‘นพ.เปรมศักดิ์’ เปิดปมวิกฤตหนังสือเรียนปี 2569 ชี้นักเรียนกว่า 2,000 โรงเรียนยังไม่มีหนังสือเรียนหลังเปิดเทอมครบ 1 เดือน ตั้งข้อสงสัยขบวนการจัดพิมพ์ตำรางบกว่าพันล้าน ‘ประเสริฐ’ ลั่นยุคนี้ต้องไม่มีมาเฟียในกระทรวงศึกษา นัดถกบอร์ด สกสค. ด่วน 19 มิ.ย. สอบทุกข้อกล่าวหา
15 มิ.ย.2569-ที่รัฐสภา บรรยากาศการประชุมวุฒิสภาเป็นไปอย่างดุเดือด หลัง นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ตั้งกระทู้ถามสดถึง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กรณีวิกฤตหนังสือเรียนปีการศึกษา 2569 ที่ส่งผลกระทบต่อนักเรียนและครูทั่วประเทศ
นพ.เปรมศักดิ์ เปิดประเด็นว่า ขณะนี้ยังมีโรงเรียนมากกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศที่ยังไม่ได้รับหนังสือเรียน แม้เปิดภาคเรียนมาตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 และผ่านไปแล้วกว่า 1 เดือน ทำให้นักเรียนจำนวนมากไม่มีแบบเรียนใช้ศึกษา ขณะที่ครูผู้สอนก็ขาดสื่อการเรียนการสอนที่จำเป็น
“วงการศึกษาไทยไม่เคยเผชิญสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน หนังสือเรียนจำนวนหลายล้านเล่มยังพิมพ์ไม่เสร็จ ทั้งที่เป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดของการศึกษา วันนี้มีคนในกระทรวงศึกษาธิการพูดกันว่า แม้รัฐมนตรีจะเป็นผู้บริหารสูงสุด แต่ยังมีผู้มีอิทธิพลที่ใหญ่กว่า คอยกำกับดูแลระบบทั้งหมด”
นพ.เปรมศักดิ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการจัดพิมพ์หนังสือเรียนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ว่า เดิมองค์การค้าของคุรุสภาเป็นผู้ดำเนินการพิมพ์หนังสือเรียน แต่กลับมีการเปลี่ยนรูปแบบให้ สกสค. เป็นผู้ดำเนินการ พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการภายนอกมาจัดทำทีโออาร์ จัดจ้าง และตรวจรับงานเอง จนเกิดข้อสงสัยถึงความโปร่งใสของโครงการที่มีมูลค่างบประมาณกว่า 1,400 ล้านบาท
“พบความผิดปกติในการคัดเลือกผู้รับจ้าง โดยระบุว่ามีบริษัทบางรายได้รับสิทธิ์ดำเนินการ ทั้งที่วางหลักประกันสัญญาไม่ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมตั้งคำถามว่ามีการเอื้อประโยชน์หรือไม่โดยสัญญากำหนดให้ส่งมอบหนังสือภายในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 แต่จนถึงวันนี้ยังมีนักเรียนจำนวนมากไม่ได้รับหนังสือเรียน โรงเรียนทั่วประเทศร้องเรียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องการขนส่ง แต่เป็นความล้มเหลวด้านการบริหารจัดการ และอาจมีเรื่องการทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้อง”
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนการบริหารงานของ สกสค. นั้น ขอเรียกร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติและจริยธรรมของเลขาธิการสกสค. โดยอ้างว่ามีข้อกังขาหลายประเด็น ทั้งเรื่องสถานะทางกฎหมาย คดีความ และการจ่ายค่าตอบแทนที่อาจซ้ำซ้อน
ด้านนายประเสริฐ ชี้แจงว่า กระทรวงศึกษาธิการจะไม่ยอมให้มีผู้มีอิทธิพลหรือมาเฟีย อยู่เหนือระบบอีกต่อไป หากพบข้อมูลหรือหลักฐานใดที่เข้าข่ายการทุจริต พร้อมดำเนินการตรวจสอบอย่างเด็ดขาด โครงการจัดพิมพ์หนังสือเรียนดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 วงเงินกว่า 1,400 ล้านบาท โดยใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) และได้รับรายงานจาก สกสค. ว่าหนังสือเรียนได้จัดส่งไปยังตัวแทนจำหน่ายหลักทั้ง 11 รายแล้ว แคต่อาจเกิดความล่าช้าในบางพื้นที่ เนื่องจากมีโรงเรียนจำนวนหนึ่งสั่งหนังสือเพิ่มเติมภายหลัง รวมถึงปัญหาในขั้นตอนการกระจายหนังสือไปยังโรงเรียนในแต่ละจังหวัด
“หากยังมีโรงเรียนที่ไม่ได้รับหนังสือเรียนตามที่มีการร้องเรียน ผมจะสั่งตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะนักเรียนทุกคนต้องได้รับหนังสือเรียนอย่างทั่วถึง”
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้สั่งเรียกประชุมคณะกรรมการ สกสค. เป็นการด่วนในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ เพื่อพิจารณาข้อร้องเรียนทั้งหมด ทั้งเรื่องคุณสมบัติของผู้บริหาร การจ่ายค่าตอบแทนที่อาจซ้ำซ้อน รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง
“เรื่องใดไม่ถูกต้องต้องได้รับการแก้ไข หากพบการกระทำผิดหรือมีการเอื้อประโยชน์ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด แต่ทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความเป็นธรรม”
ขณะที่ นพ.เปรมศักดิ์ ทิ้งท้ายด้วยการเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งผ่าตัด ปัญหาภายในองค์กรอย่างจริงจัง โดยเตือนว่าหากยังปล่อยให้ระบบบริหารที่มีข้อครหาดำเนินต่อไป วิกฤตที่เกิดขึ้นกับหนังสือเรียนในปีนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่ที่กระทบต่ออนาคตการศึกษาไทยทั้งระบบ