ผู้เชี่ยวชาญด้านดับเพลิงและนักวิชาการชี้ เปลวไฟที่พุ่งออกจากประตูต่อเนื่องนาน เกิดจาก Pressure Buildup ไม่ใช่ Backdraft หรือ Flashover
เปลวไฟที่พุ่งออกมาจากประตูโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว อย่างรุนแรงและต่อเนื่องเป็นเวลานาน ไม่ได้เกิดจากปรากฏการณ์ “แบ็คดราฟต์” (Backdraft) ตามที่มีการแชร์กันในโซเชียลมีเดีย แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการดับเพลิงระบุว่าน่าจะเป็นปรากฏการณ์ “ไฟจากแรงดันสะสม” (Pressure Buildup) มากกว่า
รศ. ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์อธิบายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า รายงานข่าวของบีบีซีไทยที่สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านดับเพลิงก็ให้ข้อมูลตรงกันว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ทั้งแบ็คดราฟต์และแฟลชโอเวอร์ (Flashover) โดยจุดสังเกตสำคัญคือเปลวไฟพุ่งออกมาต่อเนื่องยาวนาน ไม่ใช่การระเบิดครั้งเดียวเมื่อมีคนเปิดประตู
ความแตกต่างระหว่างสองปรากฏการณ์นี้อยู่ที่ต้นตอของแรงดัน แบ็คดราฟต์เกิดขึ้นเมื่อไฟภายในห้องขาดออกซิเจนจนใกล้ดับ เหลือเพียงความร้อนและก๊าซสะสม เมื่อมีคนเปิดประตูให้ออกซิเจนไหลเข้าไป ไฟจะระเบิดสวนออกมาทันที ส่วนไฟจากแรงดันสะสมนั้นตรงข้ามกัน คือไฟภายในยังลุกไหม้รุนแรงอยู่ตลอดเวลาและสร้างแรงดันขึ้นเรื่อยๆ จนก๊าซร้อนและเปลวไฟพุ่งทะลักออกมาเองโดยไม่ต้องรอออกซิเจนจากภายนอก
เพจ Rescue ๑๐๑ อธิบายกลไกเพิ่มเติมว่า เมื่อเกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่ปิดอย่างผับหรือบาร์ อุณหภูมิภายในอาจพุ่งสูงถึงหลักพันองศาเซลเซียสในเวลาไม่กี่นาที ทำให้อากาศขยายตัวอย่างรุนแรงจนเกิดแรงดันบวก ประกอบกับความร้อนที่เผาวัสดุอย่างโฟมและพลาสติกจนกลายเป็นก๊าซไวไฟเพิ่มปริมาตรมากขึ้นไปอีก เมื่อแรงดันเกินกว่าจุดอ่อนของโครงสร้างอาคารจะรับไหว เช่น กระจกแตกหรือมีคนเปิดประตู มวลก๊าซร้อนจะพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วและลุกไหม้ทันทีเมื่อสัมผัสออกซิเจนภายนอก กลายเป็นเปลวไฟขนาดใหญ่พุ่งออกจากช่องเปิด
สำหรับประชาชนหรือเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่อยู่ในเหตุการณ์เพลิงไหม้ลักษณะนี้ สัญญาณเตือนที่ต้องรีบถอยออกจากพื้นที่ทันทีคือ ควันพุ่งออกมาตามซอกประตูด้วยความเร็วสูงคล้ายมีแรงลมดัน ประตูสั่นหรือมีเสียงหวีดคล้ายลมพยายามดันผ่านช่องแคบ และกระจกหน้าต่างที่สั่นไหวหรือมีคราบดำสนิท ซึ่งบ่งบอกถึงความร้อนและแรงดันที่สะสมอยู่ภายใน
ข่าวล่าสุด