สุดเหี้ยม! นักธุรกิจจีน วัย 53 ปี ถูกแก๊งโหดอุ้มฆ่า รีดค่าไถ่ 2 ล้านดอลลาร์ ทิ้งศพคารถ กลางกรุงพนมเปญ ตำรวจเร่งล่าตัวดำเนินคดี
ชายชาวจีนวัย 53 ปี เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในกรุงพนมเปญ ถูกพบเสียชีวิตภายในรถยนต์บริเวณลานกว้างแห่งหนึ่ง หลังคนร้าย 3 ราย บุกอุ้มตัวออกจากลานจอดรถอพาร์ตเมนต์ตั้งแต่คืนก่อนหน้า และเรียกค่าไถ่ถึง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 65 ล้านบาท) ก่อนลงมือฆาตกรรม
คนขับรถบรรทุกวัย 37 ปี ขับรถเข้าไปจอดในลานจอดรถริมถนนในเขตดังกอร์ กรุงพนมเปญ เวลาประมาณ 10:30 น. และสังเกตเห็นรถยนต์โตโยต้า พรีอุส สีขาว จอดอยู่บริเวณดังกล่าว
ภายในรถคันดังกล่าวพบชายคนหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนเบาะหลัง ก่อนหน้านี้คิดว่าหมดสติจึงเปิดประตูตรวจสอบ แต่พบว่าชายคนดังกล่าวเสียชีวิตแล้ว และมีคราบเลือดอยู่ภายในรถจำนวนมาก จึงรีบแจ้งตำรวจทันที ต่อมาตำรวจสืบสวนระบุตัวผู้ตายว่าคือ หยาง เหว่ยซิน ชายชาวจีนวัย 53 ปี เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง
ภรรยาของผู้ตายแจ้งกับตำรวจว่า สามีหายตัวไปในคืนวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดของอพาร์ตเมนต์ พบว่าเวลา 20:16 น. ของคืนนั้น มีชายแปลกหน้า 3 คน บังคับพาสามีขึ้นรถในลานจอดรถ ก่อนขับออกไป
เวลาประมาณ 03:00 น. ของวันที่ 30 พ.ค. โทรศัพท์มือถือของผู้ตายส่งข้อความมาถึงภรรยา เรียกค่าไถ่จำนวน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 65 ล้านบาท) ขณะที่คนร้ายได้ส่งข้อความกดดันต่อเนื่องจนถึงเวลา 08:47 น. แล้วจู่ ๆ ก็ส่งข้อความสั้น ๆ มาว่า “เรื่องจบลงแค่นี้” จากนั้นขาดการติดต่อไป
กระทั่งเวลา 11.30 ของเช้าวันเดียวกัน ทางตำรวจแจ้งให้ภรรยาทราบว่า สามีเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรม โดยการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบวัตถุพยานต้องสงสัยทิ้งไว้ในรถและบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ มีดเปื้อนเลือด 2 เล่ม กระดาษชำระและเทปกาวที่มีคราบเลือด สายเคเบิลไทร์ หมอน ถุงเท้า และขวดน้ำจำนวนมาก
ผลการชันสูตรพลิกศพพบบาดแผลหลายแห่งทั่วร่างกาย ทั้งรอยฉีกขาดที่ศีรษะจากการรับแรงกระแทกอย่างหนัก รอยฟกช้ำบริเวณใบหน้าและลำคอ อาการตาแดงเลือดคั่ง รวมถึงร่องรอยการมัดตามแขนขาและลำตัว นิติเวชสรุปเบื้องต้นว่า สาเหตุการเสียชีวิตคือการขาดอากาศหายใจ ผู้ตายถูกทุบตี แทง และทารุณกรรมก่อนเสียชีวิต ตำรวจจัดคดีดังกล่าวว่าเป็นการฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
จากการสืบสวน ภรรยาของผู้ตายเคยระบุว่าสามีมีข้อพิพาทเรื่องหนี้สินกับชายชาวจีนคนหนึ่งมาตั้งแต่ปี 2014 เนื่องจากทำธุรกิจล้มเหลวร่วมกัน ปี 2025 ชายคนดังกล่าวเดินทางมาทวงเงินถึงบ้านอีกครั้ง และความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายยืดเยื้อมาหลายปี ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าคดีนี้มีความเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทดังกล่าวหรือไม่
ขณะนี้ตำรวจกรุงพนมเปญจัดคดีนี้เป็นคดีฆาตกรรมร้ายแรง และเร่งล่าตัวผู้ต้องสงสัยอย่างเต็มที่ โดยตรวจสอบหลักฐานจากกล้องวงจรปิด วัตถุพยานในรถ และข้อมูลการสนทนาผ่านมือถือ
ที่มา: The Cambodia China Times
ข่าวล่าสุด