ลิโอเนล เมสซี่ มีสถิติที่ยอดเยี่ยมอย่างน่ากลัวเมื่อเจอกับทีมจากอังกฤษในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
เมสซี่จะได้เผชิญหน้ากับทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งแรกในชีวิต ในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026
นักเตะวัย 39 ปีมีเส้นทางอาชีพในระดับชาติกับอาร์เจนตินาที่ยาวนาน โดยลงเล่นไปแล้ว 205 นัด แต่ไม่เคยเจอกับ “สิงโตคำราม” เลยแม้แต่นัดเดียว หากอาร์เจนตินาพ่ายในวันพุธนี้ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าอังกฤษจะเป็นทีมที่ปิดฉากเส้นทางทีมชาติของยอดแข้งรายนี้
อย่างไรก็ตาม เขาเคยเจอกับทีมจากอังกฤษหลายครั้งในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก สมัยที่ค้าแข้งกับบาร์เซโลนาและปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยมีผลงานที่โดดเด่นอย่างเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับบรรดาทีมระดับท็อปของพรีเมียร์ลีก
เกมกับ อาร์เซนอล
ลงเล่น: 6 นัด
ชนะ: 4 นัด
เสมอ: 1 นัด
แพ้: 1 นัด
ยิงได้: 9 ประตู
แอสซิสต์: 1 ครั้ง
เมสซี่เคยเผชิญหน้ากับอาร์เซนอล 6 ครั้งในแชมเปียนส์ลีก โดยทำได้ถึง 9 ประตู ซึ่งรวมถึงเกมที่ยิงคนเดียว 4 ประตูในรอบก่อนรองชนะเลิศฤดูกาล 2009/10
เขาแพ้เพียงครั้งเดียวในปี 2011 โดยชนะ 4 นัดและเสมอ 1 นัดจากการเจอกับ “ปืนใหญ่” ทั้งหมด
เกมกับ เชลซี
ลงเล่น: 10 นัด
ชนะ: 2 นัด
เสมอ: 6 นัด
แพ้: 2 นัด
ยิงได้: 3 ประตู
แอสซิสต์: 3 ครั้ง
เชลซีถือเป็นหนึ่งในทีมจากอังกฤษที่เมสซี่เจอแล้วไม่ค่อยเข้าทางนัก เขาชนะเพียงสองครั้งจากสิบเกม (ครั้งแรกในปี 2006 และครั้งสุดท้ายในปี 2018) แต่เสมอถึงหกนัด
เกมในปี 2018 เป็นรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยเมสซี่ยิงประตูแรกของตัวเองใส่เชลซีได้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังไม่เคยยิงได้เลยในการพบกันก่อนหน้านั้น
เขายังอยู่ในสนามตอนที่ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ยิงประตูสุดโด่งดัง ซึ่งสร้างเสียงอุทาน “โอ้โห!” ของ แกรี เนวิลล์ ที่กลายเป็นตำนาน
เกมกับ ลิเวอร์พูล
ลงเล่น: 4 นัด
ชนะ: 2 นัด
เสมอ: 0 นัด
แพ้: 2 นัด
ยิงได้: 2 ประตู
แอสซิสต์: 0 ครั้ง
เมสซี่มีทั้งช่วงเวลาที่ดีที่สุดและเลวร้ายที่สุดในการเจอกับลิเวอร์พูล
ในรอบรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2018/19 เขายิงสองประตูในเกมแรก หนึ่งในนั้นคือฟรีคิกสุดสวยที่เป็นประตูที่ 600 ในอาชีพของเขา
แต่ในเกมที่สอง ลิเวอร์พูลพลิกสถานการณ์จากตามหลังสามประตูเข้ารอบชิงชนะเลิศที่มาดริด โดยเมสซี่มีจังหวะปะทะกับ แอนดี โรเบิร์ตสัน หลายครั้งในแมตช์นั้น
เกมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ลงเล่น: 8 นัด
ชนะ: 6 นัด
เสมอ: 0 นัด
แพ้: 2 นัด
ยิงได้: 7 ประตู
แอสซิสต์: 2 ครั้ง
เมสซี่เจอกับแมนฯ ซิตี้ครั้งแรกในปี 2014 ในรอบน็อกเอาต์ของแชมเปียนส์ลีก และยิงได้ทั้งเกมเหย้าและเยือน
ในปี 2017 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาเจอกับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ในฐานะคู่แข่ง เขายิงแฮตทริกช่วยให้บาร์เซโลนาถล่มชนะ 4-0
จากนั้นในปี 2021 เขายิงประตูแรกให้ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในเกมรอบแบ่งกลุ่มกับแมนฯ ซิตี้ ที่สนามปาร์ก เดส์ แพร็งซ์
เกมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ลงเล่น: 6 นัด
ชนะ: 4 นัด
เสมอ: 1 นัด
แพ้: 1 นัด
ยิงได้: 4 ประตู
แอสซิสต์: 0 ครั้ง
หนึ่งในผลงานที่น่าจดจำที่สุดของเมสซี่คือในรอบชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกปี 2011 ที่สนามเวมบลีย์
ในเกมนั้น เขาคุมเกมได้ตั้งแต่นาทีแรกและทำให้กองหลังอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ ดูธรรมดาไปทันที
เขายังเคยทำได้ดีในนัดชิงปี 2009 ที่กรุงโรม ซึ่งเขาโหม่งทำประตูสำคัญช่วยให้บาร์เซโลนาคว้าแชมป์ยุโรป
เกมกับ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์
ลงเล่น: 2 นัด
ชนะ: 1 นัด
เสมอ: 1 นัด
แพ้: 0 นัด
ยิงได้: 2 ประตู
แอสซิสต์: 0 ครั้ง
การเจอกับสเปอร์สครั้งแรกเกิดขึ้นตอนที่พวกเขาใช้สนามเวมบลีย์เป็นรังเหย้าชั่วคราวระหว่างสร้างสนามใหม่
เมสซี่โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมอีกครั้งที่ “บ้านของฟุตบอลอังกฤษ” ด้วยการยิงสองประตูพาทีมคว้าชัย และเมื่อสเปอร์สบุกเยือนคัมป์ นู พวกเขาเสมอได้หนึ่งนัดซึ่งเพียงพอให้ผ่านเข้ารอบในฐานะอันดับสองของกลุ่ม
ผู้เล่นทีมชาติอังกฤษที่เคยดวลกับเมสซี่
นักเตะทีมชาติอังกฤษหลายคนในชุดปัจจุบันเคยเจอกับเมสซี่มาแล้วในอาชีพของพวกเขา
จอห์น สโตนส์ คือคนที่เจอเขามากที่สุด โดยลงเล่น 4 นัดให้แมนฯ ซิตี้เจอกับเมสซี่
แฮร์รี เคน เคยลงเล่นทั้งสองนัดในรอบแบ่งกลุ่มแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2018/19 ที่ท็อตแนมพบกับบาร์เซโลนา
มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงสนามให้แมนฯ ยูไนเต็ด ในรอบก่อนรองชนะเลิศปีเดียวกันที่เจอบาร์เซโลนา
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เป็นกัปตันทีมลิเวอร์พูลในค่ำคืนนั้นที่ทีมพลิกชนะ 4-0 เข้ารอบชิงชนะเลิศ
ในปี 2023 ระหว่างที่ เจด สเปนซ์ ถูกยืมตัวไปเล่นให้แรนส์ เขามีส่วนร่วมในเกมบุกชนะปารีส แซงต์-แชร์กแมง ชื่อดัง โดยลงเล่นไป 78 นาทีก่อนถูกเปลี่ยนตัวออก และเล่นในตำแหน่งแบ็กขวาร่วมกับ เดซีเร ดูเอ ซึ่งปัจจุบันเป็นแนวรุกตัวเด่นของเปแอสเช