ปราบฮ่อ ปราบฮ่อ
June 24, 2026 04:48 PM

สองวันนี้มีปรากฏการณ์นักสะสม เข้าซื้อขายเหรียญปราบฮ่อ กันในราคาเหรียญละ 1,700,000 บาทผู้คนในวงการก็พากันถามไถ่ว่าเหรียญปราบฮ่อนี่คืออย่างไร ปราบทำไมฮ่อ เซียนพระรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่วงการทำตัวสะกดการันต์ไม่ถูกผสมคำไม่แจ้ง เขียนว่าเหรียญปราบฮ้อ55 ก็มันจะไปปราบทำไมเล่าฮ้อ ฮ้อ เขาแปลว่าดี คำว่าเซ็งลี้ฮ้ออย่างงี้ก็เป็นคำแต้จิ๋วก็แปลว่าค้าขายดีเพราะเซ็งลี้แปลว่าค้าขาย เป็นคำอวยพรว่าเซ็งฮ้อลี้ จะปราบฮ้อก็คือปราบของดีๆ จะไป ปราบมันทำไม_ ฮึ? มาถึงจังหวะนี้ก็ต้องขออนุญาตตัดตอนการเดินทางของปิแอร์ โอร์ต ในตอนที่สองมาแทรกเรื่องความสำคัญของงานปราบฮ่อซึ่งกำลังมีราคาในเวลานี้กันเสียก่อน

ฮ่อ คือใคร? ฮ่อในที่นี้เป็นคำที่มีการใช้เรียกคนจีนทางตอนใต้ของประเทศเขา ซึ่งอาศัยอยู่ในมณฑลยูนนานมีเขตติดต่อลงมากับทางประเทศไทยเราในสมัยที่อาณาจักรสยามนั้นยังกว้างใหญ่ไพศาล

พวกฮ่อนี้จะว่าไปแล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงรายสมัยจอมพล ป. คือ สส. บุญช่วย ศรีสวัสดิ์ ท่านแนะว่าแบ่งออกเป็นสองกลุ่มพวก คือกลุ่มที่นับถือศาสนาอิสลามและกลุ่มที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม ทุกวันนี้ในเขตเมืองเชียงใหม่เชียงรายหากจะรับประทานอาหารจำพวกข้าวซอยถ้าได้ลองแวะไปทานข้าวซอยตำรับของฮ่อ ก็จะมีรสชาติเข้มข้นมีเครื่องเทศพิเศษคมคายรสกลิ่นขึ้นมาอีกตามลักษณะการนิยมเครื่องเทศ เครื่องถั่ว ของฝ่ายอิสลามเครื่องถั่วเช่นว่าลูกวอลล์นัท รับประทานกันเป็นของอร่อยรสมันๆ เราก็เรียกว่ามันฮ่อ

 

ปราบฮ่อ

ตั้งแต่สมัยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ห้าก็มีเรื่องฮ่อปรากฏอยู่ในพงศาวดารต่อมาเมื่อฝ่ายจีนรบกันเองในยุคเปลี่ยนแปลงการปกครองพวกเหมา เจ๋อตงต่อสู้กับพวกก๊กมินตั๋งก็ปรากฏชื่อของฮ่อที่ต้องถอยร่นมาอยู่ตรงบริเวณดอยแม่สลองจนกระทั่งบ้านเมืองเริ่มทันสมัยภัยสงครามผู้คนเบื่อหน่ายการปรากฏตัวของฮ่อและมณฑลยูนนาน ก็เป็นเรื่องของบ้านเมืองทางเศรษฐกิจเสียมาก

ข้างเหรียญปราบฮ่อนี้ มีคุณค่าสวยงามทางประวัติศาสตร์ยังไม่พอในทางอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชจิตศาสตร์นั้นผู้คนนิยมกราบไหว้บูชาเพราะมีอิทธิคุณด้านการปราบปรามและการเอาชนะอุปสรรคให้ราบคาบเป็นที่เด่นชัด ครั้งนั้นเป็นยุคที่สยามกำลังจะเข้าสู่การโมเดิร์นไนซ์ หรือทำตัวให้ทันสมัยกองกำลังทหารสยามแบบโบราณค่อยๆเลือนหาย ไปในรอยต่อสมัยรัชกาลที่สามต่อรัชกาลที่สี่และมาจบบริบูรณ์ในสมัยปลายรัชกาลที่ห้าเมื่อสงครามปราบฮ่อนี่เองยุคนั้นพวกฮ่อต่อรบต่อสู้กันเอง ทำกบฏกันเอง อย่างหนึ่ง แล้วไม่สำเร็จ จึงได้ถอยร่นมาจากเขตแดนยูนนานเข้ามาทางรอยต่อหัวเมืองพันซึ่งเป็นดินแดนเหนือแม่น้ำโขงนิดหน่อยปัจจุบันประมาณว่าอยู่ในเขตละแวก สปป.ลาว ซึ่งชาวฮ่อเลาะรานลงมาถึงมณฑลพิธีหนองคาย-ชวนให้เปิดสนามรบแถวหนองคาย

 

ปราบฮ่อ

แทรกไว้บรรทัดนี้เพื่อเปนปูมร่องรอย ว่าหนองคายนั้นมีที่มามาจากคำว่าหนองคายไฟ คือครั้งนั้นหนึ่งนั้นบรรดาพญานาคในแม่น้ำโขงแวะเข้ามา ในบริเวณพื้นดินซึ่งมีหนองน้ำ แล้วได้คายลูกไฟเอาไว้ที่แถวนี้เกิดเป็นตำนานว่าหนองคายไฟแล้วลูกไฟผุดขึ้นในเทศกาลออกพรรษาเป็นระยะการสงครามปราบฮ่อที่รุกมาวุ่นวายนั้น กินเวลายืดเยื้อยาวนานเกือบ 10 ปีมีการปะทะ - แบบหลักๆกันมากถึงสามครั้งไม่นับครั้งที่ยิบย่อยมาสำเร็จบริบูรณ์ราบคาบลงได้โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงวางยุทธศาสตร์และมอบให้แม่ทัพฝ่ายเหนือ คือ จอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เจิม แสงชูโต เมื่อครั้งยังเปนที่จมื่นไวยวรนารถ นำทัพขึ้นไปสมทบกับเจ้านครน่านแล้วตีประกบต้อนโอบ ร่วมกับส่วนทัพทางใต้ ที่พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมนำกองทัพขึ้นทางอีสานไปบรรจบกัน การสู้รบนั้นกระทำการโดยลำบากยากเย็น แสน เข็ญมากตามบันทึกของเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ด้วยมิใช่มีแต่ปัญหาทางการสงครามแต่ว่าต้องชนกับความเจ็บป่วยเป็นไข้ป่าต่างๆกองทหารสูญเสียทั้งร่างกายและกำลังใจแต่ก็ไม่มีผู้ใดย่อท้อคนที่หมดกำลังก็ฝากฝังนำอาวุธของตนมอบแก่ผู้อื่นเพื่อให้ใช้งานทำหน้าที่ ในการสงครามได้ต่อไปเป็นที่น่าเคารพนับถือในจิตใจอันเด็ดเดี่ยวเหี้ยมหาญเป็นที่ยิ่ง

ครั้งนั้นมีพระบรมราชวินิจฉัยว่าเหตุที่การสงครามมีความยืดเยื้อเป็นเพราะใช้วิธีการรบแบบโบราณหมายความว่าไม่ได้นำ กองกำลังทหารที่ฝึกปรือไว้อย่างดีเดินทัพขึ้นไปรบ เป็นแต่เรื่องว่าตลอดเส้นทางการเดินทัพนั้น มีใบบอกไปถึงเมืองไหนทางเมืองนั้นต้องเกณฑ์ไพร่บ้านพลเรือนผู้คนเข้ามาเป็นทหาร

การอบรมหรือเตรียมความพร้อมในทางยุทธวิธีจึงขาดเหลือแถมอำนาจ การบังคับบัญชาแลดูไม่เด็ดขาดเพราะเจ้าผู้ครองนครเป็นมูลนายแต่ผู้บัญชาการขึ้นมาจากทางใต้การใช้ภาษา การช่วยเหลือร่วมมือมีความติดขัด เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีในเวลานั้น รู้เห็นเรื่องต่างๆมามากเดินทางไปต่างประเทศแก้ไขปัญหาในราชการต่างๆลุล่วงเรียบร้อยมีหูตากว้างไกลเป็นผู้ที่รับใช้ราชการในงานนี้ได้อย่างเหมาะสม

ท่านจมื่นครั้นขึ้นถึงเมืองน่านแล้วเจ้านายฝ่ายเหนือที่เป็นเจ้าผู้ครองนครฝ่ายหน้า เค้าสนามหลวง และเจ้าราชวงศ์ต่างๆซึ่งกำกับ ดูแลเมืองอยู่ได้รำพึงบ่นเปรยถึงปัญหา ความพร้อมในการออกรบของทหารพร้อมทั้งเล่าความเป็นมาในอดีตว่าเมื่อครั้งสงครามไปรบเชียงตุงรัชกาลก่อน สงครามฮ่อครั้งที่หนึ่งและสองนั้นมีข้ออุปสรรคอย่างไรบ้างเกรงว่าการมาครั้งที่สามของทหารฝ่ายสยามนี้จะปฏิบัติการล้มเหลวเหมือนสองคราวแรก

ท่านแม่ทัพได้ฟังแล้วนึกอยู่ว่าฝ่ายนครน่านดูเบายุทธการ อันใหม่ที่มีแผนในการปฏิบัติงานชัดเจนทันสมัยค่ำวันนั้น ท่านจึงแสดงแสนยานุภาพโดยแกล้งจุดไฟโครมครามต่างๆแล้วทำเหตุโกลาหลในงาน ชั่วในเวลาไม่นานกองทหารสยามก็แต่งตัวพร้อมเข้าประจำการพรึ่บพรั่บออกคำสั่งกันโขมงโฉงเฉงพระเจ้าน่านกับทั้งบุตรชายบุตรหลานได้เห็นความทันสมัยของกองทัพใหม่นี้จึงมีกำลังใจปนกับความทึ่งพร้อมใจกันที่จะร่วมมือปฏิบัติราชการเป็นอันหนึ่งอันเดียว พระเจ้าน่านมอบบุตรหลานทั้งเจ้าราชวงษ์ เจ้าราชภาคิไนย ร่วมกับก็องกำลังฝ่ายน่าน รายงานตัวขึ้นกับกองทัพของเจ้าพระยาสุรศักดิ์แยกเป็นกองทัพน้อยฝ่ายซ้ายและขวาอีกทีหนึ่งขึ้นไปตะลุยพวกฮ่อ โดยทะลุขึ้นทางหลวงพระบาง

อนึ่งคำว่าจมื่น หรือ เจ้าหมื่นนี้ นั้นเป็นบรรดาศักดิ์ของข้าราชการฝ่ายมหาดเล็กเขาซึ่งถ้าเทียบกันแล้วว่ากันว่าอยู่ตรงกลางระหว่างคุณพระกับพระยาหมายว่าสูงกว่าคุณพระแต่ไม่เท่ากับพระยา มักเรียกกันโดยลำลองว่าคุณพระนาย ในกรณีของจมื่นไวยวรนารถผู้ซึ่งรับพระบรมราชโองการนำทัพฝ่ายเหนือไปปราบฮ่อนี้ก็ต้องเรียนว่าในราชการสมัยก่อนนั้นคนเป็นมหาดเล็กแล้วเป็นทหารก็มี เป็นมหาดเล็กแล้วไม่เป็นทหารก็มีส่วนคนเป็นทหารแล้วเป็นมหาดเล็กก็มีอีกเช่นกันการจัดระบบเพิ่งจะสำเร็จลงเรียบร้อยในสมัยปลายรัชกาลที่ห้า ในระยะแรกกลุ่มมหาดเล็กซึ่งมักจะเป็นลูกท่านหลานเธอกล่าวคือพ่อแม่รับราชการอยู่ในรั้งในวังเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยลูกหลานก็เข้าไปทำงาน เป็นมหาดเล็กรับใช้ใกล้ชิดไปด้วย

ในยุคสุดท้ายของฝ่ายมหาดเล็กนี้จุดเริ่มต้นทำงานมักเริ่มเป็นมหาดเล็กวิเศษ(นัยยะว่าเป็นสัญญาบัตร_officer) ก่อนแล้วค่อยๆเลื่อนขึ้นไปเป็นลำดับ ไปสุดที่จางวางมหาดเล็ก แต่ถ้าต่ำกว่ามหาดเล็กวิเศษเขาให้เป็นเด็กชา คือเสิร์ฟน้ำชาเดินจดหมาย ท่านให้มียศเป็นพัน เหมือนพันจ่า เมื่อจะต้องปรับระบบมหาดเล็กไปเป็นทหารพ่อแม่มีความเครียดกังวลสูงกลัวลูกต้องออกไปตายในสนาม ก็มาได้เห็นตัวอย่างของคุณพระนายจมื่นไวยวรนารถ

 

ปราบฮ่อ

ผู้ซึ่งต่อมาเป็นจอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีผู้นี้ให้เห็นเป็นตัวอย่างว่าบิดาของท่านซึ่งเป็นข้าราชการผู้ใหญ่มากในแผ่นดิน เห็นพ้องด้วยที่จะให้ลูกซึ่งเป็นมหาดเล็กออกไปเป็นทหารจากนั้นจึงเกิดเป็นตำนานทหารมหาดเล็กและทหารมหาดเล็กราชวัลลภขึ้นมาโดยกรมทหารนั้นรัชกาลที่ห้าท่านทรงเป็นผู้บังคับการกรมเอง ก่อนจะออกไปราชการสงครามในครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ซึ่งเป็นจอมทัพทรงมีพระบรมราโชวาทพระราชทานให้ไว้เพื่อให้ทราบแนวทางยุทธศาสตร์ของพระองค์ท่านเป็น ที่สำคัญยิ่งมีอยู่ 16 ประการซึ่งสมควรที่จะได้ศึกษาหรือสมควรที่จะบันทึกเผยแพร่ไว้เป็นเครื่องหนุนหลังกิตติคุณของเหรียญปราบฮ่อว่างานนี้มิใช่เป็นแต่การสั่งการในการรบราอาฆาตแต่เพียงเท่านั้นแต่ลึกๆที่จะต้องสู้รบนอกเหนือจากฝ่ายโจรฮ่อแล้วยังมีกองกำลังของฝรั่งเศสที่กำลังแผ่อิทธิพลเข้ามาอยู่ในตารางหมากเกมส์นี้ด้วย

หากว่าการรบครั้งนี้ไม่สำเร็จฝ่ายฝรั่งเศสจะอาศัยเป็นเหตุยึดกองดินแดนได้อีก ซ้อนในซ้อนและปมในปมพระบรมราโชวาท ข้อหนึ่ง มีว่าการซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยกกองทัพขึ้นไปนี้เพื่อที่จะปราบปรามพวกฮ่อในเมืองพวนและเมืองหัวพันห้าทั้งหกเพราะมีพระมหากรุณาแก่อาณาประชาราษฎร์ซึ่งเดือดร้อนอยู่ในพระราชอาณาเขตพวกฮ่อมาย่ำยีตีปล้นเก็บทรัพย์สมบัติเสบียงอาหารจุดไฟเผาบ้านเรือนคุมตัวไปใช้สอยเป็นทาสได้รับความลำบากต่างๆไม่เป็นอันทำมาหากิน จึงได้คิดปราบปรามพวกฮ่อให้ราบคาบราษฎรทั้งปวงจะได้รับความอยู่เย็นเป็นสุขฉะนั้นให้แม่ทัพนายกองทั้งปวงกำชับห้ามปรามไพร่พลในกองทัพอย่าไปเที่ยวข่มขี่ราษฎรแย่งชิงเสบียงอาหารต่างๆเหมือนอย่างเช่นคำเล่าลือที่คนปกติเข้าใจว่าทำได้เพราะเป็นธรรมเนียมกองทัพจะแย่งชิงหรือข่มเหงผู้ใดแล้วไม่มีโทษ อันนี้ทรงห้ามขาดเพราะการจะให้เขาอยู่เย็นเป็นสุขกลับกลายเป็นความเดือดร้อนไปเสียได้

ข้อสองมีพระราชประสงค์ที่จะทรงทราบว่าดินแดนซึ่งเป็นพระราชอาณาเขตควรจะทำการค้าทำท่าขายอย่างไรให้บ้านเมืองเจริญแล้วมีผลประโยชน์ตกแก่บ้านเมืองเหล่านั้นเป็นผลประโยชน์แก่คนทั้งปวงจึงโปรดให้มีกองแผนที่ตามแม่ทัพนายกองขึ้นไปด้วยจะได้ตรวจสอบถิ่นฐานให้ได้ความชัดเจนให้แม่ทัพนายกองช่วยกันอุดหนุนให้เจ้าพนักงานแผนที่ได้ทำการตลอดไปไต่สวนตรวจทางเข้าออกที่ต่อเขตแดนจะรักษาป้องกันบ้านเมืองเหล่านั้นให้อยู่เย็นเป็นสุขปราศจากโจรผู้ร้ายได้อย่างไร หรือมีภัยโจรอันตรายใดที่น่ากลัวให้บ้านเมืองเหล่านั้นเป็นสุขควรปราบปรามการแก้ไขก็ให้ปราบปรามเสียให้สิ้นเสี้ยนหนาม อย่าให้เป็นที่ขัดขวางผลประโยชน์ที่ทำให้ บ้านเมืองเจริญขึ้นได้

ข้อสาม การซึ่งได้ทรงแต่งกองทัพสองกองเหนือใต้ ให้ปราบปรามข้าศึกศัตรูและโจรผู้ร้ายในเขตแขวงเมืองพวน ตลอดจนหัวเมืองลาว

 

ปราบฮ่อ

ฝ่ายตะวันออก เมืองหลวงพระบางเมืองหัวพันห้า ตลอดจนสิบสองจุไทยจะถือว่าต่างคนต่างทำเป็นคนละกองทัพไม่เกี่ยวข้องกันนั้นไม่ได้ต้องตั้งใจเป็นหนึ่งอันเดียวกัน ห้ามเป็นอันขาดอย่าให้แม่ทัพแต่ละฝ่ายถือว่าเป็นการทำ ราชการประกวดกันเหมือนกับเล่นโขนเล่นหนังประชันกันเป็นอันขาด ถ้าจะทำการตีข้างฝ่ายแต่ไปเป็นความลำบากให้กองอื่นให้คิดอ่านกันอย่าให้เกิดความลำบากแก่กันทั้งสองฝ่ายให้กองทัพทั้งสองฝ่ายมีหนังสือส่งข่าวไปมาถึงกันให้ทราบว่ากองตัวทำอะไรอยู่ ตั้งที่มั่นอยู่ที่ไหนตำบลใดอย่าให้ขาดกันจนไม่รู้ว่าอีกกองอยู่ที่ใด

เมื่อกำลังขาดให้ขอร้องกันรีบไปช่วยกันให้ทันอย่าให้เสียท่า ให้ทำกิตติศักดิ์ให้ปรากฏตีกระทบบีบคั้นให้พวกฮ่อพ่ายแพ้ให้จงได้อย่าแก่งแย่งกันให้ข้าศึกศัตรูหมิ่นประมาทอย่ามีทิฏฐิมานะ ว่าจะเอาชนะได้ฝ่ายเดียวอย่าชิงความชอบจนเสียราชการ

ข้อสี่ เมื่อยกทัพไปถึงเมืองพิชัยและพิษณุโลกได้มอบให้พระยาศรีสหเทพเป็นผู้จัดส่งกองทัพขึ้นไปให้แต่จะยกจากที่ใดเวลาใดแล้วแต่แม่ทัพเห็นสมควรไม่ต้องมีคำสั่งจากกรุงเทพขึ้นไปควรจัดการปราบปรามให้สำเร็จก่อนฤดูฝนเพราะจะยากลำบากแก่ไพร่พล

ข้อห้าการเสบียงอาหารได้จัดส่งขึ้นไปจากกรุงเทพ แม่ทัพต้องตรวจตรา คิดการณ์ให้ตลอดเรื่องข้าวนั้นจะเกณฑ์เอาจากหัวเมืองใดเพิ่มเติมอีกมากน้อยเท่าไหร่ ทำได้ตามอำนาจแม่ทัพแต่เมืองน่านเป็นเมืองประเทศราชอาจจะขัดข้อง แต่ก็ได้มีศุภอักษรให้จ่ายข้าวในฉางและอนุญาตให้ราษฎรขายข้าวไปแล้ว ถ้าหัวเมืองเหนือข้าวแพงกลัวเจ้านครน่านจะไม่ปล่อยให้ข้าวออกมาจึงมีท้องตรากำชับไปถึงข้าหลวงสำหรับห้าหัวเมืองให้เป็นธุระที่จะส่งข้าวไปช่วย

แต่เป็นเหตุที่วางใจไม่ได้ให้แม่ทัพกะเสบียงอาหารตลอดตามสมควรให้ทั่วถึง หากผู้ใดไม่กระทำตามคำสั่งทำโทษได้ตามอาญาแม่ทัพเพราะกองทัพจะต้องตั้งเป็นแรมปีเสบียงอาหารฝ่ายเมืองเหนือขัดสนจะไม่พอเลี้ยงไพร่พลต้องอาศัยเสบียงจากกรุงเทพและหัวเมืองชั้นในให้มีใบบอกว่าขัดข้องอย่างไรส่งมาโดยเร็วจะจัดการขึ้นไปให้ตลอด

ข้อหก ไพร่พลที่จะเข้าไปในกองทัพเรียกเอาตามหัวเมืองได้ตามอำนาจแต่ต้องปรึกษากับข้าหลวงว่าเห็นควรเกณฑ์เมืองใดเพิ่มเติมก็ให้เกณฑ์ได้

ข้อเจ็ดเมื่อรบกับพวกฮ่อ แล้วอย่าให้ประหารชีวิตคนซึ่งไม่ได้ต่อสู้ให้เป็นการเสียหายแก่บ้านเมืองและเป็นบาปว่าฆ่ามนุษย์ทั้งโขลงโดยไม่มีความกรุณา ถ้าจับเป็นได้มากเพียงใดถือเป็นการดีจะเป็นพวกฮ่อเอง หรือพวกไพร่พลที่เป็นชาวข่าแจะข่าเจืองเป็นต้นเป็นคนใจโลเลเข้าเป็นกองกำลังของพวกฮ่อจะทิ้งไว้ในเขตแขวงเหล่านั้นก็จะก่อความชั่วกันต่อไป ควรเอาเข้ามาไว้ในพระอาณาเขตชั้นในเข้ามาแล้วคิดการผ่อนผัน ฯลฯ ส่วนเวลาตอนเทครัว (ต้อนครอบครัว) อย่าให้ลำบากแก่เขาได้ให้คิดจัดการป้องกันจนสุดกำลัง

ข้อแปดถ้าพวกฮ่อยอมแพ้สู้กองทัพไม่ได้แตกหนีออกไปนอกเขตแล้วอย่ายกติดตามให้คิดตั้งด่านหาทางป้องกันรักษาบ้านเมืองจัดการให้ราษฎรทำมาหากินเป็นภูมิลำเนาช่วยกันฝึกทหารและพลตำรวจรักษาบ้านเมือง (ต่อ)

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.