ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ (15 มิ.ย.) รับข่าวสหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครรามและกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
โดยข่าวดังกล่าวฉุดราคาน้ำมันร่วงลงและช่วยให้นักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริการะบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามแล้ว โดยทั้งสองฝ่ายจะลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างเป็นทางการที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. 69
ดาวโจนส์ปิดตลาดทุบสถิติใหม่ พุ่ง 469 จุด รับสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ
ทรัมป์ ระบุว่า ได้สั่งการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม รวมถึงสั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่าน
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่า บันทึกความเข้าใจดังกล่าวเป็นการวางรากฐานสำหรับข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แม้ยังคงมีประเด็นสำคัญหลายเรื่องที่ต้องมีการเจรจาเพิ่มเติม
ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวกำหนดกรอบสำหรับการลดความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่าย และปูทางไปสู่การเจรจาทางเทคนิคเกี่ยวกับประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป
หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทะยานขึ้น 3.39% ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารพุ่งขึ้น 2.42% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 3.58% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ลดลง 0.9%
ข่าวการบรรลุข้อตกลงยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้ฉุดราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงกว่า 4% ช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและคาดหวังว่าอาจช่วยลดแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) โดยปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย และยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มเรือสำราญซึ่งมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงาน
ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกกังวลของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ร่วงลง 8.3% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันวันที่ 3
ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ปิดตลาดพุ่งขึ้นกว่า 5% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากหุ้นบริษัทชิปรายใหญ่อย่าง Nvidia พุ่งขึ้น 3.5% และหุ้น Micron ทะยานขึ้น 10.5% หลังได้รับการปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้นจากบริษัทโบรกเกอร์อย่างน้อยสองแห่ง
นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันพุธที่ 17 มิ.ย.ตามเวลาสหรัฐฯ รวมถึงจับตาการแถลงข่าวของเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 98.6% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมครั้งนี้ แต่ให้น้ำหนักเกือบ 42% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ภายในสิ้นปีนี้