อัตราแลกเปลี่ยนสัปดาห์นี้ (15-19 มิ.ย.69) 3 แบงก์ใหญ่ประเมินกรอบ 32-33 บาท
June 15, 2026 07:39 PM

ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ยังเผชิญความผันผวนสูง ท่ามกลางการจับตาผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ภายใต้ผู้นำคนใหม่ และความคืบหน้าข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ขณะที่ทีทีบี กรุงศรี และกสิกรไทย ประเมินเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-33.10 บาทต่อดอลลาร์ ชี้ปัจจัยต่างประเทศยังเป็นตัวแปรสำคัญกำหนดทิศทางตลาดการเงินโลก 
ค่าเงินบาทยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์นี้ หลังหลายสถาบันการเงินชั้นนำออกมาประเมินว่า ค่าเงินไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบกว้าง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก และสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง 
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ระบุว่า ค่าเงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยล่าสุดซื้อขายอยู่บริเวณ 32.80 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศที่ยังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

ดีลสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดโลก

หนึ่งในปัจจัยที่สร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดการเงินทั่วโลก คือ การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลงร่วมกับอิหร่าน เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเล แม้ทั้งสองฝ่ายเตรียมลงนามข้อตกลงอย่างเป็นทางการที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ แต่ตลาดยังคงประเมินว่าความไม่แน่นอนยังมีอยู่สูง จึงทำให้นักลงทุนยังคงติดตามพัฒนาการดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
การคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลางช่วยลดแรงกดดันด้านราคาพลังงาน และส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงกลับมาฟื้นตัว ขณะเดียวกันยังช่วยลดความต้องการถือครองเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน 

เงินเฟ้อสหรัฐชะลอ แต่ยังไม่พอให้เฟดผ่อนคลาย 

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุดสะท้อนภาพที่ค่อนข้างผสมผสาน โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นในระดับใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัวต่ำกว่าคาด สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อบางส่วนเริ่มชะลอตัวลง 
อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ออกมาสูงกว่าคาดในบางส่วน ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐยังไม่สามารถส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินได้อย่างชัดเจน 
นักลงทุนจึงให้น้ำหนักกับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (FOMC) วันที่ 16-17 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของประธานเฟดคนใหม่ โดยตลาดคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75%

3 แบงก์ใหญ่ชี้กรอบเงินบาทยังผันผวน 

ทีทีบีมอง ว่า ค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวตามข่าวสารจากตะวันออกกลางและทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก โดยในช่วงที่ผ่านมาเงินบาทเคยอ่อนค่าลงแตะระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนกลับมาแข็งค่าหลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย 
ด้านกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประเมินว่า เงินบาทสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.90 บาทต่อดอลลาร์ โดยมองว่าผลการประชุมเฟดและการส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อค่าเงินดอลลาร์และค่าเงินบาทในระยะสั้น 
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทไว้ที่ 32.10-33.10 บาทต่อดอลลาร์ โดยมองว่าปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือ Dot Plot ใหม่ของเฟด ฟันด์โฟลว์จากนักลงทุนต่างชาติ และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง 

BOJ-BOE ร่วมกำหนดทิศทางตลาดการเงิน 

นอกจากการประชุมเฟดแล้ว นักลงทุนยังจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งตลาดคาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.00% สูงสุดในรอบกว่า 30 ปี
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) และธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ต่างอยู่ในช่วงพิจารณาทิศทางนโยบายการเงิน ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ 

ธปท. มั่นใจเสถียรภาพไทย ไม่จำเป็นต้องประชุมฉุกเฉิน

สำหรับปัจจัยในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า เสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง และยังไม่มีความจำเป็นที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะต้องเรียกประชุมพิเศษเหมือนบางประเทศในภูมิภาค 
อย่างไรก็ตาม เงินทุนต่างชาติยังคงไหลออกจากตลาดการเงินไทย โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยกว่า 1,500 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรมากกว่า 12,000 ล้านบาท ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อเนื่อง 

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.