โชเซ่ มูรินโญ กำลังอยู่ในช่วงใกล้จะกลับมารับตำแหน่งกุนซือของ เรอัล มาดริด อีกครั้ง หลังจาก ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานสโมสรอีกสมัย โดยกุนซือชาวโปรตุเกสรายนี้ไม่ได้กลับมายังกรุงมาดริดเพียงเพราะความคิดถึงอดีตเท่านั้น แต่มีเป้าหมายสำคัญบางอย่างที่เขายังรู้สึกว่าต้องทำให้สำเร็จ หลังจากพลาดไปในช่วงคุมทีมครั้งแรกเป็นเวลา 3 ปีในอดีต
การไล่ล่าความสำเร็จในยุโรปที่ยังไม่เคยได้ครอบครอง
ช่วงเวลาการคุมทีมของมูรินโญที่สนามซานติอาโก้ เบร์นาเบว ระหว่างปี 2010 ถึง 2013 ถูกจดจำในฐานะยุคที่เขาสามารถทำลายสถิติภายในประเทศ และหยุดความยิ่งใหญ่ของบาร์เซโลนาได้สำเร็จ แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันยังคงถูกมองว่าเป็นช่วงเวลาที่พลาดเป้าหมายสำคัญ เพราะแม้จะพาทีมเข้ารอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ถึงสามฤดูกาลติดต่อกัน แต่เขาไม่เคยพา “ราชันชุดขาว” คว้าถ้วยแชมป์ยุโรปสุดยิ่งใหญ่ได้เลย ทำให้เขายังคงรู้สึกถึง “ภารกิจที่ยังไม่เสร็จ”
กุนซือมากประสบการณ์วัย 63 ปี เตรียมเข้ารับตำแหน่งอีกครั้งหลังการเลือกตั้งของเปเรซ ซึ่งสำหรับมูรินโญแล้ว โอกาสนี้ถือเป็นการกลับมาเพื่อเติมเต็มความสำเร็จในระดับทวีป หลังจากเขาเคยคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับปอร์โต้ และอินเตอร์ มิลาน ได้สำเร็จมาแล้ว ความท้าทายในการทำเช่นนั้นกับเรอัล มาดริด คือแรงจูงใจหลักที่ทำให้เขาตัดสินใจตอบรับงานนี้อีกครั้ง ตามรายงานของสื่อสเปน AS
เปเรซเปิดทางให้ ‘เดอะ สเปเชียล วัน’ กลับคืนถิ่น
การกลับมาของมูรินโญวัย 63 ปีเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว โดยเปเรซได้รับตำแหน่งประธานสโมสรต่ออีก 4 ปี และได้แสดงความชัดเจนว่าต้องการร่วมงานกับกุนซือที่เคยวางรากฐานความสำเร็จให้ทีมในอดีต “เราจะทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ได้มากขึ้นเรื่อยๆ” เปเรซกล่าวกับแฟนบอล พร้อมแสดงความภาคภูมิใจว่า “โชเซ่ มูรินโญ หนึ่งในโค้ชที่ดีที่สุดของโลก กำลังจะกลับมา”
เปเรซเคยยอมรับหลายครั้งว่า การคุมทีมครั้งแรกของมูรินโญมีบทบาทสำคัญในการสร้างจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันให้กับทีม ก่อนที่สโมสรจะคว้าแชมป์ยุโรปได้ถึง 6 สมัยในช่วงเวลา 11 ปีต่อมา และเมื่อเขามีอำนาจบริหารต่อไปจนถึงปี 2030 เปเรซมองว่ามูรินโญคือคนที่เหมาะสมที่สุดในการนำวินัยและความมุ่งมั่นกลับคืนสู่ทีมที่ฟอร์มตกในช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา
ยุคใหม่ภายใต้ทีมงานที่คุ้นเคย
มูรินโญคาดว่าจะนำทีมงานคนสนิทกลับมาร่วมงานที่ศูนย์ฝึกบัลเดเบบาส โดยหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ เปเป้ ตำนานกองหลังของสโมสร ซึ่งมีแนวโน้มจะเข้ารับตำแหน่งในทีมสตาฟฟ์โค้ช ตามรายงานของนักข่าว รามอน อัลวาเรซ เด มอน โดยเปเป้เคยลงเล่นให้มูรินโญถึง 125 นัดในช่วงแรก ทำให้ความเข้าใจในวัฒนธรรมและดีเอ็นเอของสโมสรถือเป็นทรัพย์สินล้ำค่าที่จะช่วยหนุนโครงการใหม่ของกุนซือรายนี้
รายงานของสื่อ AS ยังระบุด้วยว่า การปรับโครงสร้างทีมงานเบื้องหลังจะมีสมาชิกจากทีมสตาฟฟ์ของมูรินโญที่เบนฟิก้าด้วย โดยมี ชูเอา ทรัลเยา และ เปโดร มาชาโด ร่วมด้วย รวมถึงนักวิเคราะห์ โรแบร์โต้ เมเรญญา
เป้าหมายใหม่กับซูเปอร์สตาร์ค่าตัว 150 ล้านยูโร
การกลับมาของ “เดอะ สเปเชียล วัน” ยังมาพร้อมแนวทางการเสริมทัพแบบ “กาลาคติกอส” ที่เรอัล มาดริดเคยเป็นที่รู้จัก เปเรซมีงบประมาณก้อนใหญ่พร้อมใช้ และกำลังมองหานักเตะระดับซูเปอร์สตาร์เพื่อปลุกกระแสในถิ่นเบร์นาเบวอีกครั้ง โดยมีกระแสข่าวว่าเขาเตรียมยื่นข้อเสนอสูงถึง 150 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัว ไมเคิ่ล โอลิเซ จาก บาเยิร์น มิวนิค แม้ว่าสโมสรแชมป์บุนเดสลีกาจะออกมาเตือนว่าไม่ต้องการขาย แต่เสน่ห์ของโปรเจกต์ใหม่ภายใต้การคุมทีมของมูรินโญที่เรอัล มาดริด อาจเป็นสิ่งที่ยากสำหรับนักเตะระดับท็อปที่จะปฏิเสธได้ ในขณะที่สโมสรต้องการกลับมาครองความยิ่งใหญ่ในเวทีโลกอีกครั้ง