เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนของทุกปี หลายพื้นที่ในภาคอีสานจะคึกคักไปด้วยเสียงกลอง ขบวนแห่สีสันสดใส และการจุดบั้งไฟที่พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าใน “ประเพณีบุญบั้งไฟ” มรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดจากความเชื่อของชาวอีสานมาอย่างยาวนาน ว่าด้วยตำนานพญาคันคากผู้เอาชนะพญาแถน และขอให้ช่วยบันดาลฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล โดยมีการจุดบั้งไฟเป็นสัญญาณบอกกล่าวเมื่อถึงเวลาเพาะปลูก ความเชื่อนี้จึงกลายเป็นประเพณีสำคัญที่ผูกพันกับวิถีชีวิตเกษตรกรรมและได้รับการสืบสานจากรุ่นสู่รุ่น
แม้ภาพจำของงานบุญบั้งไฟจะอยู่ในหลายจังหวัดของภาคอีสาน เช่น ยโสธร ร้อยเอ็ด หรือกาฬสินธุ์ แต่ที่จังหวัดอุทัยธานี ดินแดนภาคเหนือตอนล่าง ก็มีการจัดงานบุญบั้งไฟอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน โดยเกิดจากความร่วมมือของชาวไทยอีสานใน 3 อำเภอ ได้แก่ ลานสัก สว่างอารมณ์ และทัพทัน ที่ร่วมกันอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้อย่างเหนียวแน่น

สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศงานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2569 ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำทับเสลา อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติของผืนน้ำที่โอบล้อมไปทิวเขา ในช่วงเวลานั้นก็เต็มไปด้วยความคึกคักของผู้คนในหลายพื้นที่ที่มาร่วมงานกันอย่างสนุกสนาน และในปีนี้ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ร่วมเดินทางมาเปิดพิธีเปิดงานบุญบั้งไฟ จังหวัดอุทัยธานี เพื่อสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชน

เมื่อเข้าสู่บริเวณจัดงานต้อนรับด้วยเสียงจังหวะดนตรีสนุกสนานของขบวนแห่บุญบั้งไฟจาก 5 ตำบล ได้แก่ น้ำรอบ ตลุกดู่ ไผ่เขียว ระบำ และลานสัก ที่เคลื่อนตัวอย่างยิ่งใหญ่ภายในงาน แต่ละขบวนต่างประชันความสวยงามด้วยรถประดับตกแต่งอย่างอลังการ สะท้อนอัตลักษณ์และความคิดสร้างสรรค์ของชุมชนได้อย่างโดดเด่น ตลอดทางเต็มไปด้วยสีสันจากชาวบ้านที่พร้อมใจกันสวมใส่ชุดพื้นถิ่นและเครื่องแต่งกายหลากหลายรูปแบบ ขณะที่ริ้วขบวนนางรำร่ายรำอย่างอ่อนช้อยไปตามจังหวะดนตรีพื้นบ้านที่ดังสนั่น สร้างบรรยากาศครึกครื้นและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมอีสาน

จากนั้นรถขบวนทั้ง 5 ตำบล ก็มาจอดเรียงบริเวณอ่างเก็บน้ำทับเสลาเพื่อให้ผู้คนได้ชื่นชม โดยในพิธีเปิด รมว.วธ. กล่าวว่า ประเทศไทยมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและประเพณีที่สะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ และภูมิปัญญาของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น โดยประเพณีบุญบั้งไฟซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวอีสาน มีความเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องการขอฝนเพื่อความอุดมสมบูรณ์ทางการเกษตร ขณะที่จังหวัดอุทัยธานีซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และมีชาวไทยอีสานอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเป็นจำนวนมาก จึงยังคงสืบสานประเพณีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง วธ.มีนโยบายนำทุนทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมมาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ พร้อมผลักดันเทศกาลและประเพณีไทยให้สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การจัดงานยังเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่าและภาคภูมิใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรมของตนเอง ควบคู่กับการสะท้อนพลังความร่วมมือของชุมชนในจังหวัดอุทัยธานี ที่ร่วมกันอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาการทำบั้งไฟ อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไป

หลังจากเสร็จพิธีเปิดงานบริเวณลานจุดบั้งไฟเต็มไปด้วยความคึกคัก ใต้เต็นท์ผ้าใบขนาดใหญ่ของช่างทำบั้งไฟจากทั้ง 5 ตำบล ทุกคนกำลังขะมักเขม้นตรวจเช็กความพร้อมของบั้งไฟและบรรจุดินสิวกันอย่างตั้งใจ ท่ามกลางความร้อนของแดดยามสายและเสียงพูดคุยที่ดังสลับกันไปทั่วพื้นที่ สำหรับงานบุญบั้งไฟของจังหวัดอุทัยธานี จะมีการจุดเฉพาะ “บั้งไฟหมื่น” เท่านั้น ซึ่งปีนี้มีกว่า 25 บั้ง ต่างจากหลายจังหวัดในภาคอีสานที่มีตั้งแต่บั้งไฟหมื่น บั้งไฟแสน ไปจนถึงบั้งไฟล้าน แต่แม้ขนาดจะเล็กกว่า ความตื่นเต้นและความจริงจังของการแข่งขันก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย

ไม่นานนัก เสียงโฆษกประจำงานก็ดังขึ้นผ่านเครื่องขยายเสียง ประกาศให้แต่ละตำบลเตรียมนำบั้งไฟเข้าสู่ฐานปล่อย บั้งไฟบั้งแรกจากตำบลน้ำรอบถูกชายหนุ่มแบกออกมาด้วยท่าทีมั่นใจ สายตาของผู้คนรอบลานต่างจับจ้องไปยังบั้งไฟที่กำลังเคลื่อนผ่าน ขณะที่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ขึ้น แต่ยังคงอยู่ในระยะปลอดภัย เพื่อเฝ้าชมทุกขั้นตอนอย่างใจจดใจจ่อ

เมื่อบั้งไฟถูกติดตั้งบนฐานเรียบร้อย ชายคนหนึ่งยกธงเขียวขึ้นเป็นสัญญาณเตรียมพร้อม บรรยากาศรอบลานเงียบลงชั่วขณะ ก่อนที่เสียงโฆษกจะเริ่มนับถอยหลัง 3… 2… 1…สิ้นเสียงนับ บั้งไฟพุ่งทะยานออกจากฐานปล่อยด้วยเสียงคำรามดังสนั่น กลุ่มควันสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ขณะที่สายตาของทุกคนเงยตามวัตถุทรงยาวที่กำลังพุ่งสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า เสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือดังขึ้นทันทีเมื่อบั้งไฟยังคงทะยานต่อเนื่อง ก่อนที่บั้งไฟจะเล็กลงเรื่อย ๆ และหายลับไปในกลุ่มเมฆและคล้อยตกลงมา และบั้งไฟจากตำบลอื่นๆก็ขึ้นจุดต่อเนื่อง

ปัจจุบันการจุดบั้งไฟไม่เพียงแค่การสืบสานตามประเพณี แต่ยังเป็นสีสันของการแข่งขันของแต่ตำบล ซึ่งความสูงเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ตัวตัดสิน แต่ระยะเวลาที่บั้งไฟสามารถลอยอยู่บนท้องฟ้าต่างหากคือหัวใจสำคัญ ยิ่งอยู่นานเท่าไร โอกาสที่ตำบลนั้นจะคว้าชัยชนะก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น อีกมุมหนึ่งของสนาม คณะกรรมการกำลังทำหน้าที่อย่างหนักไม่แพ้กัน แม้แสงแดดจะแผดเผาจนต้องหยีตาอยู่ตลอดเวลา แต่กล้องส่องทางไกลคู่กายก็ยังถูกยกขึ้นจับจ้องไปบนท้องฟ้าอย่างไม่ละสายตา เพื่อคอยติดตามเส้นทางการบินของบั้งไฟและบันทึกเวลาที่อยู่กลางอากาศอย่างแม่นยำ เพราะทุกวินาทีที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นตัวชี้ขาดตำแหน่งผู้ชนะได้

หากใครกำลังมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสทั้งสีสันของวัฒนธรรม วิถีชุมชน และบรรยากาศแห่งความสนุกสนานแบบไทย ๆ งานประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัดอุทัยธานี เป็นอีกงานประเพณีที่อยากชวนทุกคนลองมาสัมผัส เงยหน้ามองบั้งไฟที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าดูสักครั้ง