นาฟ ฉัฐนันท์ เล่านาทีหวิดสิ้นชื่อ สายเคเบิลเกี่ยวคอตัวห้อย-หายใจไม่ออก ขณะขี่จยย. รวบรวมหลักฐานเตรียมเอาผิดเจ้าของ
เรียกได้ว่าหลังจากโพสต์ภาพรอยแผลที่ลำคอลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวก็ทำเอาคนใกล้ชิด รวมถึงแฟนคลับของ นาฟ ฉัฐนันท์ น้องสาวของ แพท ณปภา ใจหายใจคว่ำกันไปตาม ๆ กัน ทุกคนแห่เป็นห่วงและถามไถ่สาเหตุของรอยแผลดังกล่าวว่าเกิดอะไรขึ้น
ล่าสุด 19 มิถุนายน 2569 นาฟ ฉัฐนันท์ ได้มาร่วมงานเปิดตัว THAI THAI x ECO Commerce “ยกระดับการค้าไทย สู่ Digital Commerce Infrastructure” ณ ห้องไปรษณีย์กิตติสิชญ์ ไปรษณีย์กลาง บางรัก กรุงเทพฯ หลังจากนั้นก็ได้มาให้สัมภาษณ์พูดคุยกับกองทัพนักข่าวถึงเรื่องราวที่มาที่ไปของแผลที่คอ โดยเธอเผยว่า เพิ่งถูกสายเคเบิลเกี่ยวคอมาเมื่อ 2 วันก่อน
นาฟ ฉัฐนันท์ น้องสาว แพท ณปภา เปิดใจเล่าครั้งแรกว่า “ก่อนหน้านี้ 2 วัน กลับไปบ้านที่พระราม 3 จริง ๆ ย้ายไปอยู่ดอนเมืองแล้ว พอเรากลับไปบ้านพระราม 3 เราก็ขี่มอเตอร์ไซค์ พอเราขี่มอเตอร์ไซค์มา เราไม่เห็นสายเคเบิลที่ห้อยอยู่ระหว่างหมู่บ้านกับต้นไม้ แล้วพอเราขี่ไปตัวเราติดอยู่กับสายเคเบิล ส่วนมอเตอร์ไซค์พี่แพทกระเด็นออกไปนอกถนน แล้วตัวเราก็คือห้อยอยู่ตรงนั้น แล้วคนที่เขาขับรถผ่านมาเขาก็มาช่วยเอาตัวนาฟลง อันนี้คือไม่รู้ว่าถ้าเป็นคนอื่นอะเขาจะเจอหนักหรือบาดเจ็บหนักกว่านี้ไหม เพราะว่าตอนที่นาฟโดน คือนาฟก็รู้สึกว่าเฮ้ย…เราจะรอดหรือเปล่า เพราะตัวเราค้างแล้วเราหายใจไม่ออกอยู่ตรงนั้น ก็จะมีรอยที่คอ
ตอนแรกไม่เจ็บเพราะตกใจ แล้วเราก็วิ่งเอามอเตอร์ไซค์ไปคืนพี่แพท เพราะว่าเรากลัวว่า เฮ้ย…เราเอามอเตอร์ไซค์เขามาล้มจะเป็นอะไรไหม พอไปถึง พี่แพทเห็นสภาพก็เลยรีบพาไปโรงพยาบาล ระหว่างทางอะมันเริ่มหายตกใจแล้ว เจ็บมาก เจ็บแบบ ทำไมมันเจ็บ มันแสบแบบนี้ แล้วยิ่งตอนล้างแผลนะ เหมือนตรงลวดมันค่อนข้างจะสกปรก แล้วแผลล้างนานมาก กว่าตรงคราบดำๆ จะออกจากตรงแผล ถ้าเรียกว่าใช้แต้มบุญ มีบุญ ก็บอกเลยว่ารอบนี้น่าจะใช้บุญเกือบจะหมดและ เดี๋ยวต่อไปคือต้องเป็นทริปทำบุญแล้ว
ตอนนี้เราออกเงินค่ารักษาเองก็จะมีแผนกนิติเวชอะไรมากันเยอะ ก็เลยเพิ่งรู้ว่า เฮ้ย…มันจะต้องมีแบบเป็นแพทย์นิติเวชมาประเมินแผล มาดูแผล หมอก็ให้แปะแผล ปิดกันน้ำ 7 วัน ซึ่ง 7 วันนี้เราไม่สามารถทำงานอะไรได้ปกติ เพราะว่างานทุกอย่างที่เราทำมันต้องใช้หน้าเรา ทุกคนเห็นสภาพเราก็แบบ พอวันนั้นลงเฟซไป ทุกคนคิดว่าฆ่าตัวตายหรือเปล่า มีใครทำร้ายหรือเปล่า เลยบอก ไม่ค่ะ คู่กรณีคือสายเคเบิลที่อยู่ข้างถนน”
เมื่อนักข่าวถามถึงการติดต่อประสานงานคนรับผิดชอบสายเคเบิลที่ห้อยลงมาจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขนาดนี้หรือยัง ต้องติดต่อหมู่บ้านหรือไม่ หมู่บ้านโยนความผิดให้ไปติดต่อกับบริษัทสายเคเบิลเองจริงหรือไม่
นาฟ เผยว่า “ยังไม่ได้มีการติดต่ออะไร เพราะ 2 วันนี้มายุ่งมาก เพราะต้องเปิดตัวรายการนี้ ตำรวจก็ยังไม่ได้ไปแจ้ง ตอนนี้ที่เก็บได้คือใบรับรองแพทย์ในทุก ๆ วันที่ไปหาหมอ เพราะต้องไปล้างแผลทุกวัน
หนูก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายมันจะไปจบที่ไหน แต่หนูแค่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้กับใคร เพราะแถวนั้นน่ะ เลยตรงนั้นไปจะเป็นโรงเรียนอนุบาล แล้วถ้าคุณลุง คุณปู่ คุณย่า ของเด็กอนุบาลที่เขามารับเด็ก แล้วเขาปั่นจักรยานมาล่ะ มันความสูงระยะปั่นจักรยานได้นะ แล้วถ้าเขาโดน แล้วถ้าเขาอายุเยอะ ที่ไม่ได้มีการฟื้นฟูอะไรได้ มันจะไปจบที่ตรงไหน มันไม่ดีเลย มาทิ้งไว้แบบนี้ ทำไมคุณไม่มีความเซฟตี้ให้กับประชาชนรอบ ๆ นั้นเลย
ถ้าสมมุติเราขี่จักรยาน ความสูงประมาณคอที่สายห้อยมา ซึ่งมันไม่ควรจะห้อยในระยะที่คนปั่นจักรยานแล้วโดนได้ใช่ไหม คือพอหนูโดนปุ๊บ หลังจากที่ไปโรงพยาบาลแล้วกลับมาจากโรงพยาบาลอะ สายถูกเอาลงมาแล้ว เราก็ได้มีการคุยกับตำรวจ ทางตำรวจเขาก็บอกว่าให้เอากล้องวงจรปิดตั้งแต่ตอนที่เราโดนยันตอนที่คนเอาสายลงเลย ให้บันทึกตรงนั้นเอาไว้ ซึ่งมีกล้องวงจรปิดของหมู่บ้านอยู่ แต่ว่าไม่ค่อยชัดมาก
แต่ยังขอมาไม่ได้เขาบอกให้เอาใบแจ้งความแล้วก็ให้เข้าไป แต่ว่าตัวเราเองที่ยุ่งมาก หลังจากนี้ตั้งใจว่า โอเคจะต้องไปแล้ว เพราะว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้กับคนชาวบ้านรอบๆ ตรงนั้น เพราะรอบๆ ตรงนั้นมีแต่คนที่อายุเยอะแล้ว และถ้าสมมุติว่าเขาอาจจะปั่นจักรยานแล้วมีเด็ก แล้วเด็กตัวสูงล่ะ ทีนี้ทำยังไง เพราะว่าตรงนั้นมันใกล้โรงเรียนอนุบาลมาก
คือตอนที่ไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าถ้าสมมุติว่าเราเงยหน้าขึ้น เราคอหักแน่นอน เพราะว่าโดนตรงคอลึกมาก แต่ว่าเราดันไม่เงยหน้า โชคดีที่เดินหลังค่อม ก่อนหน้านี้คือแบบมันติดนิสัยเดินหลังค่อม แล้วก็เลยอยู่อย่างงี้ โอเค แต้มบุญได้ใช้หมดแล้ว
ถ้าถามว่าต้องเอาผิดไหม คือใจก็อยากเอาผิดเพราะเราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับใคร มันคือความสะเพร่า ถ้าพูดกันตรงๆ มันคือความสะเพร่าของหน่วยงานที่มาทำ และไม่ดูให้ดีๆ ว่าสายมันห้อย มันคือตรงฟุตปาธ ถ้าสายมาห้อยอยู่ตรงนั้นน่ะมันอันตรายมากนะ ก็อาจจะต้องให้เขารับรู้ รับผิดชอบ ไม่อยากให้เกิดกับคนแถวนั้นเลย เพราะมันก็แถวบ้านเรา คุณพ่อ คุณแม่เรา หรือว่าญาติพี่น้องเราอะ ก็คือต้องผ่านทางนี้”
FB Naffynaffie Chatthanan
ข่าวล่าสุด