ลูก้า โมดริช ส่งสารท้าทายถึงคู่แข่งก่อนเกมเปิดสนามศึกฟุตบอลโลกของโครเอเชียกับทีมชาติอังกฤษ โดยยืนยันว่าทัพตราหมากรุกไม่เกรงกลัวใครทั้งนั้น มิดฟิลด์จากสโมสรเอซี มิลานรายนี้ ซึ่งกำลังลงเล่นในศึกฟุตบอลโลกครั้งที่ห้าในชีวิต ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของชาติที่หวังสร้างผลงานยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับปี 2018 และ 2022 แม้จะมีคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตในระดับสโมสรและข่าวลือเรื่องการเลิกเล่น แต่กัปตันมากประสบการณ์ยังคงมุ่งมั่นกับภารกิจในสนามเป็นหลัก
โฟกัสที่ฟุตบอลโลก
โมดริชยังไม่คิดแขวนสตั๊ดในตอนนี้ แต่ก็ยังไม่พร้อมเปิดเผยว่าเขาจะค้าแข้งที่ไหนในฤดูกาลหน้า มิดฟิลด์วัย 40 ปีจากเอซี มิลานกำลังเข้าสู่ฟุตบอลโลกครั้งที่ห้า และยืนยันว่าความสำเร็จในระดับทีมชาติสำคัญกว่าการทำสถิติส่วนตัวหรือการต่อสัญญา
สัญญาของกัปตันทีมชาติโครเอเชียกับเอซี มิลานจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยมีเงื่อนไขขยายเพิ่มได้อีก 12 เดือน แต่ยังไม่มีการประกาศใด ๆ อย่างเป็นทางการ โดยมีรายงานว่าเขาอาจตัดสินใจรีไทร์หลังจบฟุตบอลโลก
กระนั้น โมดริชปฏิเสธที่จะพูดถึงอนาคตของตนเอง โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ตอนนี้ผมโฟกัสอยู่กับทัวร์นาเมนต์เท่านั้น เพราะผมต้องการช่วยทีมให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”
แม้จะเหลือเพียงอีกสองนัดก่อนจะลงเล่นครบ 200 เกมในนามทีมชาติ แต่เขายืนยันว่าการเดินทางมาทวีปอเมริกาเหนือครั้งนี้ไม่ใช่การอำลา หรือ “การเต้นครั้งสุดท้าย” กับทีมชาติแต่อย่างใด
ไม่หวั่นก่อนดวลอังกฤษ
โครเอเชียต้องเจอบททดสอบใหญ่ในการเปิดสนามรอบแบ่งกลุ่มกับอังกฤษ ซึ่งโมดริชมองว่าเป็นทีมเต็งในกลุ่ม อย่างไรก็ตาม มิดฟิลด์ระดับตำนานรายนี้รีบตัดประเด็นเรื่องความหวาดกลัวต่อทีมสิงโตคำรามที่เต็มไปด้วยแข้งระดับซูเปอร์สตาร์และสถานะทีมเต็งแชมป์
ดาวเตะมากประสบการณ์รายนี้กล่าวอย่างมั่นใจว่า “เรามีความเคารพทุกทีม แต่เราไม่กลัวใครทั้งนั้น ตอนนี้เป็นหน้าที่ของเราที่จะพิสูจน์ในสนาม เราต้องการทำให้ชาวโครแอตทุกคนภูมิใจ” โมดริชเชื่อว่าถึงแม้อังกฤษอาจเป็นทีมที่เหนือกว่าในสายตาหลายคน แต่ประสบการณ์ของทีมโครเอเชียจะเป็นจุดแข็งที่ทำให้พวกเขายังต่อกรในระดับสูงสุดได้อีกครั้ง
ไม่ใช่มาแค่ร่วมแข่งขัน
หลังคว้ารองแชมป์ในปี 2018 และอันดับสามในปี 2022 โครเอเชียก้าวเข้าสู่ฟุตบอลโลกครั้งนี้พร้อมชื่อเสียงในฐานะทีมที่มักทำผลงานเกินความคาดหมาย โมดริชยืนยันว่าทีมของเขาไม่ได้เดินทางมาสหรัฐอเมริกาเพียงเพื่อเป็นผู้ร่วมแข่งขัน แต่ตั้งเป้าที่จะลุ้นแชมป์ที่พลาดไปอย่างน่าเสียดายในอดีต
“จุดแข็งที่สุดของโครเอเชียในฟุตบอลโลกหลายครั้งที่ผ่านมา คือความสามัคคี และครั้งนี้ก็ต้องเป็นเช่นนั้น เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นเพียงส่วนประกอบ เมื่อทีมมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เราสามารถต่อกรกับใครก็ได้” โมดริชกล่าวย้ำ
นำทางให้คนรุ่นใหม่
ในช่วงที่ทีมชาติกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านตามธรรมชาติ โมดริชมองว่าตนเองไม่ได้มีบทบาทเพียงเพลย์เมกเกอร์ แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมระหว่างยุคทองกับนักเตะรุ่นใหม่ เขาเชื่อว่าหน้าที่ของตนคือการสร้างพื้นที่ให้แข้งดาวรุ่งได้แสดงศักยภาพโดยไม่ต้องกังวลกับแรงกดดัน
“ผู้เล่นที่มีประสบการณ์มากกว่าอย่างพวกเรา ต้องคอยช่วยเหลือและสนับสนุนคนหนุ่ม ให้พวกเขาได้เติบโต ถ่ายทอดประสบการณ์ คุณภาพ และบุคลิกภาพให้พวกเขา เด็กรุ่นใหม่ต้องรู้สึกอิสระในการแสดงความสามารถ และเราต้องอยู่ข้างพวกเขา การเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยกำลังเกิดขึ้น แต่เรายังต้องการเดินหน้าชนะและประสบความสำเร็จเหมือนสองครั้งที่ผ่านมา” โมดริชกล่าวปิดท้าย
อังกฤษจะไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลโลกครั้งนี้?