ดร.มัลลิกา ลุยสำรวจ ตึกเก่าย่านเยาวราช ชูมาตรการใช้โดรน-AI สแกนจุดเสี่ยง
GH News June 22, 2026 07:12 PM

ดร.มัลลิกา ลงพื้นที่สำรวจตึกเก่า ย่านเยาวราช ชูมาตรการเร่งด่วน สำรวจอาคารเสี่ยงภัยภายใน 90 วัน ใช้โดรน-AI สแกนจุดเสี่ยง

22 มิ.ย. 2569 ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ลงพื้นที่สำรวจสภาพอาคารเก่าในย่านเยาวราชและเขตสัมพันธวงศ์ ภายหลังเกิดเหตุอาคารถล่มบริเวณใกล้แยกหมอมี ใกล้วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ากรุงเทพมหานครจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีทำงานจากการรอรับแจ้งเหตุ มาเป็นการทำงานเชิงรุกด้านความปลอดภัยของอาคารอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองเก่า ย่านการค้า และชุมชนที่มีอาคารอายุหลายสิบปีถึงกว่าร้อยปี

“ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต้องมาก่อน ผู้ว่าฯ ต้องไม่รอให้อาคารพังแล้วค่อยเข้าไปดู แต่ต้องตรวจสอบและป้องกันล่วงหน้าให้ได้” ดร.มัลลิกา กล่าว

สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครมีอาคารเก่าจำนวนมากกระจายอยู่ใน 50 เขต โดยเฉพาะเขตพระนคร สัมพันธวงศ์ ป้อมปราบศัตรูพ่าย ดุสิต บางรัก ปทุมวัน และพื้นที่เศรษฐกิจดั้งเดิมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งหลายแห่งมีอายุเกิน 50-100 ปี และบางส่วนถูกดัดแปลงการใช้งานจากเดิมจนเกิดความเสี่ยงด้านโครงสร้าง

ดร.มัลลิกา เปิดเผยว่า หากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะจัดตั้ง “หน่วยวิศวกรพิทักษ์เมือง” ประกอบด้วยวิศวกรโยธา สถาปนิก และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาคาร ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารเสี่ยงทั่วกรุงเทพมหานครอย่างเป็นระบบ พร้อมใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจัดทำฐานข้อมูลอาคารแบบเรียลไทม์

มาตรการเร่งด่วนภายใน 90 วัน ประกอบด้วย

  • สำรวจอาคารเก่าและอาคารเสี่ยงทุกเขตทั่วกรุงเทพมหานคร
  • จัดทำบัญชีรายชื่ออาคารเสี่ยงและเผยแพร่ต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส
  • ตรวจสอบอาคารที่มีอายุเกิน 30 ปีในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ
  • ตรวจสอบอาคารสูง อาคารสาธารณะ โรงเรียน ตลาด และชุมชนหนาแน่น
  • จัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุอาคารทรุดตัว ร้าว หรือมีความเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง
  • ใช้เทคโนโลยีโดรนและระบบ AI ช่วยประเมินจุดเสี่ยง
  • ออกคำสั่งแก้ไขเร่งด่วนในกรณีพบอาคารที่เป็นอันตรายต่อประชาชน
  • จัดทำแผนอพยพและซ้อมรับมือเหตุอาคารถล่มในพื้นที่เสี่ยง
  • นอกจากนี้ยังเสนอให้ทุกเขตมีการจัดทำ “แผนที่ความเสี่ยงอาคาร” เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ด้วยตนเองผ่านโทรศัพท์มือถือ และติดตามผลการตรวจสอบได้แบบโปร่งใส

    “ภายใน 3 เดือนแรกของการทำงาน ทุกเขตต้องมีข้อมูลอาคารเสี่ยงที่ชัดเจน ทุกจุดต้องได้รับการประเมินความปลอดภัย และทุกชีวิตต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกัน เพราะกรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองที่ประชาชนมั่นใจได้ว่า บ้าน อาคาร โรงเรียน ตลาด และสถานที่ทำงานของเขาปลอดภัย” ดร.มัลลิกา กล่าว

    ทั้งนี้ ดร.มัลลิกา ย้ำว่า การป้องกันอุบัติเหตุจากอาคารเป็นหน้าที่สำคัญของผู้บริหารเมือง และจะผลักดันให้กรุงเทพมหานครก้าวสู่มาตรฐานเมืองปลอดภัยระดับสากล ด้วยการตรวจสอบเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ไม่ปล่อยให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยในอนาคตอีกต่อไป

    ข่าวล่าสุด
    © Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.