ไม่ใช่แค่ เออร์ลิง ฮาแลนด์! ทีมสนับสนุนสุดแกร่งของนอร์เวย์อาจเปลี่ยนพวกเขาจากม้ามืดให้กลายเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ฟุตบอลโลกตัวจริง
ชาญชัย รัตนพงษ์ June 17, 2026 08:19 AM

อย่าพลาดทุกช่วงเวลาของศึกฟุตบอลโลก!

เออร์ลิง ฮาแลนด์ จะเป็นผู้ถือความหวังของชาติเมื่อทีมชาตินอร์เวย์กลับคืนสู่เวทีฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากห่างหายไปนานถึง 28 ปี แม้ว่าเป้าหมายการทำประตูของเขาจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภารกิจของทีม แต่ดาวยิงจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็จะไม่ได้รับภาระนี้เพียงลำพัง ทีมจากสแกนดิเนเวียชุดนี้กลับมาในฟุตบอลโลกด้วยการสร้างทีมเวิร์กที่แข็งแกร่ง ซึ่งไม่ได้พึ่งพาเพียงดาวเด่นเพียงคนเดียว และเหล่าผู้เล่นรอบข้างก็พร้อมที่จะพิสูจน์ศักยภาพของพวกเขาในทวีปอเมริกาเหนือ

แน่นอนว่า ฮาแลนด์ จะเป็นผู้เล่นที่สำคัญที่สุดของนอร์เวย์ในการพยายามทำผลงานให้สมกับฉายา “ม้ามืด” ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ ซึ่งพวกเขาจำเป็นต้องฝ่าฟันจาก “กลุ่มแห่งความตาย” ให้ได้ในรอบแรก เขาคือหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกในเวลานี้

สถิติในรอบคัดเลือกก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของเขาแล้ว เมื่อแข้งวัย 25 ปีรายนี้ยิงประตูได้ในทุกนัดที่ลงเล่นทั้ง 8 เกม รวมทั้งหมด 16 ประตู โดยหนึ่งในนั้นคือการทำคนเดียว 5 ประตูใส่มอลโดวา และอีก 3 ประตูในเกมกับอิสราเอล

อย่างไรก็ตาม กองหน้าจะดีได้ก็ต่อเมื่อได้รับการสนับสนุนที่ดี และฮาแลนด์ก็โชคดีที่มีผู้เล่นพรสวรรค์รายรอบในทีมชาตินอร์เวย์ เขาจึงไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองในทวีปอเมริกาเหนือ

ปีกจอมพริ้ว

ผู้เล่นริมเส้นที่มีหน้าที่เปิดบอลให้ฮาแลนด์นั้น นอร์เวย์มีตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย แม้ว่าโค้ช สตาเล โซลบัคเคน อาจใช้วิธีการโจมตีจากด้านข้างในรูปแบบที่ไม่ค่อยเหมือนใครก็ตาม

อันโตนิโอ นูซา ดาวรุ่งวัย 21 ปีจากอาร์บี ไลป์ซิก มีแนวโน้มจะได้ออกสตาร์ตทางฝั่งซ้าย เขามีความสามารถเฉพาะตัวสูงและเลี้ยงหลบคู่แข่งได้อย่างยอดเยี่ยม เขาทำผลงานได้ดีมากในรอบคัดเลือก โดยมีส่วนร่วมกับประตูถึง 6 ครั้งใน 6 เกม รวมถึงการยิงและจ่ายในเกมถล่มอิตาลี 3-0 และทำอีกประตูในเกมที่ชนะ 4-1 ในนัดรีเทิร์น

อันเดรียส เชลเดอร์รุป น่าจะเป็นตัวสำรองในตำแหน่งนี้ ดาวเตะวัย 22 ปีรายนี้ทำผลงานได้โดดเด่นในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลกับโจเซ มูรินโญ ที่เบนฟิก้า โดยทำรวม 10 ประตูและแอสซิสต์ใน 14 เกมลีก และยังยิงสองประตูใส่เรอัล มาดริด ในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แม้จะยังไม่ใช่ตัวจริงถาวร แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าเขามีศักยภาพจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในอนาคต

ในฝั่งขวา อเล็กซานเดอร์ เซอร์ลอธ จากแอตเลติโก มาดริด มักถูกจับไปเล่นริมเส้นแม้จะมีความสูงถึง 195 เซนติเมตร แต่เมื่อทีมครองบอล เขาจะขยับเข้ามาเล่นใกล้ฮาแลนด์ในกรอบเขตโทษ เขาทำผลงานได้ดีในรอบคัดเลือกโดยมีส่วนร่วมกับประตู 8 ครั้งจาก 8 เกม

ออสการ์ บ็อบ จากฟูแล่ม เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในตำแหน่งนี้ แม้จะปรับตัวกับชีวิตในคราเวน ค็อตเทจได้ช้า ส่วน เยนส์ ปีเตอร์ เฮาเก อดีตกองหน้าของเอซี มิลาน ก็ถูกเรียกติดทีมชุดนี้แม้จะไม่ได้ลงเล่นในรอบคัดเลือก จากผลงานที่ยอดเยี่ยมกับโบโด/กลิมท์ โดยเฉพาะในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกที่พวกเขาเอาชนะทั้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอินเตอร์ มิลาน

แดนกลางที่พิสูจน์ตัวในพรีเมียร์ลีก

แดนกลางของนอร์เวย์ถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็ง เพราะโซลบัคเคนมีตัวเลือกมากประสบการณ์จากพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ให้ใช้งานหลายราย

แน่นอนว่าคนสำคัญที่สุดคือ มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีมอาร์เซนอล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ซานเดอร์ เบิร์ก มิดฟิลด์ตัวรับของฟูแล่ม และ เฟรดริก เอาร์สเนส จากเบนฟิก้า ที่มักเล่นในตำแหน่งหมายเลข 8 ทั้งสองคนต่างมีประสบการณ์สูงในระดับท็อป

เอาร์สเนส ถือเป็นกรณีที่น่าสนใจ เพราะกองกลางวัย 30 ปีรายนี้เคยประกาศเลิกเล่นทีมชาติเมื่อสองปีก่อน โดยให้เหตุผลว่า “ต้องการเวลามากขึ้นเพื่อให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นในชีวิตนอกเหนือจากฟุตบอล” แต่เขากลับมารับใช้ชาติอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกแม้จะไม่ได้มีส่วนร่วมในรอบคัดเลือก

นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นสำรองฝีเท้าดีอย่าง แพทริก เบิร์ก กัปตันทีมโบโด/กลิมท์ รวมถึงสองมิดฟิลด์ที่เล่นในอิตาลีอย่าง คริสเตียน ธอร์สท์เว็ต และ มอร์เทน ธอร์สบี

กัปตันยอดเยี่ยม

ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ว่า โอเดการ์ด คือหัวใจสำคัญของแดนกลาง แม้ในระดับสโมสรเขาอาจถูกวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นที่ไม่สม่ำเสมอ แต่เมื่อสวมเสื้อทีมชาติ เขามักโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม

แม้จะพลาดลงเล่น 3 จาก 8 นัดในรอบคัดเลือกเนื่องจากอาการบาดเจ็บในฤดูกาลที่อาร์เซนอลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่โอเดการ์ดยังสามารถทำได้ถึง 7 แอสซิสต์ โดย 3 ครั้งมาจากเกมเดียวกับอิสราเอล ซึ่งมากกว่าผู้เล่นคนใดในยุโรป

เพลย์เมกเกอร์หมายเลขหนึ่งของนอร์เวย์จะมีบทบาทสำคัญพอๆ กับฮาแลนด์ ในการเชื่อมเกมรุก โดยเฉพาะการประสานงานกับผู้เล่นริมเส้นและการจ่ายบอลทะลุช่องให้ดาวยิงจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำประตู พวกเขาจะต้องการฟอร์มที่ดีที่สุดของเขาในอเมริกาเหนือ

ตัวแทนของฮาแลนด์

คาดว่า ฮาแลนด์ จะลงเล่นครบทุกนาทีในฟุตบอลโลก แต่หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน นอร์เวย์ก็ยังมีตัวเลือกที่ดีในตำแหน่งกองหน้า

เซอร์ลอธ ที่กล่าวถึงไปแล้ว จะเป็นตัวเลือกแรกหากฮาแลนด์ไม่พร้อม เขามีสถิติการทำประตูที่ดีในนามทีมชาติ และเพิ่งจบฤดูกาลกับแอตเลติโก มาดริด ด้วยผลงาน 20 ประตู แม้ไม่ได้เป็นตัวจริงทุกเกม

โซลบัคเคนกล่าวถึงเซอร์ลอธในการให้สัมภาษณ์กับฟีฟ่าเมื่อไม่นานมานี้ว่า “อเล็กซานเดอร์เป็นผู้เล่นที่มีพละกำลังสูง และเป็นนักเตะที่ภักดี สามารถเล่นได้หลายตำแหน่งในแนวรุก บางครั้งเขาเล่นคู่กับเออร์ลิง บางครั้งเขาเล่นทางขวา เขาเป็นทั้งภัยคุกคามในการทำประตูและการจ่ายบอล แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือเขาทำงานหนักมากเพื่อทีม แม้ในตำแหน่งที่เขาอาจไม่ชอบก็ตาม”

ตัวเลือกอีกคนคือ เยอร์เกน สแตรนด์ ลาร์เซน จากคริสตัล พาเลซ ซึ่งอาจได้ลงเล่นไม่น้อยไม่ว่าฮาแลนด์จะอยู่หรือไม่ โดยมีแนวโน้มว่าเซอร์ลอธจะถูกขยับไปยืนริมเส้น ศูนย์หน้าวัย 26 ปีรายนี้สร้างความประทับใจตั้งแต่ย้ายมาพรีเมียร์ลีกในปี 2024 และทำสองประตูในเกมอุ่นเครื่องกับสวีเดนก่อนทัวร์นาเมนต์ เขายังเคยยิงใส่อิตาลีในรอบคัดเลือกอีกด้วย

อาวุธลับ?

นอร์เวย์มีกลยุทธ์การโจมตีจากริมเส้นที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้กองหน้าตัวใหญ่ทางฝั่งขวาที่จะขยับเข้าด้านในเมื่อทีมครองบอล เหตุผลคือเพราะพวกเขามีแบ็กขวาจอมบุกอย่าง ยูเลียน ไรเออร์สัน ซึ่งเป็นอาวุธลับสำคัญจากด้านข้าง

เมื่อเซอร์ลอธขยับเข้ามาเล่นเป็นกองหน้าตัวกลาง ก็เปิดพื้นที่ให้ดาวเตะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เติมเกมขึ้นไป และเขาอันตรายมากในจังหวะเปิดบอล ซึ่งพิสูจน์ได้จากการทำ 18 แอสซิสต์ในบุนเดสลีกาฤดูกาล 2025-26 จุดเด่นคือการที่เซอร์ลอธหุบเข้ามาช่วยสร้างเป้าหมายให้อีกหนึ่งจุดในกรอบเขตโทษ

ไรเออร์สันยังมีความแม่นยำสูงในการเล่นลูกตั้งเตะ โดยมีหลายแอสซิสต์ที่มาจากลูกเตะมุมและฟรีคิก เขาจะเป็นอาวุธลับสำคัญของนอร์เวย์ในอเมริกาเหนือ ซึ่งคู่แข่งต้องเตรียมตัวรับมือให้ดี

“ผู้เล่นคุณภาพที่ทำงานหนักร่วมกัน”

แม้ว่าประตูของฮาแลนด์จะเป็นสิ่งสำคัญต่อความหวังของนอร์เวย์ในฟุตบอลโลก แต่โซลบัคเคนเชื่อมั่นว่าทีมของเขาจะสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่า พวกเขาเป็นมากกว่าการรวมตัวของนักเตะเก่งๆ เมื่อกลับสู่เวทีฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี โดยต้องเจอกับกลุ่มสุดหินที่มี ฝรั่งเศส, เซเนกัล และอิรัก

โซลบัคเคนกล่าวกับฟีฟ่าว่า “ผมคิดว่านี่มีความหมายมากสำหรับทั้งประเทศ โดยเฉพาะแฟนบอลทั่วไป ผมรู้ว่ามันยากแค่ไหนที่ต้องนั่งดูฟุตบอลโลกทุกครั้งตั้งแต่ปี 1998 ที่ผมยังเล่นอยู่ มีแฟนบอลกว่า 5 หมื่นคนออกมาฉลองกับเราหลังจากเข้ารอบในวันที่อุณหภูมิติดลบ 4 องศา นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกเขารอวันนี้มานานแค่ไหน และตอนนี้มันมาถึงแล้ว”

เขากล่าวต่อว่า “ผมไม่คิดว่าเราจะเป็นม้ามืดที่สามารถไปถึงแชมป์ได้ เราเป็นม้ามืดในแง่ที่ว่าวันไหนที่เราฟอร์มดี เราอาจเอาชนะทีมที่แข็งแกร่งกว่าได้ แต่จะบอกว่าเราคือม้ามืดของทั้งทัวร์นาเมนต์คงเกินไป เราอยู่ในกลุ่มที่ยากมาก ผมคิดว่ามันจะสูสี แต่หวังว่าเราจะมีทั้งระบบและผู้เล่นที่สามารถตัดสินเกมได้”

เขาทิ้งท้ายว่า “สำหรับนอร์เวย์ ฟุตบอลโลกครั้งนี้คือโอกาสในการแสดงตัวตน เพื่อให้โลกเห็นว่าเรากำลังเล่นฟุตบอลในรูปแบบใหม่ที่เน้นเกมรุกมากขึ้น และเรามีผู้เล่นคุณภาพที่ทำงานหนักเพื่อกันและกัน ความฝันของผมเหรอ? ผมขอเก็บไว้คนเดียว แต่หวังว่าเราจะสามารถดึงศักยภาพสูงสุดของทีมออกมาได้ และในวันที่เราดีที่สุด เราสามารถเอาชนะใครก็ได้”

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.