วิเคราะห์ฟุตบอลโลก 2026: ฝรั่งเศส ปะทะ เซเนกัล ภารกิจล้างแค้นของเลส์เบลอส์
Aurora Nightingale June 16, 2026 05:55 PM

เกปรี – การแสดงของตัวแทนจากทวีปแอฟริกาอย่างโมร็อกโกถือว่าน่าประทับใจในศึกฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้

โมร็อกโกสามารถยันเสมอกับบราซิลได้ โดยมีจำนวนการยิงตรงกรอบมากกว่าทีมแชมป์โลก 5 สมัยรายนี้อีกด้วย

นอกจากโมร็อกโกแล้ว ทีมชาติอียิปต์ก็ทำได้ดีเช่นกันเมื่อสามารถเสมอกับเบลเยียม ส่วนเคปเวิร์ดก็สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเสมอสเปนแบบไร้สกอร์ 0-0

ส่วนเซเนกัลเองก็มีผลงานที่ดีในฟุตบอลโลกเช่นกัน โดยเคยล้มแชมป์เก่าฝรั่งเศสได้ในฟุตบอลโลกปี 2002 ซึ่งการพบกันครั้งนี้ถือเป็นการรีแมตช์หลังจากผ่านไป 24 ปี

ทีมของกุนซือดิดิเยร์ เดส์ชองส์ มาพร้อมภารกิจล้างแค้นต่อความพ่ายแพ้ที่เขาเคยประสบในฐานะผู้เล่นเมื่อครั้งนั้น

ขณะที่เซเนกัลนำโดยซาดิโอ มาเน่ ก็หวังจะสร้างความประหลาดใจอีกครั้งและคว้าแต้มสำคัญจากเกมนี้

สถานการณ์ในปัจจุบันแตกต่างออกไปอย่างมาก โดยเลส์เบลอส์ หรือทีมชาติฝรั่งเศส มีความได้เปรียบในด้านศักยภาพของผู้เล่น ไม่ว่าจะเป็นคีเลียน เอ็มบัปเป้ ดาวซัลโวฤดูกาลที่แล้ว รวมถึงอุสมาน เดมเบเล และวอร์เรน ดูว์ ที่ช่วยให้ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง (เปแอสเช) คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

เดส์ชองส์ได้เรียนรู้บทเรียนจากความพ่ายแพ้ต่อไอวอรีโคสต์ในเกมอุ่นเครื่องก่อนฟุตบอลโลกที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับทีมจากแอฟริกาโดยทั่วไป เซเนกัลมีจุดเด่นที่ความแข็งแกร่งทางร่างกายและสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยม ทำให้สามารถเล่นเต็มที่ได้ตลอด 90 นาที

“รายละเอียดของเกมจะเป็นกุญแจสำคัญของชัยชนะสำหรับทั้งสองทีม” คำกล่าวของคริส ตรีวินาซิส นักวิเคราะห์ฟุตบอลจากเกปรี เมื่อวันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2026

การใช้โอกาสให้เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่เสียสมาธิเมื่อถูกกดดัน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เอ็มบัปเป้และเพื่อนร่วมทีมเหนือกว่าทางด้านเกมรุก

นอกจากนี้ ความเร็วของไมเคิล โอลิเซ และดูว์ ที่สามารถสร้างอันตรายจากการโจมตีและสวนกลับรวดเร็วโดยมีเอ็มบัปเป้เป็นตัวจบ ถือเป็นสิ่งที่แฟนบอลจะได้เห็นบ่อยครั้งในการแข่งขันครั้งนี้

ศึกในแดนกลางจะเป็นการต่อสู้ระหว่างอิดริสซา เกย์ และปาเป้ ซาร์ ของเซเนกัล กับอาเดรียง ราบิโอต์ และออเรเลียง ชูอาเมนี ของฝรั่งเศส

ประสบการณ์ของเดส์ชองส์ที่นำฝรั่งเศสเข้าชิงชนะเลิศถึงสองครั้งติดต่อกันในปี 2018 และ 2022 ถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญในการเจอกับเซเนกัลครั้งนี้

“ในกลุ่ม I นอกจากเกมระหว่างฝรั่งเศสกับแอลจีเรียแล้ว ยังมีคู่ของอิรักพบกับนอร์เวย์ด้วย” คริสกล่าวเสริม

อาร์เจนตินา พบ แอลจีเรีย :

กุนซือลิโอเนล สกาโลนี ของทีมชาติอาร์เจนตินา เลือกสร้างบรรยากาศที่ไร้ความกดดันให้กับลูกทีม

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นจากการที่อาร์เจนตินามักเลือกอุ่นเครื่องกับทีมที่ดูเหนือกว่าได้ในทางทฤษฎี

ฮอนดูรัสและไอซ์แลนด์เป็นสองคู่แข่งในเกมอุ่นเครื่องล่าสุดก่อนเดินทางไปฟุตบอลโลก ซึ่งอาร์เจนตินาเอาชนะได้ทั้งหมดโดยไม่เสียประตู

“อาร์เจนตินาชนะไอซ์แลนด์ 3-0 และเอาชนะฮอนดูรัส 2-0” คริสกล่าว

การพา 17 ผู้เล่นจากชุดแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2022 มาร่วมทีมอีกครั้ง ทำให้ทีมที่มีฉายาว่า ‘ลา อัลบิเซเลสเต้’ มีความกลมเกลียวและเคมีในทีมที่แข็งแกร่ง

“การมีลิโอเนล เมสซีอยู่ในทีมคือโอกาสในการสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง” เขากล่าว

สิ่งที่น่าจับตามองคือ ‘เจ้าหมัดน้อย’ ฉายาของเมสซี จะลงสนามเป็นตัวจริงหรือถูกส่งลงมาในฐานะตัวสำรอง

ด้านแอลจีเรียมีริยาด มาห์เรซ ดาวเตะจอมเก๋าเป็นหัวใจสำคัญในแนวรุกและเป็นผู้สร้างสรรค์โอกาสทำประตูให้ทีม

นอกจากเกมอาร์เจนตินาพบแอลจีเรียแล้ว อีกคู่หนึ่งในกลุ่ม J คือการพบกันระหว่างจอร์แดน ทีมหน้าใหม่ กับออสเตรีย ทีมจากยุโรป

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.