16 มิ.ย.2569-ที่รัฐสภา นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว. แถลงข้อเรียกร้องให้ไทยทบทวนทุกความช่วยเหลือต่อกัมพูชา กรณีสื่อกัมพูชาโต้ตัดความสัมพันธ์ระดับรัฐสภา ว่า จากกรณีที่ผ่านมาที่ตนได้เรียกร้องไปยังประธานรัฐสภา ในประเด็นการตัดความสัมพันธ์กับกัมพูชาในระดับรัฐสภา ผ่านทางกลุ่มมิตรภาพไทย-กัมพูชา โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อกัมพูชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและสมเด็จฯฮุน เซน รักษาการประมุขแห่งรัฐกัมพูชา ได้ออกมาโต้เรื่องนี้ โดยกล่าวว่ากัมพูชามีการบริหารจัดการดูแลประชาชนเองได้ ตนจึงเสนอให้รัฐบาลไทยทบทวนงบประมาณความช่วยเหลือทางการศึกษากับกัมพูชา ทุนการศึกษาและโครงการแลกเปลี่ยน ในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังมีความตึงเครียด
นายปริญญา กล่าวต่อว่า ทางกัมพูชาได้ออกมาชี้แจงผ่านกระทรวงศึกษาธิการ ว่ายังไม่ได้รับการแจ้งอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทยเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าว พร้อมระบุว่ากัมพูชาสามารถรองรับนักศึกษาของตนเองได้ และได้จัดหาทุนการศึกษาทดแทนไว้หลายรอบแล้ว จากคำชี้แจงดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าข้อเสนอของตนเป็นข้อเสนอที่มีเหตุผล และควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง หากรัฐบาลกัมพูชามีความพร้อมในการดูแลนักศึกษาและจัดหาทุนการศึกษาทดแทนได้ด้วยตัวเอง ย่อมเป็นคำถามที่สังคมไทยมีสิทธิถามว่าเหตุใดไทยจึงต้องใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชนของคนไทยเพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆ เหล่านั้นต่อ
นายปริญญา กล่าวอีกว่า ข้อเสนอของตนไม่ได้เกิดจากความไม่เป็นมิตรต่อประชาชนชาวกัมพูชา และไม่ได้มีเจตนาต่อเยาวชนหรือการศึกษาแต่อย่างใด แต่เป็นข้อเสนอให้มีการทบทวนการใช้ทรัพยากรของไทย ตามหลักผลประโยชน์แห่งชาติ ความคุ้มค่าของงบประมาณ และความเหมาะสมของสถานการณ์ปัจจุบัน ในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยังมีข้อพิพาทกันอยู่
นายปริญญา กล่าวต่อว่า การทบทวนงบประมาณช่วยเหลือทางการศึกษากับกัมพูชา เป็นเรื่องที่สามารถอภิปรายได้อย่างเปิดเผย ในฐานะที่ตนเป็นผู้แทนของประชาชน จึงต้องมีการตรวจสอบเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เป็นภาษีของประชาชนคนไทย ให้ถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลงบประมาณที่ไทยใช้สนับสนุนการศึกษาและโครงการแลกเปลี่ยนกับกัมพูชาในแต่ละปี ว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ และไทยได้รับผลประโยชน์ตอบแทนด้านเศรษฐกิจและความร่วมมือระดับโครงการอย่างไรบ้าง มีการประเมินความคุ้มค่าของโครงการดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่
นายปริญญา กล่าวด้วยว่า ตนขอเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย ตามหลักความรับผิดชอบต่อภาษีประชาชน ความโปร่งใสและการคำนึงต่อผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลไทยจะต้องทบทวนงบประมาณและความร่วมมือกับกัมพูชาในทุกมิติ ไม่ใช่เฉพาะในด้านการศึกษาเท่านั้น แต่รวมถึงกลุ่มงบประมาณด้านการฝึกอบรม ความช่วยเหลือทางวิชาการ ความร่วมมือด้านวัฒนธรรม หรือโครงการที่ใช้งบงบประมาณของรัฐเพื่อสนับสนุนหน่วยงาน บุคลากรจากทางกัมพูชา หลักการสำคัญคือทุกโครงการที่ใช้ภาษีของคนไทย ต้องสามารถตอบได้ว่าไทยได้รับประโยชน์อะไร มีความคุ้มค่าหรือไม่ และมีผลประโยชน์ต่อประเทศชาติในสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่
นายปริญญา กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้เสนอให้ยุติความสัมพันธ์ทั้งหมด แต่ความความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ ตนไม่ได้ปิดกั้นความร่วมมือต่างๆ หากมีประโยชน์และได้รับประโยชน์ทั้งสองฝ่าย แต่ขอเสนอให้รัฐบาลยึดหลักประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง และความสำคัญของงบประมาณใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ว่าสะท้อนถึงความรู้สึกของประชาชนอย่างไรบ้าง ในช่วงที่เกษตรกรไทยยังประสบปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ นักเรียนไทยจำนวนมากยังขาดโอกาสทางการศึกษา ประชาชนไทยจำนวนมากอย่างเผชิญกับปัญหาค่าครองชีพสูง รัฐบาลไทยจึงมีหน้าที่อธิบายให้ชัดว่าเหตุใดไทยจึงเอางบประมาณบางส่วนไปใช้กับโครงการความร่วมมือกับทางกัมพูชา สุดท้ายนี้ จากการที่ตนได้แถลงเรียกร้องให้ประธานรัฐสภายกเลิกกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาไทย-กัมพูชาในสัปดาห์ที่แล้ว ปัจจุบันยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ จากทางประธานรัฐสภา จึงขอเรียกร้องประธานรัฐสภาให้ความชัดเจนว่าจะขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างไร.