ดาวยิงสูงสุดของลีกเอเรอดีวีซีทำสองประตูในเกมพบตูนิเซียในศึกฟุตบอลโลก แต่กองหน้าทีมชาติญี่ปุ่นเผยว่าช่วงเวลาหลังการยิงประตูไม่เคยเป็นเรื่องของตัวเขาเองเลย
ชัยชนะ 4-0 ของทีมชาติญี่ปุ่นเหนือทีมชาติตูนิเซียในศึกฟุตบอลโลก 2026 ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เป็นอีกหนึ่งผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของทีมซามูไรบลูที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในทีมที่น่าประทับใจที่สุดของทัวร์นาเมนต์นี้ ไดอิจิ คามาดะ ยิงประตูแรกให้ทีมขึ้นนำ จุนยะ อิโตะ บวกเพิ่มอีกหนึ่งลูกหลังพักครึ่ง ก่อนที่ อายาเสะ อูเอดะ จะซัดสองประตูสุดเฉียบ ช่วยให้ญี่ปุ่นมีแต้มเท่ากับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ในกลุ่มเอฟ
แม้ประตูของอูเอดะจะมีส่วนสำคัญในการพาญี่ปุ่นเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ แต่กองหน้าวัย 27 ปียังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ถ่อมตัวที่สุดในบรรดาดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์
อูเอดะเข้าสู่ฟุตบอลโลกครั้งนี้ในฐานะดาวยิงสูงสุดของเอเรอดีวีซี และตอกย้ำชื่อเสียงนั้นอีกครั้งด้วยการยิงสองประตูในเกมเดียวกับตูนิเซีย ปกติแล้ว ผู้เล่นมักจะฉลองอย่างเร้าใจเมื่อยิงประตูในเวทีที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่ปฏิกิริยาของเขากลับตรงกันข้ามกับการฉลองประตูที่มักมีการจัดท่าทางหรือแสดงออกอย่างอลังการ
ไม่มีท่าฉลองที่เตรียมไว้ ไม่มีการแสดงต่อหน้าแฟนบอล และไม่มีการเรียกร้องความสนใจใด ๆ มาที่ตัวเอง อูเอดะกลับแสดงท่าขอบคุณอย่างสงบก่อนจะรีบกลับมามีสมาธิกับเกมต่อไปตามแบบที่เขาทำมาตลอดอาชีพค้าแข้ง
ก่อนหน้านี้ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อัลเกมีน ดั๊กบลัด ของเนเธอร์แลนด์ อูเอดะเคยอธิบายถึงเหตุผลที่ช่วงเวลาหลังยิงประตูมีความหมายแตกต่างสำหรับเขา
“มันคือสไตล์ของผม ความถ่อมตัวของผม” อูเอดะกล่าว “เมื่อผมยิงได้ ผมได้ยินเสียงแฟนบอลและความสุขของพวกเขา ผมปล่อยให้ตัวเองซึมซับสิ่งนั้น ผมยังคิดถึงภรรยาของผมที่คอยสนับสนุนผมเสมอ”
ผลงานที่สร้างค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ให้กับทีมชาติญี่ปุ่น
แม้การฉลองจะดูเรียบง่าย แต่ผลงานของอูเอดะในเกมกับตูนิเซียนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงเพราะคุณภาพของการจบสกอร์ แต่เพราะสองประตูนั้นถือเป็นหมุดหมายสำคัญในเส้นทางอาชีพของเขาในเวทีฟุตบอลโลก
สองประตูดังกล่าวคือประตูแรกของอูเอดะในฟุตบอลโลก ฟีฟ่า ก่อนหน้านี้เขาเคยมีส่วนร่วมในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ โดยลงเล่นในเกมรอบแบ่งกลุ่มพบคอสตาริกา 45 นาที แต่ยังไม่สามารถทำประตูได้ จนมาประสบความสำเร็จในอีกสี่ปีต่อมา ซึ่งบังเอิญตรงกับแมตช์ที่ 1,000 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
ญี่ปุ่นควบคุมเกมได้ตั้งแต่ต้นที่สนามมอนเตร์เรย์ เมื่อ เคอิโตะ นากามูระ จ่ายบอลอย่างแม่นยำให้ ไดอิจิ คามาดะ ยิงอย่างเยือกเย็นในนาทีที่ 4 มอบความได้เปรียบให้ทีมของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ ตั้งแต่ต้นเกม
ประตูที่สองของญี่ปุ่นเกิดขึ้นในนาทีที่ 31 และแสดงให้เห็นคุณภาพของอูเอดะในฐานะหนึ่งในกองหน้าที่มีประสิทธิภาพที่สุดของยุโรป โค อิตาคุระ เปิดบอลยาวอย่างแม่นยำเข้าเขตโทษให้อูเอดะวิ่งหลุดแนวรับตูนิเซีย จับบอลลงและยิงผ่านผู้รักษาประตูอย่างเฉียบคม
เกมยังคงเป็นของญี่ปุ่นเมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง ในนาทีที่ 69 อูเอดะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้จ่ายให้ จุนยะ อิโตะ ยิงประตูที่สามของทีม ก่อนที่เขาจะกลับมายิงประตูที่สองของตัวเองในช่วงท้ายเกม
ประตูที่สองของอูเอดะในนาทีที่ 83 เกิดจากจังหวะที่ ไคชู ซาโนะ มิดฟิลด์ทีมชาติญี่ปุ่นลากบอลขึ้นมาจากกลางสนาม ก่อนต่อบอลทำชิ่งทางฝั่งขวาอย่างไหลลื่นจนแนวรับตูนิเซียเปิดช่อง ซาโนะเปิดบอลโค้งไปเสาไกล และกองหน้าฟาเยนูร์ดรายนี้กระโดดขึ้นเหนือกองหลัง โหม่งบอลแบบโค้งข้ามผู้รักษาประตู ไอเมน ดาห์เมน เข้าประตูอย่างสวยงาม ปิดเกมให้ญี่ปุ่นชนะ 4-0
ผลการแข่งขันครั้งนี้มีความหมายมากกว่าสามแต้ม ญี่ปุ่นกลายเป็นชาติจากเอเชียชาติแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ยิงได้ถึงสี่ประตูในเกมเดียว ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่น่าจดจำของทัพซามูไรบลูในทัวร์นาเมนต์นี้
ผลงานครั้งนี้ยังตอกย้ำฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของอูเอดะ ซึ่งก่อนทัวร์นาเมนต์ก็เป็นกำลังสำคัญของแนวรุกทีมชาติญี่ปุ่นอยู่แล้ว กองหน้าจากฟาเยนูร์ดรายนี้เข้าสู่ฟุตบอลโลก 2026 ด้วยการลงเล่นทีมชาติ 38 นัด ยิงได้ 16 ประตู และหลังจากเกมพบเนเธอร์แลนด์และตูนิเซีย (รวมถึงการยิงสองประตูล่าสุด) สถิติของเขาเพิ่มเป็น 40 นัด 18 ประตูให้กับทีมชาติญี่ปุ่น
ในรอบคัดเลือก อูเอดะเป็นนักเตะคนสำคัญ โดยจบเป็นดาวซัลโวของทีมชาติญี่ปุ่นในรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ด้วยการยิง 8 ประตูจาก 9 นัด หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นคือการทำแฮตทริกใส่เมียนมาในรอบแรก และยิงสองประตูใส่ซีเรียที่ช่วยให้ญี่ปุ่นผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย
เขายังรักษาฟอร์มต่อเนื่องมาจากเกมอุ่นเครื่องก่อนฟุตบอลโลก อูเอดะยิงสองประตูในเกมเตรียมความพร้อม รวมถึงลูกโหม่งชัยในเกมพลิกชนะทีมชาติบราซิล 3-2 ที่กรุงโตเกียว ซึ่งยิ่งตอกย้ำความสำคัญของเขาต่อทีมของโมริยาสุ
ครอบครัวยังคงเป็นหัวใจของเส้นทางฟุตบอลของอูเอดะ
ตามรายงานของสื่ออเมริกัน ยูเอสเอ ทูเดย์ มุมมองของอูเอดะต่อการทำประตูนั้นเชื่อมโยงกับการเติบโตของเขาในเมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ และการเสียสละของผู้คนรอบตัวที่ช่วยผลักดันให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ
สำหรับอูเอดะ ประตูที่ยิงได้ไม่ใช่เพียงความสำเร็จส่วนตัว แต่เป็นช่วงเวลาที่เขามอบให้กับทุกคนที่มีส่วนช่วยให้เขามาถึงจุดนี้
พ่อของเขามีบทบาทสำคัญในการแนะนำให้รู้จักกับฟุตบอล ส่วนครอบครัวก็คอยสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางจากเด็กที่มีพรสวรรค์จนกลายเป็นกองหน้าทีมชาติในเวทีฟุตบอลโลก
พื้นฐานเหล่านี้ยังคงหล่อหลอมวิธีคิดของเขาเกี่ยวกับความสำเร็จ
“ครอบครัวของผมในญี่ปุ่นด้วย” อูเอดะกล่าว “ที่ผมมายืนอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะพวกเขา ผมมีความสุขมากเมื่อยิงประตูได้ แต่สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือการได้เห็นคนอื่นมีความสุข”
สำหรับแฟนบอลที่ชมอยู่ในสนามหรือทางโทรทัศน์ การฉลองของอูเอดะอาจดูเรียบง่ายเมื่อเทียบกับนักฟุตบอลคนอื่น ๆ
แต่สำหรับอูเอดะ ท่าทางเหล่านั้นมีความหมายเฉพาะตัว
ช่วงเวลานี้ไม่ใช่เพื่อประกาศความสำเร็จส่วนตัว แต่เป็นการแสดงความขอบคุณต่อครอบครัว เพื่อนร่วมทีม แฟนบอล และทุกคนที่มีส่วนในเส้นทางของเขามาถึงเวทีฟุตบอลโลก
แม้จะยิงสองประตูแรกในฟุตบอลโลกและช่วยให้ญี่ปุ่นสร้างผลการแข่งขันประวัติศาสตร์ ปฏิกิริยาของอูเอดะก็ยังคงเหมือนเดิม สีหน้าสงบนิ่ง ท่าทางเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหมายของความกตัญญูต่อผู้ที่มีส่วนในความสำเร็จของเขา
ญี่ปุ่นยึดตำแหน่งในกลุ่มเอฟได้มั่นคงขึ้น
ชัยชนะเหนือทีมชาติตูนิเซียช่วยให้ทีมชาติญี่ปุ่นขยับสถานการณ์ในกลุ่มที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดได้อย่างแข็งแกร่ง
ปัจจุบันทีมชาติเนเธอร์แลนด์นำเป็นจ่าฝูงกลุ่มเอฟด้วย 4 คะแนนและผลต่างประตูได้เสีย +4 โดยได้เปรียบเพราะยิงได้ 7 ประตู ขณะที่ญี่ปุ่นยิงได้ 6 ประตู ทั้งสองทีมมีคะแนนเท่ากันหลังจากเสมอกัน 2-2 ในเกมก่อนหน้า
ญี่ปุ่นรั้งอันดับสองของกลุ่มด้วย 4 คะแนนและผลต่างประตูได้เสียเท่ากัน ส่วนสวีเดนมี 3 คะแนน และตูนิเซียแพ้สองนัดติดยังไม่มีแต้ม ทำให้ตกรอบอย่างเป็นทางการ
เมื่อเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม โอกาสของญี่ปุ่นในการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์เพิ่มขึ้นอย่างมาก
สำหรับอูเอดะแล้ว คืนที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งในฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นหลักฐานยืนยันถึงความสำคัญของเขาต่อทีมชาติ ประตูที่ยิงได้ในเกมกับตูนิเซียไม่เพียงเป็นประตูแรกในฟุตบอลโลกของเขา แต่ยังเป็นอีกบทหนึ่งในเส้นทางการถล่มประตูตั้งแต่รอบคัดเลือกจนถึงรอบสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์