บรูโน่ กิมาไรส์ ยืนยันว่าทีมชาติบราซิลต้องหาทางปิดปาก เออร์ลิง ฮาแลนด์ ที่เขามองว่าเป็นนักเตะที่มีความเจ้าเล่ห์ทางจิตวิทยา ขณะเดียวกันเขาก็ตั้งตารอการปะทะในแดนกลางกับ มาร์ติน โอเดการ์ด ในเกมสำคัญกับทีมชาตินอร์เวย์ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลกวันอาทิตย์นี้
กิมาไรส์ออกมาตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่ว่าทีมบราซิลเป็นตัวเต็งแบบขาดลอยเหนือกว่า โดยกล่าวหาว่าฮาแลนด์พยายามใช้กลยุทธ์ทางจิตวิทยาในการโยนความกดดันทั้งหมดไปที่ทีมแชมป์โลก 5 สมัย ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น
แม้ว่านอร์เวย์จะมีสถิติที่ดีกว่าบราซิลในอดีต โดยชนะ 2 นัดและเสมออีก 2 นัดจากการพบกันก่อนหน้านี้ แต่ฮาแลนด์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า บราซิลคือทีมเต็งชัดเจนในเกมรอบน็อกเอาต์นี้ อย่างไรก็ตาม กิมาไรส์มองว่านั่นคือการพูดที่มีเจตนาเพื่อเบี่ยงเบนความคาดหวังและแรงกดดัน
มิดฟิลด์จากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กล่าวกับสื่อ Caze TV ว่า “เขาเจ้าเล่ห์มากในสิ่งที่เขาพูด เขาพยายามโยนความรับผิดชอบทั้งหมดมาให้เรา แต่พูดตามตรง ผมไม่สนใจสิ่งที่คนอื่นพูด ฟุตบอลมันตัดสินกันในสนาม สิบเอ็ดคนปะทะสิบเอ็ดคน มันจะเป็นเกมที่เข้มข้นแน่นอน พวกเขาเองก็มีจุดแข็ง โดยเฉพาะเรื่องลูกกลางอากาศ เราต้องเล่นอย่างชาญฉลาด เขาเจ้าเล่ห์จริง ๆ เพราะพยายามลดแรงกดดันจากฝั่งเขา เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม”
ในส่วนของแผนการแท็กติกเพื่อหยุดฮาแลนด์ กิมาไรส์เปิดเผยว่าทีมบราซิลได้ฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อรับมือกับจุดแข็งเฉพาะตัวของนอร์เวย์ โดยเฉพาะพละกำลังและเกมลูกโด่ง เขาเน้นว่าการทำให้ฮาแลนด์ ซึ่งยิงไปแล้ว 5 ประตูในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ไม่ได้รับบอลจากเพื่อนร่วมทีม ถือเป็นภารกิจสำคัญของลูกทีม คาร์โล อันเชล็อตติ
“ผมเคยเจอกับเขามาแล้ว สำหรับผม เขาคือหนึ่งในกองหน้าที่เก่งที่สุดในโลกเทียบเท่ากับ แฮร์รี่ เคน เราต้องพยายามไม่ให้บอลไปถึงเขา ต้องเล่นเกมเพรสซิ่งตั้งแต่แดนหน้าเสมอ มีคนคอยประกบใกล้ ๆ ไม่ให้เขามีพื้นที่ เพราะเรารู้ดีว่าบอลแค่ลูกเดียวก็อาจตัดสินเกมได้ เราต้องไม่ปล่อยให้เขาได้บอลลูกนั้นในวันพรุ่งนี้” กิมาไรส์กล่าว
นอกเหนือจากการรับมือฮาแลนด์ เกมนี้ยังมีการดวลที่น่าสนใจในแดนกลางระหว่าง กิมาไรส์ กับ มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีมอาร์เซน่อล โดยมิดฟิลด์ชาวบราซิลที่วิ่งรวมไปแล้วกว่า 44.4 กิโลเมตรใน 4 นัดที่ผ่านมา แสดงความตื่นเต้นที่จะได้ทดสอบฝีเท้ากับอีกหนึ่งจอมทัพแห่งพรีเมียร์ลีก
“ผมหวังว่าจะเป็นฝ่ายเหนือกว่า” กิมาไรส์ยอมรับเมื่อถูกถามถึงการปะทะกับโอเดการ์ด “เกมฟุตบอลเป็นเรื่องของทีม แต่การดวลส่วนตัวก็มีความสำคัญ เราต้องอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด เพราะบางครั้งทุกอย่างอาจตัดสินกันในไม่กี่จังหวะ พวกเขาเป็นทีมที่มีทีเด็ดจากลูกตั้งเตะหรือฟาวล์ เราต้องระวัง ผมอยากสร้างประวัติศาสตร์ต่อไป ผมคิดว่ามันจะเป็นเกมที่น่าสนใจ และขอให้ทีมที่ดีที่สุดชนะ และหวังว่าทีมนั้นจะเป็นเรา”
สำหรับกิมาไรส์ ฟุตบอลโลกครั้งนี้คือโอกาสแห่งการไถ่บาป หลังจากประสบการณ์ที่ไม่สู้ดีในกาตาร์เมื่อสี่ปีก่อน โดยในวัย 28 ปี เขากำลังเล่นฟุตบอลโลกครั้งที่สองในชีวิต พร้อมยอมรับอย่างตรงไปตรงมาถึงผลงานในฟุตบอลโลก 2022 ว่า “ตอนนั้นผมไม่สามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่” เนื่องจากได้ลงสนามเพียง 2 นัดจาก 5 เกมของบราซิล รวมเวลาลงเล่นเพียง 67 นาทีในฐานะตัวสำรอง
นอกจากนี้ มิดฟิลด์รายนี้ยังกล่าวว่าการที่บราซิลไม่เคยเอาชนะนอร์เวย์ได้เลย ถือเป็นแรงกระตุ้นพิเศษให้กับทีม “มันคือแรงจูงใจสำหรับพวกเราใช่ไหม? เพื่อทำลายสถิติที่ไม่ดี... เรารู้ว่ามันผ่านมานานมากแล้วตั้งแต่ทั้งสองทีมเจอกัน มีหลายสิ่งเปลี่ยนไป มันคือแรงผลักดัน เราอยากสร้างประวัติศาสตร์ของเราเองและฝากชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ของทีมชาติบราซิล พรุ่งนี้เรามีโอกาสนั้นอยู่ในมือ” เขากล่าวทิ้งท้าย