองว่าผมคงหมดแล้ว แต่สิ่งนั้นกลับเป็นแรงผลักดันให้ผมกลับมาแข็งแกร่งขึ้น” เจมส์ยอมรับ “ผมรู้มาตลอดว่าผมดีพอและจะกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง ตั้งแต่ปี 2022 ผมไม่เคยลืมเลย เพราะผมพลาดฟุตบอลโลก [ที่กาตาร์] และความฝันของผมคือการได้ลงเล่นฟุตบอลโลก คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก และช่วยประเทศของผม ตั้งแต่นั้นมาผมก็มีเป้าหมายชัดเจนและพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ไปถึงจุดนั้น”
สร้างมรดกแห่งอนาคต
แม้ประวัติศาสตร์ของทีมชาติอังกฤษจะเต็มไปด้วย “ยุคทอง” ที่ไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ แต่รีซ เจมส์ เลือกที่จะจดจ่อกับปัจจุบัน เขายอมรับถึงคุณภาพในทีมชุดนี้ที่มีนักเตะอย่าง จู๊ด เบลลิงแฮม และ แฮร์รี เคน แต่ยืนยันว่าทีมกำลังเล่นเพื่อสร้างเกียรติของตนเอง ไม่ใช่เพื่อชดเชยความล้มเหลวของรุ่นก่อน ความทุ่มเทที่มีต่อเชลซี ซึ่งเขาเพิ่งต่อสัญญาระยะยาว ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของเส้นทางค้าแข้ง
“ทุกครั้งที่ได้สวมเสื้อทีมชาติ คุณเพียงต้องการเป็นตัวแทนของอังกฤษในวิธีที่ดีที่สุด และหนทางนั้นคือการคว้าแชมป์” เจมส์กล่าว พร้อมสะท้อนถึงบทบาทผู้นำของตนว่า “ตอนนี้ผมโตขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น ชีวิตกับฟุตบอลเป็นสิ่งที่ต่างกัน แต่การเป็นกัปตันช่วยให้ผมเข้าใจผู้คนมากขึ้น เข้าใจวัฒนธรรมที่พวกเขามา และผมพยายามทำให้ทุกคนรู้สึกสบายใจ เพราะการมาอยู่ที่เชลซีซึ่งเป็นหนึ่งในสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลก หากพวกเขารู้สึกสบายใจ พวกเขาก็จะเล่นได้ดีที่สุด”