แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปิดดีลสปอนเซอร์ 'มูลค่าสูงสุด' ในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ด้วยสัญญาหลายปี
ชาญชัย รัตนพงษ์ June 16, 2026 03:53 PM

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ในด้านการเงิน หลังบรรลุข้อตกลงสปอนเซอร์ชุดฝึกซ้อมกับ เบ็ตเวย์ (Betway) มูลค่ามหาศาลถึง 20 ล้านปอนด์ต่อปี ตามรายงานข่าว สัญญาฉบับใหม่นี้มีระยะเวลาหลายปี และถือเป็นความสำเร็จเชิงพาณิชย์ครั้งใหญ่ของ “ปีศาจแดง” ในช่วงที่สโมสรต้องปรับตัวตามกฎระเบียบใหม่ของพรีเมียร์ลีกเกี่ยวกับความร่วมมือกับบริษัทพนัน

สัญญาทางการค้าครั้งประวัติศาสตร์นี้ ทำให้ยูไนเต็ดกลายเป็นสโมสรที่มีข้อตกลงสปอนเซอร์ชุดฝึกซ้อมที่มีมูลค่าสูงที่สุดในวงการฟุตบอล ตามรายงานของ เดลี่เมล (The Daily Mail) ซึ่งระบุว่าสัญญานี้มีมูลค่าราว 20 ล้านปอนด์ต่อปี หลังจากฤดูกาลก่อนที่สโมสรไม่มีพันธมิตรชุดฝึกซ้อม การตกลงครั้งนี้จึงถือเป็นชัยชนะทางการค้าครั้งสำคัญของทีมผู้บริหาร โดยผู้เชี่ยวชาญในวงการเชื่อว่า นี่คือข้อตกลงสปอนเซอร์เฉพาะชุดฝึกซ้อมที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงการกีฬา

ช่วงเวลาของการบรรลุข้อตกลงนี้ถือว่ามีความสำคัญ เนื่องจากกฎใหม่ของพรีเมียร์ลีกจะเริ่มบังคับใช้ในฤดูกาลหน้า โดยห้ามบริษัทพนันปรากฏบนหน้าอกเสื้อแข่งขันของทีมใดๆ การที่ยูไนเต็ดสามารถบรรลุข้อตกลงกับเบ็ตเวย์ในฐานะสปอนเซอร์ชุดฝึกซ้อม จึงเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้สโมสรหลีกเลี่ยงข้อจำกัดใหม่เหล่านี้ได้อย่างชาญฉลาด ขณะเดียวกันก็เพิ่มรายได้ให้กับทีมอย่างสูงสุด ทั้งนี้ สโมสรยังไม่ได้ให้ความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายละเอียดของสัญญาหลายปีดังกล่าว

รายได้ก้อนใหม่นี้มาถึงในช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้จัดการทีม ไมเคิล คาร์ริก ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้คุมทีมเต็มตัวหลังจากทำหน้าที่ชั่วคราว ยูไนเต็ดกำลังเตรียมพร้อมสำหรับตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ที่คึกคัก และการได้สัญญากับเบ็ตเวย์ รวมถึงการคว้าตั๋วกลับไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก อาจทำให้คาร์ริกมีงบประมาณเสริมทีมราว 150 ล้านปอนด์ ขณะที่การกลับไปสู่เวทียุโรประดับสูงสุดคาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มเติมอีกประมาณ 80 ล้านปอนด์ให้กับสโมสร

สถานะทางการเงินของสโมสรดูเหมือนจะอยู่ในเส้นทางที่ดีขึ้น แม้จะผ่านช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ยูไนเต็ดรายงานกำไรจากการดำเนินงาน 37.7 ล้านปอนด์ในช่วงเก้าเดือนจนถึงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นการพลิกจากผลขาดทุน 3.2 ล้านปอนด์ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงผลลัพธ์ของการปรับโครงสร้างธุรกิจและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดที่เริ่มเห็นผลชัดเจน

ตั้งแต่ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เข้ามามีส่วนร่วม สโมสรได้ดำเนินการปรับโครงสร้างภายในอย่างเข้มงวดเพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน มาตรการดังกล่าวรวมถึงการปลดพนักงานราว 400 คน และการทบทวนค่าใช้จ่ายในทุกภาคส่วน เป้าหมายหลักคือการลดรายจ่ายเพื่อให้มีงบประมาณมากขึ้นสำหรับการลงทุนในทีมชุดใหญ่และการดำเนินงานด้านฟุตบอล

ยูไนเต็ดได้ยืนยันถึงความสำเร็จของมาตรการเหล่านี้ โดยระบุว่าสโมสร “ยังคงได้รับผลประโยชน์จากโครงการลดต้นทุนและจำนวนพนักงานที่ดำเนินการในปีก่อนหน้า” โอมาร์ เบอร์ราดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสโมสร แสดงความมั่นใจในทิศทางปัจจุบัน โดยกล่าวว่า “เรารู้สึกเชิงบวกอย่างมากกับความก้าวหน้าของสโมสรในฤดูกาลนี้ และผลลัพธ์เชิงบวกที่ต่อเนื่องจากโครงการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจของเรา”

นอกจากทีมชายชุดใหญ่แล้ว สโมสรยังเห็นพัฒนาการในหลายภาคส่วน ทั้งทีมฟุตบอลหญิงและอะคาเดมี อย่างไรก็ตาม สโมสรยังคงมีหนี้สินอยู่ประมาณ 650 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นมรดกจากการเข้าซื้อกิจการแบบกู้ยืมของตระกูลเกลเซอร์ ถึงกระนั้น เป้าหมายรายได้ของสโมสรสำหรับปี 2026 ได้รับการปรับเพิ่มขึ้นเป็นระหว่าง 655 ล้านถึง 665 ล้านปอนด์ โดยคาดว่า EBITDA จะทะลุ 200 ล้านปอนด์

เบอร์ราดา กล่าวชื่นชมผลงานของทีมผู้ฝึกสอนชุดปัจจุบันว่า “การจบอันดับสามในพรีเมียร์ลีกและคว้าสิทธิ์ไปเล่นในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลหน้า สะท้อนถึงฟอร์มที่ดีขึ้นของทีมชายของเราในสนาม ไมเคิล คาร์ริก ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมใน 17 นัดที่เขาคุมทีม และเราดีใจที่เขาจะได้ทำหน้าที่กุนซือต่อไป ทีมฟุตบอลหญิงของเราทะลุถึงรอบก่อนรองชนะเลิศในศึกยูฟ่า วีเมนส์ แชมเปียนส์ลีก และเข้าชิงถ้วยลีกคัพเป็นครั้งแรก รวมถึงจะได้เข้าร่วมการแข่งขันเวิลด์เซเวนส์อีกครั้ง ส่วนในระดับเยาวชน ทีมของเราทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ ยูธคัพ และรอบเพลย์ออฟ พรีเมียร์ ลีก 2 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสโมสรในการพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่อง”

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.