ใบเฟิร์น อัญชสา ร่ำไห้ชีวิตดิ่ง! เล่านาทีสูญเสียลูกในท้อง ทำหัวใจแตกสลายกว่าครึ่งปี
GH News June 19, 2026 05:11 PM

ใบเฟิร์น อัญชสา ร่ำไห้ชีวิตดิ่ง! เล่านาทีสูญเสียลูกในท้อง ทำหัวใจแตกสลายกว่าครึ่งปี ก่อนหน้านี้ตรวจเจอก้อนเนื้อที่เต้านม หวิดเป็น ‘มะเร็ง’

ต้องบอกเลยว่าเป็นการออกมาอัปเดตชีวิตในช่วงครึ่งปีแรกที่สะเทือนที่สุด เมื่อ ใบเฟิร์น อัญชสา เปิดเผยว่าเธอเพิ่งก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดในชีวิตวัย 33 ปีมาได้ นาทีที่รู้ว่าลูกในท้องวัย 5 สัปดาห์ไม่อยู่ด้วยแล้ว และเกือบจะเป็นมะเร็ง หลังตรวจเจอก้อนเนื้อขนาด 1 ซม. หัวใจของเธอแตกสลาย สลับกับการดีใจ และลุ้นระทึก ถึงขั้นตัดพ้อว่า “เหมือนชีวิตมันโรลเลอร์โคสเตอร์”

ใบเฟิร์น อัญชสา เปิดใจเล่าความแตกสลายเป็นครั้งแรกผ่านช่องยูทูปของเธอว่า “อัปเดตชีวิตในวัย 33 ปี เกือบเป็นมะเร็งแล้วก็เกือบได้เป็นแม่คน คลิปนี้จะเล่า ยาว ๆ ไปเรื่อย ๆ เพราะว่า 2 เหตุการณ์นี้มันค่อนข้างจะทับซ้อนกันอยู่ และอยากเล่าแบบเรียลที่สุด

ตั้งแต่แต่งงานมา 4 ปี มีคนถามตลอดว่าเมื่อไหร่จะมีลูก 2-3 ปีแรกเราอยากใช้ชีวิตผจญภัยให้เต็มที่ก่อน จนกระทั่งเมื่อปลายปีที่แล้ว ตัดสินใจว่าพร้อมจะมีลูก สิ่งแรกที่ต้องทำคือไปถอดห่วงคุมกำเนิดที่ใส่มา 4-5 ปีออก และเป้าหมายของการใส่ห่วงคุมกำเนิดเพราะอยากให้ปวดท้องประจำเดือนลดลง และหมอบอกว่ามันอาจจะทำให้ก้อนเนื้อเล็ก ๆ พวกนั้นหลุดออกไปได้

4-5 ปีที่ใส่ห่วงคุมกำเนิดมาแฮปปี้มากๆ เพราะแทบจะไม่มีประจำเดือนเลย และมาน้อยมาก และไม่เคยปวดท้องประจำเดือนเลย 4-5 ปี ซึ่งมันคือผลพลอยได้

หมอบอกว่าหลังถอดห่วง 1-3 เดือนก็น่าจะพร้อมมีลูกได้ ก็เลยไปถอดห่วงเมื่อกลางปีที่แล้ว แต่ปรากฏว่าประจำเดือนไม่มาเลย 3 เดือน พออัลตราซาวด์ดูพบว่าผนังมดลูกบางมากแค่ 4 มิลลิเมตร ปกติควรจะ 8 มิลลิเมตรขึ้นไป จนต้องส่องกล้องและเจอว่า มีผังผืดในมดลูกเต็มไปหมด แทบจะเป็นสีขาวเลย เป็นไปไม่ได้ที่ตัวอ่อนจะฝังตัว

คุณหมอสันนิษฐานว่า เกิดจากห่วงคุมกำเนิด มันเหมือนเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปอยู่ในร่างกายเรา และเคลื่อนผิดตำแหน่ง อยู่ลึกเกินไปในจุดที่ใส่ในระยะเวลานาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นแบบนี้ทุกคน แต่ตัวเองคือคนที่โชคร้ายเลยก็ว่าได้

วิธีแก้คือต้องส่องกล้องทำลายผังผืดในมดลูกให้หมด แล้วฉีดเจลเข้าไปในมดลูก ซึ่งต้องรอเจลไหลออกหมดอีก 2-3 เดือน ทำให้แผนมีลูกลากยาวมาจนถึงเดือนธันวาคม ซึ่งจริง ๆ ตั้งใจจะมีลูกตั้งแต่กลางปีที่แล้ว

แต่พอเจลออกหมด ก็ตั้งใจว่าจะมีลูก แต่ชีวิตมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น มีช่วงหนึ่งเฟิร์นได้คุยกับเพื่อนที่เป็นมะเร็งตั้งแต่อายุ 24 เลยฉุกคิดได้ว่าอยากไปตรวจสุขภาพประจำปีดูบ้าง เพราะไม่เคยตรวจเลย

ตอนทำแมมโมแกรมไม่เจออะไร แต่พออัลตราซาวด์เต้านม เจอก้อนเนื้อขนาดเซนติเมตรกว่า ๆ และค่า BI-RADS อยู่ที่ 4A ซึ่งเป็นระดับที่ต้องตรวจอย่างละเอียดเพื่อเช็กว่าเป็นมะเร็งไหม จึงต้องทำการเจาะสุ่มตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy) สุ่มเจาะไป 4 จุด

วันที่ไปทำการเจาะสุ่มตรวจชิ้นเนื้อคือวันที่ 4 มกราคม หมอบอกว่าผลจะออกอีก 2 อาทิตย์ แต่ผลออกเร็วกว่าที่คิดคือ วันที่ 8 มกราคม ไปฟังผล ซึ่งตอนนั้นไม่ได้กังวลอะไรเลย เพราะคนในครอบครัวไม่ได้มีใครเป็นมะเร็งเลย และตัวเองก็ใช้ชีวิตเฮลตี้มาตลอด

หมอบอกว่า ชิ้นเนื้อนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และเข้าข่ายลักษณะของมะเร็งชนิดหนึ่ง ตอนนั้นในหัวเฟิร์นไม่ได้กลัวเรื่องมะเร็งเลยนะ เพราะคิดว่าก้อนเล็กคงรักษาหาย แต่คำถามแรกที่ถามหมอเลยคือ ‘แล้วหนูจะมีลูกได้ไหม?’ เพราะช่วงที่ฟังผลมันเป็นช่วงที่เฟิร์นกำลังทำภารกิจมีลูกธรรมชาติพอดี เหมือนโลกถล่มลงมาเลย เพราะการมีลูกคือความฝันของเรา

หมอบอกว่า ต้องดูว่าเป็นมะเร็งชนิดไหน ระยะไหน ถ้าผลออกมาดีที่สุดคือรักษาจบใน 6 เดือน และต้องพักยาวไป 1-4 ปี กว่าจะมีลูกได้ ตอนนั้นไม่ได้เครียดเลยว่าจะเป็นมะเร็ง แต่เครียดมากกว่าว่าถ้ามีลูกไม่ได้ ถ้าต้องรอให้หายถึงตอนนั้นอายุก็จะเยอะเกินไปแล้ว

และในตอนนั้นอยู่ในช่วงภารกิจทำลูกพอดี เพราะเราทำแบบธรรมชาติ และไม่รู้ว่าที่ทำไปแล้วจะติดหรือเปล่า ก็เลยถามหมอว่า แล้วที่เราพยายามมีลูกแบบธรรมชาติไปแล้ว แล้วถ้าติดจะทำอย่างไรต่อ หมอก็บอกว่า มีแค่ 2 ทางเลือก คือ

1. ท้องต่อ เก็บลูกไว้ แต่เท่ากับว่าเฟิร์นจะไม่ได้รักษามะเร็งไปอีกเป็นปีเหมือนกัน ซึ่งในระยะเวลานั้นไม่รู้ว่ามะเร็งจะลามไปถึงไหน

2. เอาเด็กออก แล้วรักษาตัวเราให้หายก่อน แล้วค่อยเริ่มใหม่

ถึงแม้จะรู้ว่าต้องเลือกทางที่ 2 แต่ในใจคนอยากมีลูกมันตัดสินใจยากมาก ๆ แต่คุณหมอก็ปลอบใจว่ามันเป็นมะเร็งชนิดที่ไม่ดุร้าย ไม่กระจายตัว ตอนนั้นรู้สึกเสียใจอยู่ 3 เรื่อง คือ ทำไมไม่นอนให้เร็วขึ้น, ทำไมไม่เครียดให้น้อยลง และรู้สึกว่าทำประกันโรคร้ายแรงไว้น้อยเกินไป

ตนเองนัดผ่าตัดก้อนเนื้อออก พร้อมกับผ่าตรวจต่อมน้ำเหลืองเพื่อเช็กการลาม ฟื้นขึ้นมา หมอบอกข่าวดีแรกคือ ต่อมน้ำเหลืองไม่พบเชื้อมะเร็ง และหลังจากผ่าตัดผ่านไป 1 อาทิตย์ หมอนัดไปฟังผลก้อนเนื้อทั้งหมด หมอบอกว่า ‘สรุปหนูไม่ได้เป็นมะเร็ง’ ตอนนั้นคือเหวอและงงมาก เพราะใช้ชีวิตในฐานะคนเป็นมะเร็งมาเดือนกว่า ปรับอารมณ์ไม่ถูก

แต่มันคือข่าวดีที่สุด เหมือนชีวิตมอบโอกาสครั้งที่ 2 ให้เฟิร์นได้กลับมาปรับเปลี่ยน Mindset ปล่อยวางเรื่องเครียด ๆ และรีบทำประกันโรคร้ายแรงทันที

พอมรสุมเรื่องมะเร็งผ่านพ้นไป ก็เริ่มภารกิจมีลูกต่อทันที ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ปล่อยธรรมชาติแบบไม่ได้กินยาฮอร์โมนกระตุ้นเลย ผนังมดลูกตอนนั้นแค่ 6 มิลลิเมตร คิดว่าอย่างไรก็ไม่ติด เดือนมีนาคมเฟิร์นยังไปทริปดำน้ำที่มัลดีฟส์ แบกแทงก์หนัก ๆ กระโดดน้ำโครม ๆ ทุกวัน ประจำเดือนก็มาแบบกะปริดกะปรอยเลยมั่นใจว่าไม่ท้องแน่ ๆ

จนวันสุดท้ายรู้สึกง่วงผิดปกติ พอกลับมาไทยไปหาหมอตรวจอัลตราซาวด์มดลูกเพื่อวางแผนต่อ คุณหมอทักขึ้นมาว่า ‘นี่ไง ถุงการตั้งครรภ์’ ช็อกมาก ภาพแฟลชแบ็กตอนดำน้ำกระแทกคลื่นลอยมาเลย แต่หมอบอกถุงตั้งครรภ์สมบูรณ์ดี เฟิร์นเลยกลับมาทำคลิปเซอร์ไพรส์พี่บอม พี่บอมดีใจจนน้ำตาซึม

ตอนอายุครรภ์ 5-6 สัปดาห์ ไปอัลตราซาวด์กับพี่บอม ได้ยินเสียงหัวใจลูกเต้นตุบ ๆ วิเศษมาก แต่พอสัปดาห์ที่ 7 กว่า ๆ กลับมาจากทำงานที่จีน ไปตรวจซ้ำเพราะหมอบอกรอบนี้จะได้ยินชัดขึ้น ปรากฏว่าหมอเงียบ แล้วบอกว่า ‘หมอหาเสียงหัวใจน้องไม่เจอ’ เป็นโมเมนต์ที่ช็อกที่สุดในชีวิต เหมือนชีวิตมันโรลเลอร์โคสเตอร์ เพราะตั้งใจมาฟังหัวใจของลูกเรา กลายเป็นว่าเสียงหัวใจมันหยุดไปแล้ว

มันทนทุกข์อยู่ 4 วันเพื่อรออัลตราซาวด์ซ้ำตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่ในใจเฟิร์นรู้เลย เพราะอาการคนท้อง เช่น อาการง่วง หรืออยากกินตลอดเวลา มันหายไปหมดเลย พอตรวจซ้ำสรุปว่าน้องไม่อยู่แล้วจริง ๆ เสียใจมาก โทษตัวเอง วนเวียนถามว่าเราทำอะไรผิด

เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดเมื่อเมษายนที่ผ่านมา ตอนนี้ดีขึ้นพอที่จะเล่าได้แล้ว หลังจากนี้ตั้งใจว่าจะ ‘ใส่ตัวอ่อน’ ไปเลย เพราะหลอนและกลัวการท้องธรรมชาติแล้วเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก อย่างน้อยการคัดตัวอ่อนก็ช่วยลดความเสี่ยงที่ควบคุมได้

ช่วงนี้ยอมรับว่าเล่นโซเชียลน้อยลงเพราะเห็นคนคลอดลูกแล้วมันทริกเกอร์ แต่เฟิร์นผ่านมาได้เพราะคนรอบข้าง ทั้งพี่บอม ครอบครัว และน้อง ๆ ในออฟฟิศ

เฟิร์นอยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เจอภาวะเดียวกันนะคะ วันหนึ่งมันจะเป็นวันของเรา คลิปนี้ถือเป็นการอัปเดตชีวิตในวัย 33 ปีที่เจออะไรมาเยอะมาก แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นค่ะ”

Youtube BIVOYAGE

ข่าวล่าสุด
© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.