หลายคนอาจยังจำได้ถึงเกมในวัยเด็กที่เราเคยเล่นกับผ้าร่มหลากสี แต่คงไม่มีใครอยากพบว่าตัวเองต้องเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่สนามผู้โชคร้ายในฟุตบอลโลกครั้งนี้
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนเกมที่ทีมชาติสาธารณรัฐเช็กเสมอกับทีมชาติเกาหลีใต้ 1-1 ในศึกฟุตบอลโลก ที่สนามเอสตาดิโอ อาครอน เมืองซาโปปัน เมื่อเจ้าหน้าที่คนหนึ่งถูกธงชาติขนาดมหึมาของเช็กพันตัวจนมิดหลังเสร็จสิ้นพิธีร้องเพลงชาติ
ผู้ชมในสนามต่างสังเกตเห็นเหตุการณ์นี้ได้อย่างชัดเจน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวพยายามดิ้นรนออกจากธงสีแดง ขาว และน้ำเงิน ท่ามกลางเสียงหัวเราะของแฟนบอลที่อยู่บนอัฒจันทร์
ตามธรรมเนียมการแข่งขันฟุตบอลโลกทุกนัด นักเตะจากทั้งสองทีมจะมายืนเรียงกันรอบวงกลมกลางสนาม โดยมีธงชาติขนาดใหญ่ของแต่ละประเทศปูอยู่ด้านหลังครึ่งสนามของตนเอง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะวิ่งเข้ามาจับปลายผืนธงแล้ววิ่งพับกลับไปอีกฝั่งจนธงถูกพับครึ่งหลายครั้ง ก่อนจะม้วนและยกออกจากสนาม
อย่างไรก็ตาม หากมีใครสะดุดล้ม หรือวิ่งช้ากว่าคนอื่น ก็มีโอกาสสูงที่จะถูกผืนธงกลืนหายไปโดยไม่มีใครสังเกต ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงในเหตุการณ์ครั้งนี้
อุบัติเหตุลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการกีฬาของอเมริกาเหนือ แฟนเบสบอลของทีมซินซินเนติ เรดส์ รู้จักกันดีในตำนาน “ทาร์ป มอนสเตอร์” ผ้าคลุมสนามที่มักจะกลืนเจ้าหน้าที่สนามระหว่างฤดูกาลแข่งขันอยู่เป็นระยะ ๆ
ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ที่ถูก “ทาร์ป มอนสเตอร์” กลืนหายไป บ้างก็เชื่อว่าพวกเขาถูกส่งไปยังโลกคู่ขนานที่คุ้นเคยแต่แปลกประหลาด ส่วนอีกกระแสบอกว่าเมื่อถูกกลืนไปแล้วจะกลายเป็น “ทาร์ป มอนสเตอร์” เสียเอง และทางเดียวที่จะหลุดพ้นคือการหาผู้เคราะห์ร้ายคนใหม่มาสวมแทน เหมือนกับเรื่องราวในภาพยนตร์สยองขวัญอย่าง The Ring หรือ Final Destination
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ผู้เคราะห์ร้าย ซึ่งเป็นชาวเม็กซิโก ถูกพบเดินอย่างสับสนอยู่บนถนนในกรุงปราก โดยยังสวมเสื้อสะท้อนแสงของเจ้าหน้าที่สนามอยู่