คูราเซา, เคปเวิร์ด หรือทีมหน้าใหม่ในฟุตบอลโลก 2026 จะสร้างเซอร์ไพรส์ได้หรือไม่?
อรุณี มาลัยทอง June 13, 2026 05:41 PM

อย่าพลาดทุกช่วงเวลาของฟุตบอลโลก


คูราเซา, เคปเวิร์ด หรือทีมหน้าใหม่ทีมใดจะสามารถสร้างความประหลาดใจในฟุตบอลโลก 2026 ได้หรือไม่?


ในฤดูร้อนปีนี้จะมี 4 ชาติที่ได้ลงแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก ได้แก่ เคปเวิร์ด, คูราเซา, จอร์แดน และอุซเบกิสถาน ซึ่งทั้งหมดจะได้สัมผัสเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก นับเป็นเวลา 16 ปีแล้วนับตั้งแต่มีทีมหน้าใหม่สามารถทะลุเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้ล่าสุดคือ สโลวาเกีย ที่สร้างความตกตะลึงด้วยการเขี่ยแชมป์เก่าอิตาลีตกรอบในฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ ดังนั้นคำถามคือ ทีมหน้าใหม่ในปีนี้จะมีใครที่สามารถทำได้แบบนั้นอีกหรือไม่?


ตลอดสามทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา ทีมหน้าใหม่ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาเคยคว้าชัยชนะทางประวัติศาสตร์เหนืออิหร่านในปี 2014 แต่ไม่สามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ ส่วนปานามา, ไอซ์แลนด์ และกาตาร์ ซึ่งเป็นทีมหน้าใหม่ในปี 2018 และ 2022 รวมกันแล้วเก็บได้เพียงหนึ่งคะแนนเท่านั้น


อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลกก็มีตัวอย่างของความสำเร็จที่ควรเป็นแรงบันดาลใจให้กับเคปเวิร์ด, คูราเซา, จอร์แดน และอุซเบกิสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบการแข่งขันแบบใหม่ที่ขยายเป็น 48 ทีม ซึ่งจะมีถึง 32 ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ การเก็บได้ 4 คะแนนจาก 3 นัดแทบจะการันตีการผ่านรอบแบ่งกลุ่ม และบางครั้งแม้แต่ 3 คะแนนก็อาจเพียงพอ


ดังนั้น ในบรรดา 4 ชาติหน้าใหม่ในฟุตบอลโลก 2026 ทีมใดจะสามารถสร้างความประหลาดใจและกลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลได้?


จุดสูงสุดและต่ำสุดในประวัติศาสตร์


นับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2006 เป็นต้นมา ยังไม่เคยมีจำนวนทีมหน้าใหม่มากขนาดนี้มาก่อน ทัวร์นาเมนต์ที่จัดขึ้นในเยอรมนีครั้งนั้นถือครองสถิติสูงสุดด้วย 7 ทีมหน้าใหม่ (ไม่นับสองครั้งแรกในปี 1930 และ 1934 ที่เกือบทั้งหมดเป็นทีมใหม่)


กานาและยูเครนเป็นสองทีมหน้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จเมื่อ 20 ปีก่อน โดยกานาทะลุถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วนยูเครนไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ นี่เป็นหนึ่งในเพียงสี่ครั้งของฟุตบอลโลกตั้งแต่ปี 1938 ที่มีทีมหน้าใหม่สองทีมขึ้นไปผ่านรอบแรกได้ ร่วมกับปี 1966 (เกาหลีเหนือและโปรตุเกสพบกันในรอบก่อนรองชนะเลิศ), ปี 1990 (คอสตาริกาเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย และไอร์แลนด์เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ) และปี 1994 (ซาอุดิอาระเบียและไนจีเรียเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายทั้งคู่)


ฟุตบอลโลก 1958 ถือเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ทีมหน้าใหม่ทำผลงานได้ดีที่สุด โดยทั้งสามชาติหน้าใหม่ ได้แก่ ไอร์แลนด์เหนือ, สหภาพโซเวียต และเวลส์ ต่างทะลุถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ดังนั้น ฟุตบอลโลกปีนี้อาจมีโอกาสสร้างสถิติใหม่ได้ หากทั้งสี่ทีมสร้างผลงานได้น่าจดจำ


แน่นอนว่าโอกาสที่ทั้งสี่ชาติจะไปได้ไกลนั้นมีไม่มากนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะการผ่านรอบแบ่งกลุ่มในปี 2026 ดูจะเป็นเรื่องที่จับต้องได้มากกว่าที่เคย อย่างไรก็ตาม มันก็ยังเป็นภารกิจที่ยาก โดยอุซเบกิสถานเป็นทีมเดียวในกลุ่มหน้าใหม่ที่อยู่ในโถสาม ในขณะที่อีกสามทีมอยู่ในโถสี่ ซึ่งอาจทำให้ต้องเจอกลุ่มที่แข็ง


ประสบการณ์ของ "อัดโวคาท" จะพาคูราเซาไปได้ไกลแค่ไหน?


คูราเซาน่าจะเป็นทีมที่จับสลากได้ยากที่สุดในบรรดาทีมหน้าใหม่ อยู่กลุ่มเดียวกับเยอรมนี, เอกวาดอร์ และไอวอรีโคสต์ นับเป็นบททดสอบใหญ่สำหรับประเทศในแถบแคริบเบียนที่เพิ่งเป็นสมาชิกฟีฟ่าได้เพียง 15 ปี และจะกลายเป็นชาติที่มีขนาดเล็กที่สุดที่ได้เข้าร่วมฟุตบอลโลก


ทีมชุดนี้อาศัยนักเตะเชื้อสายคูราเซาที่เติบโตในเนเธอร์แลนด์ โดยมี ทาฮิธ ชอง จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นนักเตะคนเดียวที่เกิดบนเกาะจริง ๆ พวกเขาใช้ประโยชน์จากเส้นทางคัดเลือกของโซนคอนคาเคฟที่ไม่มีแคนาดา, เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา และสามารถคว้าตั๋วฟุตบอลโลกได้จากผลเสมอกับจาเมกาแบบสุดดราม่า


อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์เพียงไม่กี่เดือน ดิก อัดโวคาท ผู้จัดการทีมชาวดัตช์ในตำนานได้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปดูแลลูกสาวที่ป่วย แต่หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อสถานการณ์ของลูกสาวดีขึ้น เขาก็กลับมาคุมทีมอีกครั้ง ทำให้ทีมกลับมามีขวัญกำลังใจก่อนลุยฟุตบอลโลก


ด้วยประสบการณ์ของอัดโวคาทและความสามัคคีของทีม รวมถึงนักเตะที่มีประสบการณ์ระดับสูงหลายคน คูราเซาอาจสร้างความลำบากให้กับคู่แข่งในกลุ่ม E ได้


อาการบาดเจ็บที่กระทบโอกาสของจอร์แดน


จอร์แดนอาจมีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์มากกว่าคูราเซา กลุ่ม J ของพวกเขาประกอบด้วยอาร์เจนตินา, แอลจีเรีย และออสเตรีย ซึ่งแม้จะมีทีมแชมป์เก่าอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้ดูน่ากลัวจนเกินไป ทีมของจอร์แดนมีจุดแข็งคือเกมรับที่เหนียวแน่นและเล่นอย่างมีวินัยภายใต้การคุมทีมของ จามาล เซลามี


พวกเขามักเล่นเกมตั้งรับลึก ปล่อยให้คู่แข่งครองบอลมากกว่าแล้วโต้กลับเร็ว จุดอ่อนคือเกมรุกที่ยังไม่เฉียบคม แม้จะมีผู้เล่นที่มีคุณภาพอย่าง มูซา อัล-ตามารี กัปตันทีมจากสโมสรแรนส์ในฝรั่งเศสที่ทำไป 6 ประตูและ 6 แอสซิสต์ในลีกเอิงฤดูกาลนี้ รวมถึง อาลี โอลวาน ดาวซัลโวของทีมที่เพิ่งฟื้นจากการผ่าตัดข้อเท้าทันเวลาฟุตบอลโลก


แต่ข่าวร้ายคือการขาดหายไปของ ยาซาน อัล ไนมัต ดาวยิงตัวเก่งที่บาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าฉีกในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่จอร์แดนเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในศึกอาหรับคัพ การขาดเขาไปถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ในแนวรุก


ความยืดหยุ่นสำคัญสำหรับเคปเวิร์ด


เคปเวิร์ดก็อยู่ในกลุ่มที่ดูยากเช่นกัน แต่หากวิเคราะห์ลึกลงไปอาจไม่โหดเท่าที่คิด พวกเขาอยู่ร่วมกับสเปน, อุรุกวัย และซาอุดิอาระเบีย ซึ่งมีโอกาสที่จะสร้างปัญหาได้ โดยเฉพาะเมื่ออุรุกวัยดูจะมีปัญหาภายในทีม


ทีมนี้สร้างจากนักเตะเชื้อสายเคปเวิร์ดทั่วโลก หลังจากใช้เวลาราวสิบปีในการพัฒนา พวกเขาเคยเข้าร่วมศึกแอฟริกันคัพออฟเนชันส์ครั้งแรกในปี 2013 และผ่านถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ จากนั้นลงเล่นอีกสามครั้ง โดยในปี 2023 พวกเขาเกือบเข้ารอบรองฯ แต่พ่ายแอฟริกาใต้ในการดวลจุดโทษ ปัจจุบันพวกเขาเป็นทีมที่มีอายุเฉลี่ยมากที่สุดอันดับสี่ในฟุตบอลโลก และพร้อมสร้างประวัติศาสตร์


จุดเด่นของเคปเวิร์ดคือสไตล์การเล่นที่เน้นการครองบอล แตกต่างจากทีมหน้าใหม่อื่น ๆ แต่พวกเขาอาจต้องปรับตัวเมื่อเจอกับทีมที่ครองบอลเหนือกว่า เกมรุกของพวกเขามักรวดเร็วและตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นจุดแข็ง ส่วนเกมรับยังมีจุดอ่อน โดยเคยแพ้แคเมอรูน 1-4 และเสมอลิเบีย 3-3 ในรอบคัดเลือก การกลับมาของ โลแกน คอสตา กองหลังจากบียาร์เรอัลที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้า ถือเป็นข่าวดีอย่างมาก


แนวรับคือหัวใจของอุซเบกิสถาน


อุซเบกิสถานอยู่ภายใต้การคุมทีมของ ฟาบิโอ คันนาวาโร อดีตกองหลังกัปตันทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์โลกปี 2006 และเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ โดยมี อับดูโคดีร์ คูซานอฟ เซ็นเตอร์แบ็กจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นแกนนำหลัก จึงไม่น่าแปลกใจที่ทีมนี้จะเน้นเกมรับเป็นหัวใจสำคัญ


การแต่งตั้งคันนาวาโรถือว่าน่าสนใจ เพราะเขามารับงานต่อจาก ทิมูร์ คาปัดเซ ที่พาทีมผ่านรอบคัดเลือกได้สำเร็จ แม้คันนาวาโรเคยมีประสบการณ์ที่ดีในจีน แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จในยุโรปมากนัก ทำให้ทัวร์นาเมนต์นี้เป็นโอกาสสำคัญสำหรับเขา


ทีมอุซเบกิสถานมีนักเตะถึง 15 คนที่เล่นในลีกภายในประเทศ ซึ่งเพิ่งเริ่มต้นแข่งขันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้พวกเขามีความสด ส่วนอีก 5 คนเล่นในอิหร่าน ซึ่งลีกถูกพักการแข่งขันมานานเนื่องจากสงคราม นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นชั้นนำอย่าง เอลดอร์ โชมูรอดอฟ ที่ยิงไป 22 ประตูให้กับอิสตันบูล บาซัคเซฮีร์ คว้ารองดาวซัลโวร่วมของซูเปอร์ลีก


พวกเขาจะต้องพึ่งพานักเตะเหล่านี้ในกลุ่มที่ประกอบด้วยโปรตุเกส, โคลอมเบีย และดีอาร์คองโก ซึ่งถือว่าเปิดกว้างพอสมควรสำหรับการลุ้นเข้ารอบต่อไป


ใครจะไปได้ไกลที่สุด?


เมื่อพิจารณาโดยรวม อุซเบกิสถานและเคปเวิร์ดดูจะมีโอกาสดีที่สุดที่จะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ เพราะอยู่ในกลุ่มที่มีโอกาสเก็บชัยชนะได้อย่างน้อยหนึ่งเกม ทั้งสองทีมมีโอกาสลุ้นเป็นหนึ่งในทีมอันดับสามที่ดีที่สุด


คูราเซาอาจสร้างความประทับใจได้เช่นกัน แต่การเจอกับเยอรมนี, ไอวอรีโคสต์ และเอกวาดอร์ถือเป็นบททดสอบหนัก ส่วนจอร์แดน แม้จะมีจุดแข็งในเกมรับ แต่การจะต่อกรกับทีมระดับสูงยังเป็นงานยากสำหรับทีมอันดับ 63 ของโลก


การมีถึงสี่ทีมหน้าใหม่ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์อาจเป็นเรื่องยาก แต่โอกาสที่อย่างน้อยหนึ่งทีมจะทำได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สโลวาเกียในปี 2010 นั้นมีมากขึ้น และบางทีเราอาจได้เห็นสองทีมหน้าใหม่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มพร้อมกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2006 ก็เป็นได้

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.