ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ เตือนการระบาดของอีโบลาในคองโกอาจขยายวงกว้างเทียบเท่าวิกฤตแอฟริกาตะวันตก เมื่อปี 2557 หากมาตรการแยกและรักษาผู้ป่วยไม่มีประสิทธิภาพ
วันที่ 6 มิถุนายน 2569 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) เรียกร้องให้เร่งดำเนินมาตรการสาธารณสุขอย่างเข้มข้นเพื่อควบคุมการระบาดของโรคอีโบลา ในคองโก หลังแบบจำลองการประเมินสถานการณ์ของหน่วยงานชี้ว่า การระบาดครั้งนี้อาจรุนแรงเทียบเท่าการระบาดใหญ่ในแอฟริกาตะวันตกระหว่างปี 2557-2559 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 28,000 ศพ และเสียชีวิตกว่า 11,000 ราย
นายเจสัน แอชเชอร์ ผู้อำนวยการศูนย์คาดการณ์และวิเคราะห์การระบาดของ CDC กล่าวว่า สถานการณ์แพร่ระบาดในระดับนี้มีความเป็นไปได้ หากไม่สามารถควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบุว่า หากสามารถตรวจพบผู้ป่วยได้มากขึ้น แยกกักตัว และให้การรักษาอย่างรวดเร็ว จะช่วยหลีกเลี่ยงสถานการณ์เลวร้ายที่สุดได้ อย่างไรก็ตาม การควบคุมโรคอาจต้องใช้ทรัพยากรและมาตรการในระดับเดียวกับที่เคยใช้รับมือการระบาดใหญ่ในแอฟริกาตะวันตกระหว่างปี 2557-2559
ด้านผู้จัดการทีมตอบสนองการระบาดของอีโบลาใน CDC ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินจำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริงและต้องเข้ารับการแยกกักรักษาได้อย่างชัดเจน แต่ข้อมูลภาคสนามบ่งชี้ว่าระดับการแยกผู้ป่วยยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ
วันเดียวกัน องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ประกาศว่าจำเป็นต้องใช้งบประมาณราว 518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 18,900 ล้านบาท ภายใน 6 เดือนข้างหน้า เพื่อรับมือการระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและประเทศเพื่อนบ้าน
การระบาดครั้งนี้ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยเชื่อว่าเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูกโย ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบไม่บ่อย ได้แพร่กระจายอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วระยะหนึ่ง
ข้อมูลล่าสุดขององค์การอนามัยโลกระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 64 ศพ และมีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 381 ราย ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยยการระบาดครอบคลุม 3 จังหวัด ขณะที่จังหวัดอีตูรี เป็นศูนย์กลางหลักของการแพร่ระบาด คิดเป็น 90% ของผู้ติดเชื้อยืนยันทั้งหมด และ 76% ของผู้เสียชีวิต ส่วนในยูกันดา ซึ่งมีพรมแดนติดกับพื้นที่ระบาด พบผู้เสียชีวิต 1 ศพ ติดเชื้อยืนยันแล้ว 16 ราย