สั่งเด้ง ครูคอมพิวเตอร์ขอนแก่น ขัดจรวดหน้าห้องระหว่างสอน สั่งสอบสวนเข้ม
GH News July 14, 2026 10:09 AM

สั่งเด้ง ครูคอมพิวเตอร์ขอนแก่น ทำอนาจารสำเร็จความใคร่หน้าห้องระหว่างสอน สั่งสอบสวนเข้ม หากพบว่ามีความผิดจริง ดำเนินการถึงที่สุด

นายอภิชัย เสนาโยธี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 พร้อมนักจิตวิทยาโรงเรียน เจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงเรียนระดับประถมศึกษาแห่งหนึ่งใน อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น ภายหลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปอนาจารบนสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าครูชายอนาจารขณะทำการเรียนการสอนในห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน โดยใช้มือซ้ายจับที่หัวเด็กนักเรียนชาย ส่วนอีกมือหนึ่งทำการสำเร็จความใคร่

จากการประชุมร่วมกับรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้เกี่ยวข้อง เบื้องต้นโรงเรียนยืนยันว่าบุคคลที่ปรากฏในคลิปเป็นข้าราชการครูในสังกัดจริง อย่างไรก็ตาม ครูผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ในวันนี้ โดยได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการยื่นเรื่องลากิจแทน

นายอภิชัย เปิดเผยว่า หลังรับทราบรายงานได้ลงตรวจสอบห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ซึ่งถูกระบุว่าเป็นสถานที่ตามที่ปรากฏในคลิป พบว่าสภาพห้องเรียนในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิม ทั้งรูปแบบการจัดโต๊ะเรียนและสภาพภายในห้อง แต่ยังมีจุดบางส่วนที่สอดคล้องกับภาพในคลิป เช่น ตำแหน่งโต๊ะหมู่บูชาบริเวณด้านหน้าห้อง ขณะที่ข้อความบริเวณหน้าชั้นเรียนได้มีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

จากข้อมูลของครูในโรงเรียน เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นก่อนปีการศึกษา 2569 เนื่องจากมีการปรับปรุงและจัดรูปแบบห้องเรียนใหม่ก่อนเปิดภาคเรียน อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุช่วงเวลาที่เกิดเหตุได้อย่างแน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด เนื่องจากต้องรอผลการสอบสวนและพยานหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งเดิมทีโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รวม 29 คน มีข้าราชการครู 2 คน และไม่มีตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน จึงได้แต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนใกล้เคียงเข้ามารักษาการ

จากการรายงานของรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียน ระบุว่าในช่วงเย็นของวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 มารดาของครูผู้ถูกกล่าวหาได้โทรศัพท์มาแจ้งข้อมูลต่อโรงเรียน พร้อมระบุว่าบุตรชายได้ยอมรับกับตนว่าบุคคลในคลิปเป็นตนเอง และให้ตนเป็นผู้ประสานแจ้งโรงเรียน หลังได้รับแจ้ง โรงเรียนได้เชิญประธานและคณะกรรมการสถานศึกษาประชุมเพื่อรายงานเหตุการณ์โดยทันที ก่อนรายงานเรื่องต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในเช้าวันที่ 13 กรกฎาคม ภายหลังการลงพื้นที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 มีคำสั่งให้ครูผู้ถูกกล่าวหาไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่สอนนักเรียนระหว่างการสอบสวน พร้อมเตรียมแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และดำเนินการตามขั้นตอนด้านจรรยาบรรณวิชาชีพครูควบคู่กันไป

การดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของนักเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยหากผลการสอบสวนพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะดำเนินการตามระเบียบวินัยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด สำหรับผู้ปกครองของนักเรียนที่ปรากฏอยู่ในคลิป ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการสถานศึกษาในช่วงเช้าวันเดียวกัน โดยให้ข้อมูลว่าเด็กยืนยันว่าไม่ทราบถึงพฤติกรรมที่ถูกกล่าวหา เนื่องจากขณะเกิดเหตุหันหน้าเรียนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา และไม่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ ทั้งผู้ปกครองยังระบุว่า ครูผู้ถูกกล่าวหาเข้ารับราชการที่โรงเรียนแห่งนี้เป็นแห่งแรก ปฏิบัติหน้าที่มาเป็นเวลาประมาณ 6 ปี และที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว แต่พอเกิดเหตุแล้ว ทางผู้ปกครองมีความประสงค์เบื้องต้นไม่ต้องการให้ครูรายดังกล่าวกลับมาปฏิบัติหน้าที่สอนที่โรงเรียนอีก และพร้อมให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการสอบสวนตามขั้นตอน

ในส่วนของบทลงโทษ หากผลการสอบสวนพบการกระทำผิด ข้าราชการครูอาจถูกดำเนินการทางวินัยตามระดับความผิด โดยโทษวินัยร้ายแรงมีตั้งแต่ปลดออกจนถึงไล่ออก ขณะเดียวกันยังต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาด้านจรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่งมีโทษตั้งแต่ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ไปจนถึงเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งจะไม่สามารถกลับมาประกอบวิชาชีพครูได้อีก และจากลักษณะของคลิป มีข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเป็นการตั้งกล้องบันทึกภาพไว้เอง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าว รวมถึงช่วงเวลาที่เกิดเหตุและข้อเท็จจริงทั้งหมด ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะเร่งรัดการดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เบื้องต้นทราบว่าครูผู้ถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่สอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพียงห้องเดียว ซึ่งมีนักเรียนจำนวน 5 คน และจนถึงขณะนี้หน่วยงานต้นสังกัดยังคงอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกด้าน ก่อนสรุปผลและดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

ข่าวล่าสุด
© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.