วันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสีและทุกสาย โดยใช้วิธีการในลักษณะของตั๋วร่วม ในราคา 17-45 บาท กล่าวคือ เสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว
ทั้งนี้รัฐบาลจะพยายามผลักดันให้เริ่มใช้ได้ภายในวันที่ 1 มกราคม 2570 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และลดภาระค่าครองชีพประชาชน
"จากนี้ไปกระทรวงคมนาคมจะไปหารือเกี่ยวกับการทำระบบเคลียริ่งเฮาส์ เพื่อจัดทำระบบเก็บเงิน กล่าวคือ เสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว โดยตั้งใจว่าจะทำให้ทันปีใหม่ 2570 นี้" นายพิพัฒน์ ระบุ
ถก BTS-BEM เคลียร์สัมปทานรถไฟฟ้า
ทั้งนี้โจทย์ใหญ่คือ การเร่งเจรจาโอนสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่อยู่ในความรับผิดชอบจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) มาที่รฟม. ซึ่งปัจจุบันสัญญาเดินรถมีอายุยาวไปจนถึงปี 2585 โดย รฟม. จะต้องเข้าไปรับช่วงต่อในการบริหารจัดการสัญญาเรื่องนี้
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเจรจากับผู้ประกอบการรายใหญ่อย่างบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM คาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนภายในเดือนหน้า ซึ่งตนกำชับว่าต้องเร่งทำให้เร็วที่สุด เนื่องจากเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในแต่ละเดือน
อย่างไรก็ดีในเบื้องต้นจะให้รฟม.ไปหารือร่วมกับเอกชนในเรื่องนี้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปจากการเจรจากับเอกชนและแหล่งเงินทุนที่ชัดเจนแล้ว ก่อนนำเรื่องกลับมาเสนอให้ที่ประชุม ครม. รับทราบอีกครั้ง
ขณะเดียวกันจะมีการทำระบบ Clearing House ด้วย ซึ่งได้มีการหารือเบื้องต้นกับธนาคารกรุงไทยแล้ว โดยทางธนาคารไม่ขัดข้อง เนื่องจากมีโปรแกรมและระบบที่พร้อมรองรับอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินการมีความรวดเร็วขึ้น
จ่อระดมทุน TFF
ส่วนการนำเงินมาชดเชยในการดำเนินการอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสีและทุกสาย โดยใช้วิธีการในลักษณะของตั๋วร่วม ในราคา 17-45 บาท กล่าว ที่เสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว คาดว่าจะใช้เงินจากกองทุนตั๋วร่วมและรายได้สะสมจาก รฟม. โดยประเมินใช้เงินอุดหนุนประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในระยะต่อไปจะดำเนินการระดมทุนโดยใช้เงินจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF) ตามข้อเสนอแนะที่ได้รับมา โดยเม็ดเงินส่วนนี้จะนำมาใช้ใน 2 ส่วนสำคัญ คือ 1.การชดเชยให้ผู้ประกอบการ ตามส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากการปรับเปลี่ยนสัญญาและ 2.การชดเชยคืนให้ผู้โดยสาร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง คาดว่ากระบวนการระดมทุนและดำเนินการในส่วนของ TFF จะใช้เวลาประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี จึงจะแล้วเสร็จ
ส่องรถไฟฟ้า 8 สาย หนุนค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาท
สำหรับรถไฟฟ้า 8 สาย ที่รองรับค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาท ประกอบด้วย 1.รถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสุขุมวิท (สีเขียวอ่อน) หมอชิต-อ่อนนุช 2.รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (สายสีลม) ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน 3.รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า และอ่อนนุช-แบริ่ง 4.รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงหมอชิต-คูคต และช่วง แบริ่ง-สมุทรปราการ
5.รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-สถานีบางซื่อ และส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-หลักสอง 6.รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี 7.รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง และ8.รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ