รางวัลรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก: เมสซีผู้วิเศษ และพลังรุกแห่งฝรั่งเศส
นภาพร วงศ์สุวรรณ June 28, 2026 10:47 PM

ฟุตบอลเฟธฟูล

·28 มิถุนายน 2026

ฟุตบอลเฟธฟูล

·28 มิถุนายน 2026

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่มได้สิ้นสุดลงเป็นที่เรียบร้อย และเมื่อการแข่งขันเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ก็ถึงเวลาย้อนกลับไปมองสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่อไปนี้คือรางวัลประจำรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลกครั้งนี้

ฟุตบอลโลกที่มีทีมเข้าร่วมถึง 48 ชาติครั้งแรกนี้ เปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้แสดงศักยภาพ พร้อมเรื่องราวที่น่าประทับใจมากมาย

เคปเวิร์ดสร้างช่วงเวลาที่อาจเรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดของรอบแบ่งกลุ่ม หลังจากยันเสมอแชมป์ยุโรปอย่างสเปนได้ในเกมเปิดสนาม ฮีโร่ของทีมชาติหน้าใหม่รายนี้คือ วอซินญา ผู้รักษาประตูวัย 40 ปี ที่เพิ่งกลายเป็นนักฟุตบอลอาชีพตอนอายุ 25 ปี และเพิ่งถูกปล่อยตัวจากสโมสรเดปอร์ติโว ชาเวส ทีมในลีกระดับสองของโปรตุเกส

เมื่อเสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น กล้องจับภาพวอซินญาที่กำลังร้องไห้ด้วยความตื้นตันกับผลการแข่งขัน ซึ่งกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ทันที มียอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้นเป็นหลักล้าน เป็นผลงานในฝันเพียงครั้งเดียวในชีวิตที่ช่วยให้เคปเวิร์ดผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ในการลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกของพวกเขา

“ผมร้องไห้เพราะผมเติบโตมากับคุณปู่คุณย่า” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ พวกเขาเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน พวกเขาคือทุกสิ่งในชีวิตของผม”

“รวมถึงแม่ของผมด้วย เธอไม่ได้มาที่นี่เพราะปัญหาเรื่องวีซ่า เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าสูงเกินไป เราไม่สามารถจัดการได้ทันเวลา ผมอยากให้เธอได้มาอยู่ตรงนี้ด้วยจริงๆ”

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาคือคนที่คู่ควร

ลิโอเนล เมสซี ทำได้ถึง 6 ประตูในสองเกมกว่าๆ ในวัย 39 ปี เขายังคงแสดงให้โลกเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของเขาอีกครั้ง

สถิติการทำประตูของมีโรสลาฟ โคลเซ ถูกทำลาย เมื่อเมสซียิงแฮตทริกใส่อัลจีเรีย บวกอีกสองประตูกับออสเตรีย และอีกหนึ่งประตูในฐานะตัวสำรองในเกมกับจอร์แดน เขากลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ยิงประตูได้ 7 นัดติดต่อกันในฟุตบอลโลก ขณะที่เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 8 สมัยรายนี้กำลังตามล่าถ้วยแชมป์โลกสมัยที่สองติดต่อกัน

ในแง่ของความตื่นเต้นและดราม่า คงไม่มีเกมไหนเกินคู่ระหว่างแอลจีเรียกับออสเตรีย เกมสุดท้ายของกลุ่มที่มีความสำคัญต่อทั้งสองทีมและจบลงแบบสุดมันส์

แอลจีเรียตามตีเสมอได้สองครั้ง และยังคงพยายามหาประตูชัย แม้ผลเสมอก็เพียงพอให้ทั้งสองทีมผ่านเข้ารอบ ริยาด มาห์เรซ ยิงประตูให้แอลจีเรียขึ้นนำในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ดูเหมือนจะเป็นการส่งออสเตรียกลับบ้าน

แต่ทีมจากยุโรปยังไม่ยอมแพ้ นาทีที่ 96 ซาซา คาลัดจ์ซิช โหม่งตีเสมอให้ทีมได้สำเร็จ จุดประกายการฉลองสุดมันส์เมื่อออสเตรียรอดจากการตกรอบ และส่งอิหร่านกลับบ้านแทน

นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ทีมซึ่งตามหลังตั้งแต่นาทีที่ 90 หรือหลังจากนั้น ยังสามารถรอดพ้นจากความพ่ายแพ้ได้

หลายคนมองว่ากลุ่ม I เป็นกลุ่มที่แข็งที่สุดบนกระดาษ แต่ฝรั่งเศสกลับทำให้ทุกคนต้องทึ่ง ทีมตราไก่เอาชนะเซเนกัลได้อย่างสบายในเกมแรก ก่อนจะถล่มอิรัก และปิดท้ายด้วยการชนะนอร์เวย์ชุดสำรองอย่างขาดลอย ฝรั่งเศสผ่านรอบแบ่งกลุ่มด้วยผลงาน 100% และยิงได้ถึง 10 ประตู

แนวรุกที่ประกอบด้วย คิลิยัน เอ็มบัปเป, มิชาแอล โอลีเซ, เดซิเร ดูเอ และอุสมาน เดมเบเล ดูแทบจะหยุดไม่อยู่ โดยเอ็มบัปเปและเดมเบเลยิงไปคนละ 4 ประตู ส่วนโอลีเซทำไป 3 แอสซิสต์

ตุรกีมักถูกยกให้เป็นม้ามืดก่อนทัวร์นาเมนต์ แต่สุดท้ายกลับทำผลงานน่าผิดหวังอีกครั้ง ทีมที่มีอาร์ดา กูเลอร์, เคนัน ยิลดิซ และฮาคาน ชาลฮาโนกลู ควรทำได้ดีกว่านี้ในกลุ่มที่ไม่แข็งนัก ตุรกีต้องเผชิญหน้ากับสหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย และปารากวัย แต่กลับจบอันดับสุดท้ายของกลุ่มและต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้าน

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน คงจะดีใจที่สามารถคว้าตัว เคริม อาลายเบโกวิช มาร่วมทีมได้ก่อนทัวร์นาเมนต์ เพราะราคาค่าตัวของดาวรุ่งชาวบอสเนียรายนี้อาจพุ่งสูงขึ้นหลังโชว์ฟอร์มเด็ด

แข้งวัย 18 ปี ยิงประตูเปิดเกมสุดสวยในเกมที่บอสเนียชนะกาตาร์ หลังลากบอลหลบคู่แข่งและซัดไกลสุดแรงเกิด

ด้วยวัยเพียง 18 ปี 276 วัน ประตูดังกล่าวทำให้เขากลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูจากนอกเขตโทษในฟุตบอลโลก นับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บสถิติในปี 1966

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.