สำนักข่าว GOAL วิเคราะห์ว่าผู้เล่นคนใดของทีมชาติสหรัฐอเมริกา (USMNT) ที่สามารถเพิ่มโอกาสของตนเองได้ และใครที่ยังต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไป รวมถึงสิ่งที่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อาจได้เรียนรู้จากเกมอุ่นเครื่องก่อนฟุตบอลโลกนัดสุดท้ายของทีมชาติสหรัฐฯ
ชิคาโก – การซ้อมใหญ่และเกมทดลองได้สิ้นสุดลงแล้ว ครั้งต่อไปที่ทีมชาติสหรัฐฯ ลงสนามจะเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกจริงๆ เสียทีหลังจากการเตรียมตัวอันยาวนาน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทีมได้ผ่านการทดลองระบบการเล่นและการปรับแท็กติกมากมาย แต่จากนี้ไป 11 ตัวจริงที่จะลงสนามในนัดเปิดสนามฟุตบอลโลกได้ถูกกำหนดไว้แล้ว
ในความเป็นจริง โปเช็ตติโน่มีภาพของทีมตัวจริงในใจมานานแล้ว เขาเคยบอกผู้สื่อข่าวตั้งแต่เริ่มเข้าค่ายฝึกว่าตั้งแต่ก่อนค่ายเดือนมีนาคม เขาก็มีรายชื่อผู้เล่นหลักในใจอยู่แล้ว แน่นอนว่ามีโอกาสที่จะเปลี่ยนได้หากเกิดอาการบาดเจ็บหรือฟอร์มตก แต่โดยทั่วไปเขาดูมั่นใจในชุดที่เตรียมไว้
อย่างไรก็ตาม เกมอุ่นเครื่องสองนัดล่าสุดกับเซเนกัลและเยอรมนีไม่ได้ไร้ความหมาย มันช่วยยืนยันการตัดสินใจบางอย่างของเขา โดยเฉพาะในส่วนของผู้เล่นดาวรุ่ง และยังมอบสถานการณ์ให้เขาได้พิจารณาเมื่อทีมต้องเจอกับความท้าทายจริงในฟุตบอลโลก
ด้วยเหตุนี้ GOAL จึงสรุปว่าใครที่สามารถเพิ่มมูลค่าของตนเองก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ และใครที่ฟอร์มตกลงในช่วงโค้งสุดท้ายนี้
ฟอร์มพุ่ง: คริสเตียน พูลิซิช
นักเตะที่ถือเป็นหน้าเป็นตาของทีมยังสามารถยกระดับฟอร์มได้อีกหรือไม่? คำตอบคือได้แน่นอน
พูลิซิชเข้าสู่ช่วงอุ่นเครื่องก่อนทัวร์นาเมนต์ด้วยฟอร์มที่ตกลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้ทำประตูมาหลายเดือน และไม่ได้ยิงให้ทีมชาติสหรัฐฯ เลยตั้งแต่ต้นปี 2024 แต่ตอนนี้ทุกเสียงวิจารณ์เงียบลงแล้ว เขากลับมาอีกครั้งและดูพร้อมเต็มที่สำหรับเวทีใหญ่
ในเกมกับเซเนกัล เขายิงได้หนึ่งประตูและจ่ายอีกหนึ่ง ส่วนเกมกับเยอรมนี แม้จะไม่มีสกอร์แต่เขาแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความสามารถในการเลี้ยงบอลทะลุแนวรับระดับโลกได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมต้องการจากเขาในซัมเมอร์นี้ – ผู้นำในสนามที่สามารถสร้างแรงกดดันให้อีกฝ่ายได้ตลอดเวลา
จากสองนัดที่ผ่านมา เขาแสดงให้เห็นว่าอยู่ในฟอร์มที่พร้อมสำหรับฟุตบอลโลก และเมื่อพูลิซิชพร้อม นั่นย่อมหมายความว่าทีมชาติสหรัฐฯ ก็พร้อมเช่นกัน
ฟอร์มตก: ไมลส์ โรบินสัน
ถือเป็นสัปดาห์ที่ยากลำบากสำหรับโรบินสัน ความผิดพลาดในเกมกับเซเนกัลเห็นได้ชัด ส่วนเกมกับเยอรมนีแม้เป็นความผิดพลาดร่วมกันแต่เขาก็มีส่วนสำคัญอีกครั้ง ในระดับฟุตบอลโลก ความผิดพลาดเช่นนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ และจากสองนัดที่ผ่านมา เขายังไม่สามารถพิสูจน์ว่าหลีกเลี่ยงมันได้
แม้ว่ามันอาจไม่ส่งผลมากนัก หาก คริส ริชาร์ดส์ ฟิตสมบูรณ์ เขาคือผู้เล่นตัวจริงในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ซึ่งอาจทำให้โรบินสันเป็นเพียงตัวสำรอง อย่างไรก็ตาม สถานะความพร้อมของริชาร์ดส์สำหรับเกมเปิดสนามยังไม่แน่นอน และในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ไม่มีใครรู้ว่าใครจะถูกเรียกใช้งาน ดังนั้นทุกคนควรมั่นใจและอยู่ในฟอร์มที่ดี เพราะอาจถึงเวลาที่ต้องลงสนามเมื่อไหร่ก็ได้
ทีมชาติสหรัฐฯ จะต้องใช้โรบินสันหรือไม่ยังไม่แน่ แต่สองนัดนี้ไม่ได้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเขาในฐานะผู้เล่นสำรองในตำแหน่งสำคัญ
ฟอร์มพุ่ง: อเล็กซ์ ฟรีแมน
ฟรีแมนมาถึงศึกโกลด์คัพเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วในฐานะฟูลแบ็กที่โดดเด่นในเกมรุกจากฝั่งขวา แต่ปัจจุบันเขากลายเป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง สามารถเล่นได้ทั้งฟูลแบ็กและเซ็นเตอร์แบ็กตัวที่สาม และดูเหมือนจะได้ออกสตาร์ตในฟุตบอลโลก
ใครจะคาดคิดว่าเขาจะพัฒนาได้ไกลขนาดนี้?
แม้ยังไม่ใช่นักเตะที่สมบูรณ์แบบและยังมีจังหวะที่ขาดความแน่นอนในสองเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมา แต่ความสามารถทางร่างกายระดับสูงช่วยให้เขากลบข้อบกพร่องไปได้ เขามีความเร็ว ความแข็งแรง และดูเหมือนจะพัฒนาในทุกครั้งที่ได้ลงสนาม ซึ่งทำให้เขาไม่ดูด้อยกว่าเลยเมื่อเจอกับสองทีมระดับสูงอย่างเซเนกัลและเยอรมนี
ก่อนเข้าค่ายนี้ เขาอาจถูกมองเป็นแค่ตัวเลือก แต่หลังจบสองนัดนี้ เขากลายเป็นตัวเต็งที่จะได้ลงสนามชุดแรกอย่างแท้จริง เป็นการพัฒนาที่เห็นได้ชัดของนักเตะที่มีศักยภาพสูงทั้งในฟุตบอลโลกครั้งนี้และอนาคต
ฟอร์มตก: ออสตัน ทรัสตี / มาร์ก แมคเคนซี
ทั้งคู่ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดมากนัก และโดยรวมถือว่าทำผลงานได้ดีในเกมอุ่นเครื่อง ทั้งคู่มีจังหวะช่วยทีมได้สำคัญหลายครั้ง แต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะหลุดจากตำแหน่งตัวจริงในทีมชุดเต็มกำลัง ซึ่งก่อนหน้านี้ยังมีโอกาสสูง
สาเหตุไม่ใช่เพราะฟอร์มของพวกเขา แต่เป็นเพราะแนวรับของทีมเริ่มชัดเจนมากขึ้น ริชาร์ดส์ดูจะเป็นตัวหลักแน่นอน ฟรีแมนยึดตำแหน่งไว้ได้ ส่วน ทิม รีม ก็แสดงให้เห็นถึงความสำคัญในเกมพบเยอรมนี โดยรับมือกับการเพรสซิ่งได้อย่างยอดเยี่ยม หลายครั้งทีมส่งบอลให้รีมในจังหวะเสี่ยง แต่เขาก็จัดการสถานการณ์ได้ทุกครั้ง
สำหรับทรัสตีและแมคเคนซี มันเป็นเรื่องของโอกาส โรบินสันได้รับโอกาสลงเล่นเต็มในวันเสาร์ ขณะที่อดีตสองแข้ง ฟิลาเดลเฟีย ยูเนียน ได้ลงเล่นเพียงครึ่งหลัง แม้ทั้งคู่ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด แต่การจัดตัวครั้งล่าสุดอาจทำให้โอกาสของพวกเขาลดลง
ฟอร์มพุ่ง: มาลิก ทิลล์แมน
หลายคนกังวลเมื่อได้ยินว่าทิลล์แมนอาจถูกใช้ในบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับหมายเลข 6 แต่จากเกมกับเยอรมนี เขาแสดงให้เห็นว่ามันอาจได้ผล
จริงอยู่ เขาไม่ได้เล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับโดยธรรมชาติ แต่เขาอยู่ในตำแหน่งที่ลึกกว่าปกติและต้องทำงานเกมรับมากขึ้น ซึ่งเขาทำได้อย่างกระตือรือร้น กดดันคู่แข่งอย่างต่อเนื่องจนทำให้เยอรมนีเสียจังหวะและเปิดโอกาสให้ทีมชาติสหรัฐฯ หลายครั้ง การทดลองนี้ถือว่าประสบความสำเร็จกับทีมระดับสูง และนั่นอาจหมายความว่าใช้ได้ผลกับทีมอื่นเช่นกัน
ทิลล์แมนดูพร้อมยอมรับการปรับแท็กติกใหม่นี้ แม้จะต้องถอยห่างจากพื้นที่ทำประตูแต่ก็มีอิสระมากขึ้นในการช่วยทีมจากเกมรับ ปัจจุบันเขาแข่งกับ เซบาสเตียน แบริฮอลเตอร์ เพื่อชิงตำแหน่งตัวจริง แต่ฟอร์มในเกมกับเยอรมนีอาจเพียงพอที่จะทำให้ดาวเตะจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ยึดตำแหน่งนั้นได้อย่างมั่นคง