ใครคือม้ามืดในศึกฟุตบอลโลก 2026? นักเขียนจาก GOAL ร่วมวิเคราะห์ทีมลุ้นสร้างเซอร์ไพรส์
สมศักดิ์ พงษ์ไทย June 08, 2026 04:19 PM

ศึกฟุตบอลโลก 2026 กำลังใกล้เข้ามาเต็มที เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก่อนที่เหล่านักเตะชั้นนำจากทั่วโลกจะมุ่งหน้าไปยังสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา เพื่อร่วมชิงชัยในทัวร์นาเมนต์ที่คาดว่าจะเป็นหนึ่งในช่วงซัมเมอร์แห่งฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ บางทีมตั้งเป้าเพียงผ่านรอบแบ่งกลุ่มให้ได้ ขณะที่บางทีมรู้ดีว่าหากไม่ได้ชูถ้วยในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม นั่นหมายถึงความล้มเหลว เตรียมพร้อมสำหรับห้าสัปดาห์ครึ่งแห่งความดราม่า ที่เต็มไปด้วยทั้งความสุขและน้ำตาในปริมาณเท่าๆ กัน

ที่ GOAL เราเชื่อว่าตัวเองรู้จักเกมลูกหนังเป็นอย่างดี ดังนั้นทีมบรรณาธิการจากสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาจึงมาร่วมกันทำนายผลล่วงหน้าของทัวร์นาเมนต์ ตั้งแต่ผู้ที่จะคว้ารางวัลรองเท้าทองคำ ไปจนถึงทีมที่อาจทำให้แฟนบอลผิดหวัง เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพรวมของฟุตบอลโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดมา

ในวันนี้ เราถามทีมงานว่าใครคือม้ามืดในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ และนี่คือความคิดเห็นของพวกเขา...

“ไม่มีใครอยากเจอ นอร์เวย์”

มาร์ก ดอยล์: จากที่เห็นเมื่อปีที่แล้วที่ ญี่ปุ่น เอาชนะ บราซิล ได้ แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีศักยภาพมากพอที่จะไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม นอร์เวย์ คือทีมในโถสามที่ทีมใหญ่ทั้งหลายอยากหลีกเลี่ยง และมีเหตุผลที่ดีสำหรับเรื่องนั้น ทีมของ สตาเล่ โซลบักเค่น ผ่านรอบคัดเลือกได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉือน อิตาลี ได้ถึงสองครั้ง ส่วนหนึ่งเพราะพวกเขามีขุมกำลังที่สนับสนุนยอดดาวยิง เออร์ลิง ฮาแลนด์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากนอร์เวย์รอดพ้นจากกลุ่มที่ถือว่าโหดที่สุดในทัวร์นาเมนต์ 48 ทีมนี้ได้ ไม่มีทีมใดอยากเจอพวกเขาในรอบน็อกเอาต์แน่นอน

“โมร็อกโกพร้อมสร้างปาฏิหาริย์อีกครั้ง”

คริชาน เดวิส: รู้สึกว่าทีมยุโรปในครั้งนี้มีม้ามืดน้อยมาก เพราะโครเอเชียและเบลเยียมต่างมีนักเตะหลักที่ผ่านจุดพีคไปแล้ว ขณะเดียวกันนอร์เวย์ก็ยังขาดประสบการณ์ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ส่วนตุรกีก็เป็นทีมที่ถูกพูดถึงเสมอ แต่ผมมองว่า โมร็อกโก คือทีมที่มีศักยภาพมากที่สุดที่จะสร้างความประหลาดใจอีกครั้งหลังจากผลงานสุดยอดในฟุตบอลโลก 2022 พวกเขามีผู้เล่นคุณภาพทั่วทั้งสนาม ทั้ง อัคราฟ ฮาคิมี, บราฮิม ดิอาซ และ บิลาเอล เอล คานนุส ซึ่งผมเชื่อว่าพวกเขาสามารถทำได้อีกครั้ง

“เซเนกัลจะเป็นปัญหาใหญ่แน่นอน”

สตีเฟน ดาร์วิน: หลายคนอาจคิดว่า เซเนกัล เป็นตัวเลือกที่แปลก เพราะพวกเขาอยู่กลุ่มเดียวกับ ฝรั่งเศส และ นอร์เวย์ ในกลุ่ม I อีกทั้งเพิ่งแพ้อุ่นเครื่องให้กับ สหรัฐอเมริกา ก่อนทัวร์นาเมนต์ แต่ผมมองข้ามไม่ได้กับแนวรุกของพวกเขา — ซาดิโอ มาเน, อิสไมลา ซาร์, อิลิมัน เอ็นดิอาย และ นิโกลาส แจ็คสัน — ทั้งหมดนี้คือผู้เล่นที่สามารถสร้างสกอร์ได้ทุกเมื่อ เชื่อผมเถอะ เซเนกัลจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับทีมใหญ่หลายทีมในซัมเมอร์นี้

“นอร์เวย์พร้อมสู้เต็มที่”

ปีเตอร์ แม็ควิตตี้: ด้วยการมี เออร์ลิง ฮาแลนด์ ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก และ มาร์ติน โอเดการ์ด แชมป์พรีเมียร์ลีกกับรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นอร์เวย์ตั้งเป้าที่จะสร้างผลงานโดดเด่นในการกลับมาฟุตบอลโลกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 ที่น่าทึ่งคือ พวกเขาไม่ต้องพึ่งสองดาวดังนี้ในเกมที่เอาชนะ สวีเดน เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน โดย ยอร์เกน สแตรนด์ ลาร์เซน และ อเล็กซานเดอร์ เซอร์ลอธ ทำผลงานได้ดีในแนวรุก เมื่อรวมกับ อันโตนิโอ นูซา, แซนเดอร์ แบร์ก, ยูเลียน ไรเออร์สัน และ ออสการ์ บ็อบบ์ ทำให้นอร์เวย์พร้อมต่อกรกับ ฝรั่งเศส, เซเนกัล และ อิรัก อย่างสูสีแน่นอน

“สวิตเซอร์แลนด์เหมาะกับทัวร์นาเมนต์นี้ที่สุด”

เอมี รูซไค: ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ชุดนี้มีทั้งคุณภาพและประสบการณ์ อีกทั้งรูปแบบของทัวร์นาเมนต์ดูเหมาะกับพวกเขาอย่างยิ่ง เพียงสองปีก่อน มูรัต ยากิน พาทีมเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศในศึกยูโร โดยแพ้อังกฤษด้วยการดวลจุดโทษ ประสบการณ์นั้นจะช่วยให้พวกเขาไปได้ไกลในฟุตบอลโลกนี้ พวกเขามีโอกาสสูงที่จะจบอันดับหนึ่งของกลุ่มและได้จับสลากเจอคู่แข่งที่อ่อนกว่าในรอบถัดไป จากนั้นไม่ต้องแปลกใจหากเห็นพวกเขาโค่นทีมใหญ่ได้อีกครั้ง

“โคลอมเบียมีพรสวรรค์เหลือล้น”

ทอม ฮินเดิล: ตุรกีมักถูกมองว่าเป็นม้ามืด แต่ปีนี้ผมเลือก โคลอมเบีย ลุยส์ ดิอาซ คือดาวเด่นของทีม ส่วน ฮาเมส โรดริเกซ ก็ยังมีพลังเหลือเฟือ และพวกเขายังมีนักเตะฝีเท้าดีอีกมากมาย โคลอมเบียเฉียดคว้าแชมป์โกปา อเมริกา 2024 โดยพ่ายให้ อาร์เจนตินา เพราะความมหัศจรรย์ของ เลาตาโร มาร์ติเนซ และพวกเขายังแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหน้านั้น หากสามารถจบกลุ่มที่มี โปรตุเกส เป็นแชมป์ได้ พวกเขาอาจมีเส้นทางที่ง่ายกว่าและไปถึงรอบรองชนะเลิศได้

“การเพรสซิ่งของญี่ปุ่นจะสร้างปัญหาให้ทุกทีม”

คริส เบอร์ตัน: ญี่ปุ่น ผ่านรอบคัดเลือกได้อย่างยอดเยี่ยม แพ้แค่ 1 จาก 16 นัด ชนะถึง 13 นัด และเสียไปเพียง 3 ประตู พวกเขายังแสดงให้เห็นในเกมอุ่นเครื่องกับ อังกฤษ ที่สนามเวมบลีย์ ว่ามีศักยภาพต่อกรกับทีมชั้นนำได้อย่างสูสี พวกเขาเต็มเปี่ยมด้วยพลังในแดนกลาง มีนักเตะที่มีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก และ ทาเคฟุสะ คุโบะ อดีตดาวรุ่งของ เรอัล มาดริด ที่พร้อมสร้างสรรค์เกม การเพรสซิ่งสูงของพวกเขาจะสร้างปัญหาให้คู่แข่งแน่นอน แม้ว่าการทำประตูในฟุตบอลโลกมักเป็นเรื่องยากสำหรับ “ซามูไรบลู” แต่ด้วย อายาเสะ อูเอดะ กองหน้าจาก เฟเยนูร์ด เจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำจาก เอเรดิวิซี พวกเขาคงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม

“บราซิลถูกประเมินต่ำเกินไป”

อเล็กซ์ ลาบิดู: ผมอาจจะเลือก โคลอมเบีย หรือไม่ก็ บราซิล ก็ได้ แม้บราซิลจะเป็นทีมที่ถูกคาดหวังว่าจะคว้าแชมป์เสมอ แต่ตอนนี้มีคำถามมากมายที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ทำให้พวกเขาถูกมองข้ามไปบ้าง และอย่าลืมปัจจัยสำคัญเรื่องสภาพอากาศ จำได้ไหมว่าปีที่แล้วทีมยุโรปต้องปรับตัวกันมากแค่ไหนในศึกชิงแชมป์สโมสรโลก? นั่นจะกลายเป็นข้อได้เปรียบให้กับทีมจากอเมริกาใต้ โดยเฉพาะ บราซิล และ โคลอมเบีย

“นอร์เวย์เชื่อว่าพวกเขาสามารถชนะได้ทุกเกม”

ไรอัน ทอลมิค: จะเรียก นอร์เวย์ ว่าเป็นม้ามืดได้ไหม? พวกเขามี ‘รหัสโกงเกม’ อย่าง เออร์ลิง ฮาแลนด์ อยู่ในทีม และด้วยเขาคนเดียว พวกเขาก็สามารถบดขยี้หลายทีมได้ พวกเขายังสามารถสร้างความหวาดกลัวให้กับทีมชั้นนำ และเพียงแค่สองประตูจาก ฮาแลนด์ ก็อาจพลิกเกมได้ทันที ไม่ว่าอย่างไร นอร์เวย์จะลงสนามด้วยความเชื่อว่าพวกเขาชนะได้ทุกเกม และทีมที่มีความมั่นใจแบบนั้นมักไปได้ไกล โดยเฉพาะเมื่อเจอทีมเต็งที่กดดันตัวเองมากเกินไป

“โคลอมเบียมีทุกอย่างพร้อม”

ทอม มาสตัน: แม้นอร์เวย์จะมี เออร์ลิง ฮาแลนด์ และ ญี่ปุ่น จะมีผลงานอุ่นเครื่องที่ยอดเยี่ยม แต่ผมขอเลือก โคลอมเบีย พวกเขาจะได้รับแรงสนับสนุนจากแฟนบอลจำนวนมากที่สุดทีมหนึ่งนอกเจ้าภาพ และไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศเลยสักนิด โคลอมเบียมีจุดแข็งมากมาย โดยเฉพาะการมี ลุยส์ ดิอาซ ที่อยู่ในฟอร์มระดับโลกตอนนี้ ขณะเดียวกัน ฮาเมส โรดริเกซ ก็แสดงให้เห็นในศึกโกปา อเมริกา 2024 ว่ายังมีศักยภาพในเวทีระดับชาติ แม้พวกเขาจะไม่จบอันดับหนึ่งของกลุ่ม แต่เชื่อได้เลยว่า “โลส กาเฟเตรอส” จะไปได้ไกลในรอบน็อกเอาต์

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.