เศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้หลายธนาคารกลางเร่งขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ ขณะที่เฟดส่งสัญญาณ Hawkish มากขึ้น ดันดอลลาร์แข็งค่าและเงินบาทอ่อนลง ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาด กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ตลอดปี 2569 เหตุเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและแรงกดดันเงินเฟ้อส่วนใหญ่เป็นปัจจัยชั่วคราว
เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตราคาพลังงานและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ธนาคารกลางหลายประเทศทยอยใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อรับมือกับความเสี่ยงเงินเฟ้อและความผันผวนของค่าเงิน ล่าสุด ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ได้เรียกประชุมฉุกเฉินและมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 5.50% เพื่อพยุงค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และป้องกันแรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจเกิดขึ้นจากการอ่อนค่าของสกุลเงิน
ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 1.00% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี นับตั้งแต่ปี 2538 ในการประชุมเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เพื่อรับมือกับแรงกดดันเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของเงินเยน ส่วนธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสู่ระดับ 2.25% เช่นกัน
เฟดคงดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น
ด้านธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ภายใต้การนำของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ แม้จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่รายละเอียดจากผลการประชุมกลับสะท้อนท่าทีที่เข้มงวดมากขึ้น
นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า Dot Plot ชุดใหม่ของเฟดสะท้อนความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐอาจปรับขึ้นในระยะข้างหน้า แตกต่างจาก Dot Plot เดือนมีนาคมที่ยังชี้ไปในทิศทางการลดดอกเบี้ย
นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
นอกจากนี้ เฟดยังปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ปี 2569 เป็น 3.3% จากเดิม 2.7% สะท้อนความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของเฟดต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง
เงินบาทอ่อนค่าตามภูมิภาค รับดอลลาร์แข็งค่า
ผลจากท่าทีของเฟดส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น โดยบอนด์ยีลด์อายุ 2 ปี เพิ่มขึ้น 15 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 4.20% และบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 6 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 4.49%
สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงในทิศทางเดียวกับสกุลเงินอื่นในเอเชีย ขณะที่ตลาดเริ่มเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วขึ้นในเดือนตุลาคม จากเดิมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม
ดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลก
ECB-BOJ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ
จีน คงดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
อินโดนีเซียประชุมฉุกเฉินขึ้นดอกเบี้ย 0.25% พยุงค่าเงิน
กสิกรไทยคาด กนง. คงดอกเบี้ย 1% ตลอดปี
สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า กนง. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% เพื่อรอประเมินทิศทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า แม้แรงกดดันเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานโลก แต่ตัวเลขเงินเฟ้อไทยในเดือนพฤษภาคมยังเร่งตัวต่ำกว่าที่คาด ขณะที่เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2569 ยังขยายตัวได้ในเกณฑ์ดี
“แรงกดดันเงินเฟ้อในปัจจุบันส่วนใหญ่มาจากปัจจัยด้านอุปทานและมีลักษณะชั่วคราว อีกทั้งมาตรการภาครัฐยังช่วยประคับประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง”
เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง
กสิกรไทยประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% ตลอดปี 2569 เนื่องจากระดับดอกเบี้ยปัจจุบันยังเหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 3.1% และอาจเร่งตัวสูงสุดในช่วงไตรมาส 3-4 ก่อนทยอยชะลอลงในปี 2570
“แม้เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ แต่การฟื้นตัวยังคงมีลักษณะไม่ทั่วถึง หรือ K-Shaped Recovery และยังเปราะบางต่อความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก การปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจซ้ำเติมกำลังซื้อและอุปสงค์ภายในประเทศ ขณะที่การลดดอกเบี้ยก็อาจมีประสิทธิผลจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ”
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,211 วันที่ 21 - 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569