กรมอนามัย ยัน “ไข่สีรุ้ง” มีเชื้อแบคทีเรีย เป็นเรื่องจริง แนะห้ามรับประทาน เสี่ยงติดเชื้อ
กรมอนามัย ยืนยันโซเชียลแชร์ “ไข่สีรุ้ง” มีเชื้อแบคทีเรีย เป็นเรื่องจริง แนะห้ามรับประทาน เสี่ยงติดเชื้อ หากพบเจอให้ทิ้งทันที
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โพสต์ยืนยันจากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์แชร์ภาพไข่ดิบที่มีลักษณะเป็นสีรุ้ง โดยระบุว่าไม่สามารถทานได้เนื่องจากมีแบคทีเรีย Pseudomonas ทำให้ภูมิคุ้มกันแย่ลงนั้นเป็นข่าวจริงพร้อมอธิบายว่า
แบคทีเรีย Pseudomonas (ซูโดโมแนส) คือเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ ทั้งในดิน น้ำ อากาศ เป็นเชื้อที่มีความทนทานสูงมาก ชอบสภาพแวดล้อมที่ชื้น และที่สำคัญคือ “บางสายพันธุ์ชอบความเย็น” ทำให้สามารถเจริญเติบโตและทำให้อาหารบูดเน่าได้แม้จะแช่ไว้ในตู้เย็นก็ตาม
ความสามารถพิเศษที่ทำให้เกิด “ไข่สีรุ้ง”
แบคทีเรียกลุ่มนี้สามารถผลิตสารสีออกมาได้หลายชนิด เช่น สีเขียวอมฟ้า สีเหลืองเขียวเรืองแสง หรือสีแดงเข้ม เมื่อมันเข้าไปเจริญเติบโตในไข่ จึงทำให้ไข่เปลี่ยนสีไปจนดูเหมือนสีรุ้งนั่นเอง
ผลกระทบต่อสุขภาพ
- ทำให้อาหารเน่าเสีย: เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้นม เนื้อสัตว์ และไข่ บูดเน่า เปลี่ยนสี และมีกลิ่นเหม็น
- อันตรายต่อผู้ภูมิคุ้มกันต่ำ: สำหรับคนแข็งแรงทั่วไปมักไม่เป็นอะไร แต่จะก่อโรคในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือผู้ป่วย โดยอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่บาดแผล (เช่น แผลไฟไหม้) ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หรือติดเชื้อในกระแสเลือดได้
4 วิธีการป้องกันให้ปลอดภัย
เลือกซื้อจากแหล่งที่ชัวร์: ควรเลือกซื้อไข่และอาหารสดจากแหล่งที่สะอาดและน่าเชื่อถือ เก็บรักษาให้มิดชิด: จัดเก็บอาหารในภาชนะที่สะอาด ปิดมิดชิด และแช่เย็นในอุณหภูมิที่เหมาะสม รีบบริโภค ไม่แช่ทิ้งไว้นาน: แม้จะแช่ตู้เย็นแล้ว ก็ควรทานภายในระยะเวลาที่เหมาะสม เพราะเชื้อชนิดนี้โตในตู้เย็นได้ ผิดปกติให้ทิ้งทันที: หากพบว่าไข่หรืออาหารมีสี กลิ่น หรือลักษณะผิดปกติ (เช่น เป็นสีรุ้ง) ให้ทิ้งทันที และไม่ควรชิมเพื่อทดสอบเด็ดขาด เพราะอาจได้รับเชื้อโรคหรือสารพิษจากการเน่าเสียได้
ข่าวล่าสุด