โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โทรศัพท์พูดคุยกับ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติสหรัฐอเมริกา (USMNT) ก่อนเกมเปิดสนามฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะพบกับทีมชาติปารากวัยในค่ำคืนนี้
แอนดรูว์ จูลิอานี หัวหน้าคณะทำงานฟุตบอลโลกของทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ทรัมป์จะไม่สามารถเข้าร่วมชมการแข่งขันที่สนามโซฟี สเตเดียม ในนครลอสแอนเจลิส เนื่องจากติดภารกิจอื่นตามตารางงาน
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับโปเช็ตติโน เพื่อให้กำลังใจทีมชาติสหรัฐฯ และกล่าวถึงโอกาสของพวกเขาในฟุตบอลโลกครั้งนี้อย่างมีความหวัง
การแข่งขันนัดนี้ถือเป็นการเริ่มต้นเส้นทางของทีมชาติสหรัฐฯ ในฟุตบอลโลก 2026 โดยพวกเขาจะพบกับปารากวัยที่สนามโซฟี สเตเดียม ซึ่งเป็นสนามเหย้าของทีมอเมริกันฟุตบอล ลอสแอนเจลิส แรมส์ และ ลอสแอนเจลิส ชาร์จเจอร์ส
ทั้งสองทีมเคยพบกันมาก่อนในเกมอุ่นเครื่องเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ซึ่งสหรัฐฯ เป็นฝ่ายชนะไป 2-1 โดยได้ประตูจาก โฟลาริน บาโลกัน และ จิโอวานนี เรย์นา ส่วนปารากวัยได้ประตูจาก อเล็กซ์ อาร์เซ
ในการสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งมีการบันทึกวิดีโอและเผยแพร่ผ่านบัญชีอย่างเป็นทางการของ USMNT บนแพลตฟอร์ม X (เดิมชื่อทวิตเตอร์) ทรัมป์กล่าวว่า “ผมโทรมาเพื่อบอกว่าคุณเป็นคนที่ยอดเยี่ยมและเป็นโค้ชที่ยอดเยี่ยม”
เขายังกล่าวต่อว่า “ผมรู้ดีเกี่ยวกับผลงานและความสำเร็จของคุณ รวมถึงรู้ว่าทีมของคุณเต็มไปด้วยผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม”
ทรัมป์ปิดท้ายด้วยคำให้กำลังใจว่า “ผมคิดว่าคุณมีโอกาสดีมากที่จะไปได้ไกลในทัวร์นาเมนต์นี้ ขอให้โชคดีนะครับ”
โปเช็ตติโน ตอบกลับว่า “ขอบคุณมากครับท่านประธานาธิบดี สำหรับแรงสนับสนุนของท่าน พวกเราจะทำทุกอย่างเพื่อให้ท่านและทุกคนในประเทศนี้ภูมิใจ”
แม้ว่าทรัมป์จะไม่ได้เดินทางมาชมเกมด้วยตนเองในลอสแอนเจลิส แต่ ซานติอาโก เปญา ประธานาธิบดีของปารากวัย ได้ยืนยันว่าจะเดินทางมาชมการแข่งขันเพื่อให้กำลังใจทีมชาติของตน
แมตช์นี้เป็นการพบกันของทีมที่มีอันดับสูงสุดและต่ำสุดในกลุ่ม D โดยสหรัฐฯ อยู่อันดับที่ 17 ของการจัดอันดับโลกฟีฟ่า ส่วนปารากวัยอยู่อันดับที่ 41
แม้ว่าสหรัฐฯ จะมีอันดับที่ดีกว่า แต่ฟอร์มล่าสุดของปารากวัยถือว่าดีกว่า โดยพวกเขาชนะ 3 นัดจาก 5 เกมหลังสุด ขณะที่สหรัฐฯ ชนะเพียง 2 นัดจาก 5 เกมหลังสุด
ข้อมูลจาก Opta Analyst คาดการณ์ว่า ทีมของโปเช็ตติโนมีโอกาสชนะ 40% ขณะที่ปารากวัยมีโอกาสชนะ 33%