ศาลอุทธรณ์ สั่งจำคุก 3 ปี ดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีอุทยานฯ และจำเลยอีก 2 คนเป็นระยะเวลา 2 ปี คดีขนม็อบ ร่วมชุมนุมการเมืองปี 55
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ครั้งที่ 80 ระหว่าง วันที่ 1 – 31 พฤษภาคม 2569 โดยมีผลคดีของนายดำรงค์ พิเดช สมัยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับพวก ซึ่งได้อนุมัติ โครงการและอนุมัติเงินงบประมาณในโครงการฝึกอบรมจริยธรรม สำหรับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระหว่างวันที่ 7–16 มิถุนายน 2555 โดยมิชอบ
ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 90 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 สำหรับคดีนี้ ปรากฏชื่อนายดำรงค์ พิเดช เป็นจำเลยที่ 1, นายเริงชัย ประยูรเวช จำเลยที่ 2 และนายธนโรจน์ โพธิสาโร จำเลยที่ 3
สำหรับคดีดังกล่าว นายดำรงค์ และพวก ถูกกล่าวหาว่า มีการอนุมัติโครงการฝึกอบรมจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยมิชอบ และนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการชุมนุมทางการเมือง เพื่อเจตนาสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่เข้าร่วมชุมนุมที่สวนสัตว์ดุสิต และที่หน้ารัฐสภา ในช่วงเดือนมิถุนายน 2555
โดยล่าสุดศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางจากเดิม พิพากษายกฟ้อง เป็นให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามแต่ละคนตามความหนักเบาของพฤติการณ์แห่งคดี จำเลยที่ 1 ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฎีกาคำพิพากษาคดีอาญา อย่างไรก็ตามจำเลยสามารถสู้ต่อในศาลฏีกาได้
ข่าวล่าสุด