เดนิซ อุนดาว ทำสองประตูในฐานะตัวสำรอง ช่วยให้ทีมชาติเยอรมนีพลิกกลับมาชนะทีมชาติไอวอรี่โคสต์ ในศึกฟุตบอลโลก กลุ่ม E ที่โตรอนโต เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เกมนี้ถือเป็นแมตช์ที่เข้มข้นตั้งแต่ต้นจนจบ โดยทีมแชมป์โลก 4 สมัยเริ่มต้นได้ดี ไค ฮาแวร์ตซ์ ดูมีความอันตรายในแดนหน้า แต่ทีมช้างศึกจากแอฟริกากลับเล่นเกมสวนกลับได้อย่างน่ากลัว และมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 30 จากจังหวะที่ ยัน ดิยอม็องเด้ เปิดบอลอันตรายเข้ามาให้ ฟร็องก์ เกสซี ยิงจ่อ ๆ เข้าไป
เยอรมนีเจอกับความยากลำบากในการทวงประตูคืน เมื่อไอวอรี่โคสต์ตั้งรับอย่างมีระเบียบและรอจังหวะสวนกลับอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งจาก ดิยอม็องเด้ ที่เป็นที่ต้องการของหลายทีม และ อาหมัด ดิยัลโล่ ทางฝั่งตรงข้าม แต่ลูกทีมของ ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ ก็สามารถตีเสมอได้ในนาทีที่ 68 จากการทำงานร่วมกันของสองตัวสำรอง นาเดียม อามิรี เปิดบอลให้ อุนดาว วอลเลย์เข้าไปอย่างเฉียบขาด
ไอวอรี่โคสต์มีโอกาสทองที่จะคว้าชัยในช่วงท้ายเกม เมื่อ นิโกลาส์ เปเป้ จ่ายให้ ซีมง อาดิงกรา ในเขตโทษ แต่เจ้าตัวกลับเลือกจับบอลก่อนยิง ทั้งที่ควรสับไกทันที และสุดท้ายพลาดโอกาสไปอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนจะถูกลงโทษในช่วงทดเวลานาทีที่ 94 เฟลิกซ์ เอ็นเมช่า จ่ายทะลุช่องสุดสวยให้อุนดาวหลุดไปยิงไม่พลาด กลายเป็นประตูชัย และยังเป็นลูกที่สามของเขาในสองนัดของฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทำให้เจ้าตัวได้รับการยกย่องว่าเป็น 'ซูเปอร์ซับ' ตัวจริงของทัวร์นาเมนต์
ต่อไปนี้คือการให้คะแนนนักเตะทีมชาติเยอรมนีจากเกมในโตรอนโต...
ผู้รักษาประตูและกองหลัง
มานูเอล นอยเออร์ (6/10): ผู้รักษาประตูจอมเก๋ายังคงเป็นประเด็นให้ถกเถียง แต่ในจังหวะเสียประตูของ เกสซี เขาแทบไม่มีโอกาสป้องกันได้
โยชัว คิมมิช (5/10): เปิดบอลสวยให้ฮาแวร์ตซ์ได้โหม่งในช่วงต้นเกม แต่ส่วนใหญ่ของครึ่งแรกต้องรับมือกับ ดิยอม็องเด้ และทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ก่อนจะปรับฟอร์มดีขึ้นในครึ่งหลัง
โยนาธาน ทาห์ (6/10): พยายามช่วยคิมมิชหยุด ดิยอม็องเด้ และยังทำได้ดีในการครองบอล
นีโก ชลอตเตอร์เบ็ค (5/10): เล่นจนจบครึ่งแรกแม้ข้อเท้าพลิก ซึ่งส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและการจ่ายบอล ทำให้ถูกเปลี่ยนออกให้ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ลงมาแทนในครึ่งหลัง
นาธาเนียล บราวน์ (6/10): โชคร้ายที่เห็น เกสซี ยิงนำ เพราะก่อนหน้านั้นเขาเพิ่งบล็อกลูกยิงของ ดิยัลโล่ ได้อย่างยอดเยี่ยม แข้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดรายนี้สร้างปัญหาให้เขาอยู่บ้าง แต่สุดท้ายบราวน์ก็รับมือได้ดี
กองกลาง
เฟลิกซ์ เอ็นเมช่า (8/10): น่าจะเป็นนักเตะที่ดีที่สุดของเยอรมนีในครึ่งแรก ด้วยพลังขับเคลื่อนและความมุ่งมั่นในการแย่งบอล ก่อนจะจ่ายบอลสำคัญให้อุนดาวยิงประตูชัยในช่วงทดเวลา
อเล็กซานดาร์ พาฟโลวิช (4/10): คิดว่าตัวเองทำประตูได้แต่ลูกโหม่งถูกยกเลิกเพราะฟาวล์ใส่ ยาเฮีย โฟฟานา โดยรวมแล้วเล่นได้ไม่ดีนัก และถูกเปลี่ยนออกให้ นาเดียม อามิรี ลงมาแทนก่อนกลางครึ่งหลัง
แนวรุก
เลรอย ซาเน่ (3/10): ปีกตัวเก่งแทบไม่มีส่วนร่วมตลอด 60 นาทีที่อยู่ในสนาม
จามาล มูเซียลา (4/10): เยอรมนีต้องการให้เขามีบทบาทมากกว่านี้ แต่หมายเลข 10 ของทีมไม่สามารถสร้างอิทธิพลในเกมได้ ถูกเปลี่ยนออกหลังครบหนึ่งชั่วโมง
ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ (6/10): ดูเป็นผู้เล่นแนวรุกที่น่าจะสร้างโอกาสได้มากที่สุดในครึ่งแรก ใช้เทคนิคดีสร้างพื้นที่ให้ตัวเองแต่ยิงได้ไม่แรงพอ เขาไม่ได้ถูกเปลี่ยนออกในครึ่งหลัง แต่ยังขาดความเด็ดขาด
ไค ฮาแวร์ตซ์ (6/10): โหม่งให้โฟฟานาต้องเซฟสุดสวย และยิงได้หนึ่งลูกแต่ถูกยกเลิกเพราะทำฟาวล์ เอ็มมานูเอล อักบาดู อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งตัวจริงของเขากำลังถูกอุนดาวข่มอย่างชัดเจน
ตัวสำรองและผู้จัดการทีม
อันโตนิโอ รูดิเกอร์ (6/10): ลงมาแทนชลอตเตอร์เบ็คที่บาดเจ็บ ทำหน้าที่รับได้ดี แต่การยิงไกลของเขากลับหลุดออกไปอย่างน่าเสียดาย
เดนิซ อุนดาว (7/10): ซูเปอร์ซับของเยอรมนียิงอีกครั้ง เพียงแปดนาทีหลังลงสนาม เป็นการวอลเลย์ที่นิ่งและเฉียบขาด
นาเดียม อามิรี (7/10): ลงมาแทนพาฟโลวิชในแดนกลาง และสร้างผลกระทบทันทีด้วยการแอสซิสต์ให้อุนดาว
เจมี เลเวลิง (5/10): ลงมาพร้อมกับอุนดาวและอามิรีในชุดเปลี่ยนสามคน แต่ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้มากนัก และเสียบอลหลายครั้ง
เลออน โกเร็ตซ์กา (N/A): ลงมาแทนฮาแวร์ตซ์ในช่วงท้ายเกม
ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ (8/10): เปลี่ยนเกมได้ด้วยการตัดสินใจเปลี่ยนตัวที่กล้าหาญ ตอนนี้เขาต้องตัดสินใจครั้งใหญ่เกี่ยวกับอุนดาว ซึ่งสมควรได้ออกสตาร์ตในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มกับเอกวาดอร์ หลังยิงไปแล้วสามประตูภายในเวลาเพียง 56 นาทีในฟุตบอลโลก และรวมทั้งหมดเก้าประตูจาก 11 นัดในทุกรายการให้ทีมชาติ