กลุ่มโฟล์กสวาเกนเตรียมลดจำนวนรุ่นรถลงครึ่งหนึ่งในแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
ชาญชัย รัตนพงษ์ July 10, 2026 03:58 PM

หลังการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลที่สำนักงานใหญ่ของโฟล์กสวาเกนในเมืองว็อล์ฟส์บวร์กเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ได้ประกาศแผนการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในหลายแบรนด์ โดยแผนดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การลดกำลังการผลิตโดยรวมภายในโรงงานของบริษัท รวมถึงการปรับลดจำนวนรุ่นรถที่มีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันลงได้มากถึงครึ่งหนึ่ง


คณะกรรมการบริหารได้ระบุในแผนอนาคตอย่างชัดเจนว่าจะยกเลิกรุ่นรถในกลุ่มตลาดที่มีความน่าสนใจน้อย โดยอาจลดจำนวนรุ่นทั้งหมดลงถึงครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นอีกก้าวในการปรับพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์เพื่อให้ได้อัตรากำไรที่สูงขึ้นแทนการเน้นยอดขายจำนวนมาก เพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา นายโอลิเวอร์ บลูเม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโฟล์กสวาเกน เคยยืนยันแผนที่จะลดกำลังการผลิตทั่วโลกจาก 12 ล้านคันต่อปี เหลือเพียง 9 ล้านคัน และได้กล่าวย้ำอีกครั้งในแผนที่ประกาศในวันนี้


นายอาร์โน อันท์ลิทซ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน กล่าวว่า “การลดต้นทุนที่ได้วางแผนไว้ก่อนหน้านี้ภายใต้โครงการที่ตกลงกัน ยังไม่เพียงพอภายใต้สภาพเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน เราจำเป็นต้องปรับโครงสร้างรูปแบบธุรกิจของเราใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เกิดการปรับปรุงอย่างยั่งยืนในเชิงโครงสร้าง ซึ่งเราจะทำได้ก็ต่อเมื่อเราลดความซับซ้อนในหลายด้านอย่างมาก ทั้งในพอร์ตผลิตภัณฑ์ แพลตฟอร์มเทคโนโลยี จำนวนสายการผลิต และระดับการตัดสินใจในองค์กร”


แน่นอนว่าการลดกำลังการผลิตย่อมส่งผลให้จำนวนพนักงานลดลงตามไปด้วย สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า นายบลูเมได้แสดงเจตนาที่จะลดพนักงานลงมากถึง 100,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นผลมาจากแผนปิดโรงงานผลิตในเยอรมนีจำนวน 4 แห่ง แม้ว่าข้อมูลนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการประท้วงของพนักงานจำนวนมากตามโรงงานต่าง ๆ ของแบรนด์ในเยอรมนี


เศรษฐกิจเยอรมนี อุตสาหกรรมยานยนต์ การปลดพนักงาน สหภาพแรงงาน การประท้วง

โฟล์กสวาเกนอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ทั้งจากปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในประเทศ ผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าที่ยังไม่โดดเด่น แรงกดดันจากผู้ผลิตจีน และมาตรการภาษีจากสหรัฐอเมริกา ปัจจัยทั้งหมดนี้ได้รวมกันสร้างความท้าทายอย่างมากให้กับบริษัท อย่างไรก็ตาม แบรนด์ยังคงมีผลิตภัณฑ์หลายรุ่นที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มแบรนด์ระดับพรีเมียม เช่น ปอร์เช่ ลัมโบร์กินี และออดี ซึ่งยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารุ่นเหล่านี้จะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด แต่ก็ไม่อาจมั่นใจได้ว่าจะรอดพ้นจากการปรับโครงสร้างครั้งนี้ทั้งหมด ปีนี้จึงอาจกลายเป็นอีกหนึ่งปีที่ถูกจดจำในฐานะช่วงเวลาที่มีการตัดสินใจครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.