ทีมฟุตบอลหญิงอังกฤษต้องผ่านรอบเพลย์ออฟเพื่อคว้าตั๋วไปแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกปี 2027 หลังจากเอาชนะยูเครน 3-0 ในคืนวันอังคาร แต่ยังไม่เพียงพอที่จะครองอันดับหนึ่งของกลุ่มคัดเลือก โดยลูกทีมของซารีนา วีกมัน ลงสนามพร้อมรู้ดีว่าต้องหวังพึ่งไอซ์แลนด์ช่วยหยุดสเปน หลังจาก “ลา โรฆา” ถล่มอังกฤษไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ผลกลับไม่เป็นใจ ทำให้ชัยชนะของพวกเธอไม่มีผลต่อการได้สิทธิ์อัตโนมัติ
แม้ความหวังให้สเปนพลาดมีน้อย แต่ทีมสิงโตสาวก็ยังต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด โดยเริ่มเกมได้อย่างแข็งแกร่งและออกนำเร็วในนาทีที่ 14 จากลูกโหม่งเจาะตาข่ายของ เจส คาร์เตอร์ ที่ส่งบอลผ่านมือ คาทารีนา บ็อกลัช ผู้รักษาประตูยูเครนไปอย่างเฉียบคม อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน สเปนก็ขึ้นนำไอซ์แลนด์ไปก่อนแล้วจากประตูของ วิกกี้ โลเปซ ทำให้บรรยากาศในสนามฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม เริ่มกลายเป็นเกมโชว์ฝีมือมากกว่าเกมลุ้นผล
ถึงแม้ผลการแข่งขันในอีกสนามจะไม่เข้าข้าง แต่ทีมชาติอังกฤษยังคงโชว์ฟอร์มได้ดี พวกเธอครองบอลแทบตลอดเกมและไม่เปิดโอกาสให้ยูเครนได้บุกเลย ลอเรน เฮมป์ มีจังหวะยิงจากนอกเขตโทษแต่ถูกเซฟไว้ได้ มายา เล ติสซิเอร์ พลาดโอกาสทองที่ยิงข้ามคาน ส่วน ลอรา บลินด์คิลด์ บราวน์ เกือบทำประตูแรกในทีมชาติชุดใหญ่ได้ แต่ถูก ยานา โคติค สกัดไว้ได้ก่อน กระทั่ง จอร์เจีย สแตนเวย์ ทำประตูที่สองให้ทีมได้สำเร็จ
ลูกจ่ายทะลุช่องสุดเฉียบของ เคียรา วอลช์ เจาะแนวรับยูเครนพบ อเลสเซีย รุสโซ ที่วิ่งทำทางได้อย่างชาญฉลาด ก่อนจะส่งต่อให้ สแตนเวย์ เข้ามาชาร์จจบสกอร์ และขยับสถิติยิงประตูในทีมชาติของตนเพิ่มขึ้นอีก ไม่นานหลังจากนั้น สเปนก็หนีห่างในเกมของตัวเองเป็น 2-0 และทำได้อีกหนึ่งก่อนหมดครึ่งแรก ทำให้ทีมอังกฤษต้องเข้าพักครึ่งแบบที่รู้ว่าต้องการปาฏิหาริย์เพื่อพลิกสถานการณ์
ช่วงครึ่งหลังมีช่วงเวลาน่าจดจำสำหรับแฟนบอล เมื่อ เบธ มีด ลงสนามมาเป็นตัวสำรองและยิงฟรีคิกสุดสวยให้ทีมขึ้นนำ 3-0 หลังผ่านหนึ่งชั่วโมงของเกม ถือเป็นการปิดฉากรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมของอังกฤษ อย่างไรก็ตาม สเปนถล่มไอซ์แลนด์ 6-1 ทำให้ทีม “ไลออนเนสส์” ต้องไปลุยรอบเพลย์ออฟ โดยจะทราบคู่แข่งภายในสิ้นเดือนนี้
GOAL ประเมินคะแนนนักเตะทีมชาติอังกฤษจากสนามฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม...
ผู้รักษาประตูและแนวรับ
ฮันนาห์ แฮมป์ตัน (6/10):
มีจังหวะเซฟง่าย ๆ เพียงครั้งเดียวในครึ่งแรก เล่นบอลกับเท้าได้ดี แต่แทบไม่ต้องออกแรงมากนัก
มายา เล ติสซิเอร์ (7/10):
เติมเกมรุกได้ดี สร้างโอกาสหลายครั้ง และควรจะทำประตูได้จากโอกาสทองในครึ่งแรก
เจส คาร์เตอร์ (7/10):
ทำประตูเปิดเกมได้อย่างชาญฉลาด และเช่นเดียวกับกองหลังคนอื่น ๆ เธอไม่ต้องเจองานหนักในแดนของตัวเอง
เอสเม มอร์แกน (6/10):
แทบไม่ต้องทำงานป้องกันมากนักก่อนถูกเปลี่ยนออกในช่วงพักครึ่ง เล่นบอลได้อย่างมั่นใจ
นีฟ ชาร์ลส์ (7/10):
มีโอกาสเติมเกมรุกมากกว่าต้องตั้งรับ และทำได้ดีโดยเฉพาะจังหวะเปิดบอลจากริมเส้น
กองกลาง
เคียรา วอลช์ (7/10):
จ่ายบอลทะลุสุดสวยในจังหวะนำไปสู่ประตูที่สองของทีม คุมจังหวะเกมได้ดี ทำให้ทีมเคลื่อนบอลอย่างมีจังหวะและสร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง
จอร์เจีย สแตนเวย์ (7/10):
วิ่งสอดเข้าทำประตูได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยังโชว์ฟอร์มแข็งแกร่งทั้งเกมรุกและเกมรับ
ลอรา บลินด์คิลด์ บราวน์ (7/10):
อาจเป็นเกมที่ดีที่สุดของเธอกับทีมชาติอังกฤษ แม้จะเป็นเพียงนัดที่ 7 ของเธอ ทำงานหนักในการไล่บอลและจ่ายบอลได้ดีเมื่อครองบอล
แนวรุก
ลอเรน เฮมป์ (6/10):
เคลื่อนไหวได้ดีตลอดเกม แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดความเฉียบคม
อเลสเซีย รุสโซ (6/10):
วิ่งทำทางได้ดีและเปิดบอลให้ทีมทำประตูที่สอง รวมถึงมีส่วนร่วมสร้างโอกาสอื่น ๆ อีก แต่ถูกหักคะแนนเพราะไม่สามารถยิงผ่านผู้รักษาประตูได้แม้มีโอกาสหลายครั้ง
ลอเรน เจมส์ (7/10):
เป็นศูนย์กลางของเกมในครึ่งแรก ยิงชนคานและเสาอย่างน่าเสียดาย ก่อนจะเปิดบอลให้เพื่อนทำประตูแรก ถูกเปลี่ยนออกช่วงพักครึ่ง
ตัวสำรองและผู้จัดการทีม
อเล็กซ์ กรีนวูด (6/10):
ลงมาทดแทนแนวรับได้อย่างไร้รอยต่อในครึ่งหลัง
เบธ มีด (7/10):
เป็นตัวสำรองที่สร้างความแตกต่าง ยิงฟรีคิกสุดสวยและช่วยเพิ่มพลังในแนวรุกให้ทีม
โคลอี เคลลี (5/10):
ไม่สามารถสร้างผลกระทบมากนัก แม้ทีมจะครองเกมได้เหนือกว่า
เจส พาร์ก (6/10):
เพิ่มพลังในแดนกลาง มีจังหวะเล่นที่น่าสนใจ แม้จะไม่โดดเด่นเป็นพิเศษ
ลูเซีย เคนดัลล์ (N/A):
ลงมาแทน วอลช์ ในช่วงท้ายเกม
ซารีนา วีกมัน (6/10):
น่าผิดหวังเล็กน้อยที่เธอไม่หมุนเวียนผู้เล่นเกมรุกมากนัก ทั้งที่เป็นโอกาสดีที่จะให้โอกาสนักเตะหน้าใหม่ อย่างไรก็ตาม บลินด์คิลด์ บราวน์ ได้รับโอกาสและแสดงผลงานได้ยอดเยี่ยม