เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี CLA45 ใหม่ ขุมพลังไฟฟ้า 3 มอเตอร์ 680 แรงม้า มีให้เลือกทั้งแบบซีดานและแวกอน
ชาญชัย รัตนพงษ์ July 10, 2026 03:55 PM

บทเรียนที่ได้จากการพัฒนา เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที 4-ประตู รุ่นไฟฟ้า กำลังส่งผลดีต่อรถรุ่นอื่น ๆ ในตระกูลเอเอ็มจี และในครั้งนี้ก็ลงมาถึงระดับรถซับคอมแพ็กต์อย่าง เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ซีแอลเอ รุ่นใหม่ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พร้อมตัวเลขสมรรถนะที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง


แม้จะใช้ชื่อรุ่นเดียวกับรถเครื่องยนต์สันดาปรุ่นก่อนหน้าอย่าง “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ซีแอลเอ45 4เมติก+” แต่รถไฟฟ้ารุ่นนี้มาพร้อมระบบขับเคลื่อนใหม่หมด โดยติดตั้งมอเตอร์แกนฟลักซ์แบบแอกเซียล 3 ตัว ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในรุ่น จีที อีวี ให้กำลังรวมสูงสุด 680 แรงม้า เพิ่มขึ้นกว่า 250 แรงม้าเมื่อเทียบกับ ซีแอลเอ45 เครื่องยนต์ 4 สูบรุ่นเดิม แม้จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากแบตเตอรี่ขนาด 94 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทำให้น้ำหนักรวมทะลุ 5,000 ปอนด์ แต่รถรุ่นนี้ยังสามารถเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเพียง 2.7 วินาทีเท่านั้น


ระบบช่วงล่างแบบปรับได้ตามสภาวะการขับขี่มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 แบบ หนึ่งในนั้นคือโหมด “AMGFORCE S+” ชื่อแปลกตาที่ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ระบุว่าสามารถจำลอง “ประสบการณ์ขับขี่เหมือนเครื่องยนต์สันดาปของเอเอ็มจีอย่างแท้จริง” ซึ่งหมายถึงการสร้างเสียงเครื่องยนต์สังเคราะห์จำลองเสียง 4 สูบของรุ่นก่อนหน้า พร้อมการจำลองจังหวะเปลี่ยนเกียร์ เพื่อให้ผู้ขับรู้สึกใกล้เคียงกับรถเครื่องยนต์จริงมากที่สุด


ในฐานะที่ยังเป็นรุ่นย่อยของ ซีแอลเอ ไฟฟ้ารุ่นล่าสุด รถรุ่นนี้ยังคงโดดเด่นด้านระยะทางวิ่งและความเร็วในการชาร์จ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ระบุว่ารถสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 416 ไมล์ ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งคาดว่าตัวเลขนี้จะลดลงเหลือประมาณ 300 ไมล์ หากวัดตามมาตรฐานของ EPA ที่เข้มงวดกว่า เมื่อใช้เครื่องชาร์จที่รองรับกำลังสูงสุด 330 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ภายในเพียง 22 นาที และการชาร์จเพียง 10 นาทีจะเพิ่มระยะทางวิ่งได้ถึง 168 ไมล์ แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะอ้างอิงตามมาตรฐาน WLTP เช่นเดียวกันก็ตาม


ลูกค้าในยุโรปสามารถเลือก เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ซีแอลเอ45 ได้ทั้งแบบซีดานและแบบสเตชันแวกอน ซึ่งในที่นี้เรียกว่า “ชูตติ้งเบรก” ส่วนตลาดสหรัฐอเมริกา เว็บไซต์ Road & Track ได้รับคำแถลงจากผู้ผลิตหลังจากบทความเผยแพร่ว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ สหรัฐอเมริกา ประเมินพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและความชื่นชอบของผู้บริโภค เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ที่มีนวัตกรรมและสมรรถนะสูงซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า” อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจาก Car and Driver รายงานเพิ่มเติมว่ารถรุ่นนี้จะไม่ถูกนำเข้าจำหน่ายในสหรัฐฯ ทั้งในรูปแบบซีดานหรือแวกอน ดังนั้นคงต้องรอดูท่าทีต่อไป แต่คงไม่ควรคาดหวังมากนัก

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.