สว.-สส.ถกศาล รธน.เคลียร์คำวินิจฉัย 18/2568 เปิดทางเลือก สสร. จากประชาชน 100% ได้
June 19, 2026 05:48 PM

 คณะกรรมาธิการจากวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร พร้อมตัวแทนพรรคการเมือง เข้าหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอความชัดเจนต่อคำวินิจฉัยที่ 18/2568 เกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยได้รับคำอธิบายว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จากประชาชนโดยตรงสามารถดำเนินการได้ แต่ไม่ควรให้ประชาชนเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง เปิดทางให้หลายฝ่ายเดินหน้าปรับโมเดลแก้รัฐธรรมนูญภายใต้กรอบคำวินิจฉัย

สว.-สส.ถกศาลรัฐธรรมนูญขอความชัดเจนคำวินิจฉัยปมแก้รัฐธรรมนูญ 

วันที่ 19 มิถุนายน 2569 คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำโดย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะกรรมาธิการ เข้าหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในการหารือครั้งนี้ ยังมีตัวแทนจากพรรคการเมืองหลายฝ่ายเข้าร่วม อาทิ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งเกี่ยวข้องกับแนวทางการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ปมถกเถียง“ประชาชนเลือกผู้ยกร่างได้หรือไม่”

นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า จุดประสงค์สำคัญของการเข้าหารือคือการทำความเข้าใจถ้อยคำในคำวินิจฉัยที่ระบุว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง”
 ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อถกเถียงสำคัญมาตั้งแต่ช่วงการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากหลายฝ่ายต้องการทราบว่า ศาลรัฐธรรมนูญวางขอบเขตการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้อย่างไร และประชาชนจะสามารถมีบทบาทในกระบวนการยกร่างได้มากน้อยเพียงใด

ตุลาการชี้เลือก สสร.ได้แต่ไม่ควรเลือก“กมธ.ยกร่าง”โดยตรง 

จากการหารือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ให้คำอธิบายว่า การจัดให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ไม่ได้เป็นประเด็นที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดสำคัญอยู่ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน 
ทั้งนี้ หากมีองค์กรหรือสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นผู้ทำหน้าที่คัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอีกทอดหนึ่ง แนวทางดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ และไม่ขัดกับหลักการตามคำวินิจฉัย

“พริษฐ์”ชี้ชัดเปิดทาง สสร.เลือกตั้ง 100% 

ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า คำอธิบายของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ช่วยสร้างความชัดเจนให้กับประเด็นที่สังคมถกเถียงมาโดยตลอด 
โดยสิ่งที่ศาลเห็นว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ คือ การให้ประชาชนเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่า ประชาชนจะไม่สามารถเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ได้
นายพริษฐ์ ระบุว่า หากออกแบบให้ สสร. ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทำหน้าที่คัดเลือกคณะกรรมาธิการยกร่าง และมีอำนาจพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ก็ถือว่าอยู่ภายใต้กรอบของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 
พร้อมกันนี้ พรรคประชาชนอาจนำประเด็นดังกล่าวกลับไปหารือภายในพรรค เพื่อพิจารณาปรับปรุงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เคยเสนอไว้ โดยยังคงยืนยันหลักการเดิมที่ต้องการให้ สสร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100%
                            
คณะกรรมาธิการจากวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร พร้อมตัวแทนพรรคการเมือง เข้าหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอความชัดเจนต่อคำวินิจฉัยที่ 18/2568 เกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

สว.ยืนยันร่างของวุฒิสภาไม่ขัดแนวทางศาล

นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า แนวทางที่สมาชิกวุฒิสภาเสนอไว้ก่อนหน้านี้ไม่ได้ขัดต่อคำอธิบายของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
เนื่องจากร่างดังกล่าวกำหนดให้มี “สภาการมีส่วนร่วมของประชาชน” จำนวน 200 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน และทำหน้าที่กำกับดูแลกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ
ส่วนคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 35 คน จะมาจากการคัดเลือกโดยรัฐสภา ก่อนนำเสนอให้สภาการมีส่วนร่วมของประชาชนรับรองอีกชั้นหนึ่ง จึงถือเป็นกระบวนการที่ประชาชนยังมีบทบาทสำคัญ แต่ไม่ได้เป็นการเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างโดยตรง

แม้ไม่ใช่คำวินิจฉัยใหม่แต่ช่วยคลายข้อสงสัยทางการเมือง 

สำหรับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เข้าร่วมการหารือ ประกอบด้วย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม และ นายสราวุธ ทรงศิวิไล 
นายนรเศรษฐ์ ย้ำว่า ความเห็นที่ได้รับจากการหารือในครั้งนี้ ไม่ใช่คำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการขององค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายเช่นเดียวกับคำวินิจฉัยของศาล 
อย่างไรก็ตาม คำอธิบายดังกล่าวถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสร้างความเข้าใจแก่สังคมและฝ่ายการเมือง เกี่ยวกับขอบเขตการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และอาจเป็นแนวทางสำคัญในการออกแบบกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.