อย่าพลาดทุกช่วงเวลาของฟุตบอลโลก
‘ดึงคนเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น’ - ฟุตบอลโลกบน TikTok: เมื่อครีเอเตอร์เปลี่ยนวิธีที่อเมริกาเหนือรับชมฟุตบอล
โครงการ Creator Correspondent ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้มอบโอกาสสุดพิเศษให้กับบุคลิกดังบน TikTok จำนวน 30 คน ได้เข้าถึงเบื้องหลังของฟุตบอลโลกอย่างใกล้ชิด และเผยให้เห็นถึงแนวทางใหม่ที่สื่อสังคมออนไลน์กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการรายงานข่าวฟุตบอลในอเมริกาเหนือ
ราเชล เดมิตา ได้รับคำเตือนว่าเธอยืนใกล้กรอบประตูมากเกินไป หนึ่งชั่วโมงก่อนการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกของทีมชาติโปรตุเกสกับทีมชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก คริสเตียโน โรนัลโด กำลังซ้อมยิงฟรีคิกใส่ประตูอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้รักษาประตูต้องเซฟลูกแล้วลูกเล่า เดมิตายืนอยู่เลยเสาออกไปเล็กน้อย มือถืออยู่ในมือ ถ่ายทุกช็อตของโรนัลโด จนกระทั่งผู้รักษาประตูคนหนึ่งขอให้เธอขยับออก เพราะหากพลาดเพียงครั้งเดียว ลูกบอลอาจพุ่งใส่เธอโดยตรง
ความใกล้ชิดนั้นสะท้อนบทบาทของเธอ เดมิตา ซึ่งเป็นที่รู้จักบน TikTok ในชื่อ @rademita คือหนึ่งใน 30 ครีเอเตอร์ที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้สื่อข่าวครีเอเตอร์สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ของฟีฟ่า การเข้าถึงของพวกเขาแสดงให้เห็นถึงทัวร์นาเมนต์รูปแบบใหม่ที่เน้นคลิปสั้นและเข้าถึงง่าย ซึ่งบางครั้งครีเอเตอร์สามารถเข้าใกล้นักเตะและสนามได้มากกว่านักข่าวทั่วไป ในหลายแง่มุม นี่คือฟุตบอลโลกแห่งยุคโซเชียลมีเดีย และเดมิตาพร้อมเพื่อนอีก 29 คนคือหลักฐานที่ชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงนี้
โรลโล โกลด์สเตาบ หัวหน้าฝ่ายกีฬาระดับโลกของ TikTok กล่าวผ่านอีเมลว่า “สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือฟุตบอลบน TikTok ไม่ใช่แค่การรับชม แต่คือการมีส่วนร่วม แฟนบอลฉลองประตู ถกเถียงเรื่องผู้เล่น แชร์ปฏิกิริยา สอนทักษะ ย้อนดูช่วงเวลาประวัติศาสตร์ และสร้างธรรมเนียมของตัวเองขึ้นรอบทัวร์นาเมนต์ สิ่งเหล่านี้สร้างวงจรที่ดี ที่ความหลงใหลของชุมชนช่วยดึงผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น”
'กระแสกำลังเปลี่ยน'
การได้สิทธิ์เข้าถึงฟุตบอลโลกไม่ใช่เรื่องง่าย และแน่นอนว่ามีความขัดแย้งระหว่างสื่อสิ่งพิมพ์หรือโทรทัศน์แบบดั้งเดิม กับคลิปสั้นไม่เกิน 60 วินาทีที่ครีเอเตอร์บน TikTok ผลิตออกมา ในอดีต ความแตกต่างนี้จะปรากฏทั้งในห้องนักข่าว ริมสนาม และบนโลกออนไลน์ แต่ทุกวันนี้ เส้นแบ่งเหล่านั้นเริ่มเลือนหายไป
เดมิตากล่าวว่า “กระแสกำลังเปลี่ยนไป และเราก็เริ่มเห็นแม้แต่สำนักข่าวใหญ่ ๆ หันมาดูว่าเราทำอะไรกันอยู่ เพราะเรารู้จังหวะของวงการกีฬาและเสียงของแฟน ๆ และฉันคิดว่านั่นคือสิ่งที่จำเป็น”
สิ่งนี้ยิ่งมีความสำคัญในฟุตบอลโลกที่จัดขึ้นในอเมริกาเหนือ ฟุตบอลยังคงเป็นกีฬาที่อยู่ในวงจำกัดในสองประเทศเจ้าภาพอย่างแคนาดาและสหรัฐอเมริกา การร่วมมือกับ TikTok เป็นกลยุทธ์ของฟีฟ่า แม้ว่าฟีฟ่าจะไม่ได้จ่ายเงินโดยตรงให้ครีเอเตอร์เหล่านี้ก็ตาม หากต้องการดึงแฟนบอลหน้าใหม่เข้ามา ก็ต้องให้พวกเขาเข้าถึงเนื้อหาได้ง่าย
โกลด์สเตาบกล่าวต่อว่า “ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ทั้งสวยงามและเปี่ยมอารมณ์ การยิงประตูที่ยอดเยี่ยม การเซฟสุดเหลือเชื่อ หรือการฉลองประตูที่น่าจดจำ สามารถเล่าเรื่องได้ครบถ้วนในเวลาไม่กี่วินาที ซึ่งทำให้มันเข้ากับคอนเทนต์แบบคลิปสั้นอย่างเป็นธรรมชาติ”
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือการวิเคราะห์เชิงลึกก็ได้รับความนิยมเช่นกัน
“สิ่งที่ผลักดันให้เกิดการเติบโตจริง ๆ คือผู้ชมไม่ได้ดูแค่ไฮไลท์ แต่ยังดูปฏิกิริยา การวิเคราะห์แทคติก เบื้องหลัง คำอธิบายจากครีเอเตอร์ และมุมมองของแฟน ๆ จากทั่วโลก ช่องทางเหล่านี้ทำให้กีฬานี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะสำหรับแฟนบอลหน้าใหม่หรือผู้ชมทั่วไป” โกลด์สเตาบกล่าวเพิ่มเติม
'ฉันจะช่วยอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น'
ผู้ตัดสินมักถูกวิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเสียของโซเชียลมีเดีย ทุกคนมีความคิดเห็นแต่ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจสิ่งที่เห็น ฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็เช่นกัน แม้จะไม่มีการตัดสินที่ขัดแย้งมากนัก แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับถูกขยายผ่านเนื้อหามากขึ้น ความโกรธถูกขับเคลื่อนบนแพลตฟอร์ม
ดาวิด เกอร์สัน เจ้าของบัญชี TikTok ชื่อ refsneedlovetoo ซึ่งเป็นผู้ตัดสินที่ได้รับใบอนุญาตจากฟีฟ่า ต้องการเปลี่ยนสิ่งนี้เล็กน้อย โดยเน้นการสร้างคอนเทนต์อธิบายการตัดสินในเกม
“เป้าหมายของแพลตฟอร์มฉันไม่ใช่เพื่อโน้มน้าวให้คนเชื่อว่าผู้ตัดสินถูกต้อง แต่เพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นบวกและสนับสนุนสำหรับทุกคนที่รักในเกมฟุตบอล ฉันเคยเป็นโค้ช เคยเป็นนักเตะ เป็นผู้ชม และเป็นส่วนหนึ่งของวงการนี้” เกอร์สันกล่าว
เขาพบว่าการอธิบายแทนที่จะตอบโต้ด้วยอารมณ์ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น เมื่อดูในคอมเมนต์ของเขา ผู้ที่ล้ำเส้นมักถูกว่ากลับจากคนดูเอง
“ฉันไม่เคยด่าหรือพูดในแง่ลบ แม้จะไม่เห็นด้วยกับผู้ตัดสิน ฉันก็จะไม่บอกว่าเขาเป็นคนไม่ดี แต่จะช่วยอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น มุมมองของพวกเขาคืออะไร และเหตุผลที่ตัดสินแบบนั้นคืออะไร” เกอร์สันกล่าว “ฉันเพียงช่วยให้ผู้คนเข้าใจฟุตบอลมากขึ้น”
แน่นอนว่าการเปิดเผยแบบนี้ทำให้เขาเป็นเป้าหมายของการโจมตีส่วนตัว ในช่วงแรกเขาได้รับข้อความข่มขู่หลายครั้ง บางคนถึงขั้นบอกว่าจะมาทำร้ายเขาที่บ้าน จนต้องแจ้งตำรวจหลายครั้ง
ทุกวันนี้ เกอร์สันประสบความสำเร็จมากขึ้น บัญชีของเขามีผู้ติดตามเกือบ 400,000 คนบน TikTok เขาได้รับเชิญให้ให้คำปรึกษากับสมาคมฟุตบอลสหรัฐฯ ถึงสามครั้ง และยังเป็นกระบอกเสียงต่อต้านการล่วงละเมิดผู้ตัดสิน
ในโลกโซเชียลที่เต็มไปด้วยคนเกลียดชัง เกอร์สันคือตัวอย่างของความสมดุล และช่วงซัมเมอร์นี้เขาไปตามสนามต่าง ๆ ในชุดผู้ตัดสินเพื่อสัมภาษณ์แฟนบอลเกี่ยวกับการทำหน้าที่ในสนาม และหากเกิดการตัดสินที่เป็นประเด็น เขาจะอธิบายไว้ในช่องของเขา
“เมื่อไม่กี่ปีก่อน แค่ได้ตั๋วฟุตบอลโลกสักใบก็ถือว่าประสบความสำเร็จ แต่ตอนนี้เรากำลังเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม ทำให้เกมสวยงามนี้สวยงามสำหรับทุกคนจริง ๆ” เขากล่าว
'ฉันพยายามทำให้พวกเขาดูเป็นมนุษย์'
โคดี เหงียน หรือที่ผู้ติดตามกว่า 400,000 คนรู้จักในชื่อ matchday.fc เริ่มต้นเมื่อสามปีก่อนด้วยการโพสต์เนื้อหาสร้างกระแส เขาพยายามเข้าร่วมวงสนทนาเรื่องฟุตบอลให้ได้มากที่สุด แม้บางครั้งจะใช้แนวทางเชิงลบ แต่ในที่สุดเขาก็พบว่ามันไม่ใช่ตัวตนของเขา เหงียนเป็นคนมองโลกในแง่ดีและชอบเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ เขาสังเกตว่าคลิปแบบนั้นได้รับการตอบรับดี
เขาชอบเสื้อฟุตบอลเป็นพิเศษ และเมื่อวันที่ 23 มีนาคม เขาโพสต์วิดีโอเกี่ยวกับชุดเหย้าของทีมชาติคูราเซา โดยอธิบายถึงความเชื่อมโยงของสีเสื้อกับสีสันสดใสของเมืองวิลเลมสตัด เมืองหลวงของคูราเซา คลิปนั้นได้รับยอดชมสูงมาก และทำให้เขารู้ว่าการเล่าเรื่องเชิงลึกในเวลาน้อยกว่า 90 วินาทีสามารถน่าสนใจได้จริง จากนั้นเขาทำคลิปเกี่ยวกับผู้รักษาประตู เอลอย รูม ของคูราเซา ที่สร้างสถิติ 15 เซฟในเกมกับเอกวาดอร์ ซึ่งก็ได้รับความนิยมเช่นกัน
“สื่อหลักมักจะพูดถึงนักเตะอย่างเมสซี โรนัลโด หรือผู้เล่นที่มีการประชาสัมพันธ์มากมาย แต่ฉันชอบเล่าเรื่องของนักเตะที่อยู่ในสนามจริง ๆ พวกเขาคือฮีโร่ เป็นมืออาชีพ และเก่งในสิ่งที่ทำ” เหงียนกล่าว
จากนั้นเนื้อหาของเขาในฟุตบอลโลกก็ขยายต่อเนื่อง ทั้งคลิปของ โวซินญา ที่เก็บคลีนชีต การที่กาตาร์เก็บแต้มได้ หรือการเจาะลึกความเชื่อมโยงของ อเล็กซ์ ฟรีแมน แข้งทีมชาติสหรัฐฯ กับลีก NFL ต่างได้รับความนิยม
นอกจากนี้ เขายังนำเสนอเบื้องหลังการสัมภาษณ์นักเตะชื่อดัง ซึ่งสร้างความสนใจมาก เพราะเขาเองไม่เคยพบกับนักฟุตบอลมาก่อน
“ฉันพยายามทำให้พวกเขาดูเป็นมนุษย์มากขึ้น เห็นว่าพวกเขาเป็นคนธรรมดา เหมือนเพื่อนของเราได้ นั่นคือมุมมองที่ฉันอยากให้ผู้ชมเห็น” เหงียนกล่าว
'ฉันรู้สึกถึงความรับผิดชอบ'
เกอร์สันและเหงียนต่างเป็นผู้สนับสนุนวงการฟุตบอลมานาน แต่ยังมีครีเอเตอร์อีกหลายคนที่สามารถนำสไตล์ของตนจากกีฬาหนึ่งไปสู่อีกกีฬาได้ เดมิตาเป็นตัวอย่างที่ดี เธอเริ่มจากการสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับบาสเกตบอล เคยเล่นในระดับมหาวิทยาลัยและรายงานข่าวรอบชิงชนะเลิศ NBA ก่อนจะเปลี่ยนมาทำคอนเทนต์ฟุตบอลช่วงก่อนฟุตบอลโลก เธอรู้จักนักเตะชื่อดังหลายคน เคยไปชมเกมเมเจอร์ลีกซอกเกอร์มาหลายครั้ง และรู้ว่ารูปแบบคอนเทนต์ของเธอสามารถปรับใช้ได้กับกีฬาอื่น เพียงแค่ต้องปรับรายละเอียดเล็กน้อย
“ฉันชอบทำวิดีโอที่มีเสียงบรรยายสนุก ๆ ตอนอยู่ในสนาม และฉันใส่ใจเรื่องการแต่งตัวมาก มีการวางแผนล่วงหน้าเพราะฉันชอบเตรียมชุดหรือเสื้อแข่งให้เข้ากับแต่ละงาน สิ่งเหล่านี้ทำให้คอนเทนต์ดูเป็นตัวฉันเอง” เธอกล่าว
เธอได้รับโอกาสสัมภาษณ์นักเตะหลังเกม ซึ่งเป็นสิ่งใหม่สำหรับเธอในวงการฟุตบอล แต่ด้วยพื้นฐานสื่อแบบดั้งเดิม เธอจึงปรับตัวได้รวดเร็ว และรู้ว่าทุกคำพูดจากนักเตะคือสิ่งที่แฟนบอลต้องการ
“นักเตะเหล่านี้มีชื่อเสียงมาก และเล่นให้สโมสรต่าง ๆ ทั่วโลก แฟน ๆ ของพวกเขาต้องการคอนเทนต์ทุกอย่างที่หาได้” เธออธิบาย
การผสมผสานระหว่างสไตล์ส่วนตัวกับสิทธิ์การเข้าถึงที่หาได้ยาก ทำให้ฤดูร้อนนี้ของเธอประสบความสำเร็จ แม้บางคนจะมองว่าเธอยังใหม่ในวงการฟุตบอล
“ฉันเข้าใจดีว่าฉันได้รับสิทธิ์ที่หลายคนในวงการสื่อทำงานมา 50 ปียังไม่เคยได้ แต่ในขณะเดียวกัน ฉันรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่จะต้องสร้างคอนเทนต์ที่สนุกและเข้าถึงได้สำหรับทุกคนที่ติดตามอยู่” เดมิตากล่าว
'TikTok คือหน้าจอที่สอง'
แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้ปราศจากคำวิจารณ์ บางคนมองว่าคลิปสั้นไม่อาจถ่ายทอดแก่นแท้ของฟุตบอลได้ครบถ้วน การย่อเกม 90 นาทีให้เหลือ 90 วินาทีอาจทำให้เสน่ห์ของเกมหายไปบ้าง
โกลด์สเตาบเชื่อว่าทั้งสองรูปแบบสามารถอยู่ร่วมกันได้
“แฟนบอลเข้ามาใน TikTok เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับกีฬา ไม่ใช่แทนที่การชมการแข่งขันสด การถ่ายทอดสดยังคงเป็นศูนย์กลางของประสบการณ์ แต่ TikTok เติมเต็มสิ่งรอบข้าง เช่น ความคาดหวังก่อนเริ่มเกม การสนทนาและการวิเคราะห์ระหว่างเกม รวมถึงปฏิกิริยาและการเฉลิมฉลองหลังเกม” เขากล่าว
“สำหรับแฟนบอลจำนวนมาก TikTok คือหน้าจอที่สองที่ทำให้การชมฟุตบอลสนุกขึ้น มันสร้างประสบการณ์ร่วมกับเพื่อน ครีเอเตอร์ และแฟนทั่วโลก พร้อมแนะนำผู้ชมใหม่ให้รู้จักกีฬานี้”
ฟีฟ่าเองก็มีส่วนช่วย โดยเปิดให้ชมฟรี 10 นาทีแรกของทุกแมตช์ผ่าน TikTok ก่อนที่ผู้ใช้จะต้องไปสมัครรับชมต่อในแพลตฟอร์มอื่น กระบวนการนี้มีเป้าหมายเพื่อดึงผู้คนเข้าสู่ฟุตบอล และตอบโต้คำวิจารณ์ที่ว่าเนื้อหาถูกตัดทอนเกินไป
นอกจากนี้ เป้าหมายของโครงการไม่ใช่แค่การตัดต่อช็อตยิงจักรยานอากาศหรือเซฟสวย ๆ แต่เพื่อเปิดพื้นที่ให้แนวคิดใหม่ ๆ ได้เกิดขึ้น
“แฟน ๆ แชร์ปฏิกิริยา สอนทักษะ ย้อนดูช่วงเวลาสุดคลาสสิก และสร้างธรรมเนียมของตัวเองรอบทัวร์นาเมนต์ ซึ่งสิ่งนี้สร้างวงจรที่ดีที่ความหลงใหลของชุมชนช่วยดึงผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น” โกลด์สเตาบกล่าวเพิ่มเติม
'ฉันได้รับความเคารพมากขึ้น'
เดมิตาไม่ได้โดนลูกฟรีคิกใส่ในที่สุด เธอขยับออกไปเพียงไม่กี่ก้าว และคลิปของโรนัลโดซ้อมยิงก็ได้รับชมกว่า 300,000 ครั้งและยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ครีเอเตอร์อีกหลายคนก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน เดมิตา เหงียน เกอร์สัน และอีก 27 คนต่างเห็นยอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้นในฤดูร้อนนี้ แม้จะไม่ได้รับค่าจ้างจากฟีฟ่าต่อคลิป แต่นี่คือความรับผิดชอบรูปแบบใหม่ที่เป็นผลพวงจากยุคสมัย ฟุตบอลโลกแห่งโซเชียลมีเดียอาจมีผู้ที่ไม่เห็นด้วย แต่พลังของแพลตฟอร์มนี้ชัดเจนให้เห็น และอาจเป็นอนาคตของเนื้อหาฟุตบอลก็ว่าได้
บางทีนั่นก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลย
“ฉันอยู่ในวงการนี้มานานกว่าสิบปีแล้ว และรู้สึกว่าตอนนี้ฉันได้รับความเคารพมากขึ้น” เดมิตากล่าว