คะแนนนักเตะทีมชาติสเปน พบ ฝรั่งเศส: โรดรี คุมเกมให้กระทิงดุ ขณะที่ มิเกล โอยาร์ซาบาล และ เปโดร ปอร์โร พาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026
อรุณี มาลัยทอง July 15, 2026 07:50 AM

ทีมชาติสเปนการันตีการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 หลังเอาชนะฝรั่งเศส 2-0 อย่างเด็ดขาดในคืนวันอังคาร ประตูจากลูกจุดโทษของมิเกล โอยาร์ซาบาล และลูกยิงครึ่งหลังของเปโดร ปอร์โร ช่วยให้กระทิงดุคว้าชัยในเกมที่ดัลลัส พร้อมส่งสัญญาณเตือนถึงอังกฤษและอาร์เจนตินาที่กำลังเตรียมตัวลงเล่นรอบรองชนะเลิศอีกคู่

สเปนครองเกมตั้งแต่เริ่ม และขึ้นนำกลางครึ่งแรกเมื่อ ลามีน ยามาล ถูก ลูคัส ดีน ทำฟาวล์ในเขตโทษ ก่อนที่โอยาร์ซาบาลจะสังหารไม่พลาดจากจุดโทษ กระทิงดูน่าจะได้ประตูที่สองเช่นกัน เมื่อ ฟาเบียน รุยซ์ มีโอกาสยิงระยะใกล้แต่ถูกอูปาเมกาโนบล็อกไว้ หลังจากการต่อบอลสวยงามระหว่างยามาลและดานี โอลโม่

ครึ่งหลังเกมยังคงเป็นของสเปน และพวกเขาก็หนีห่างเป็น 2-0 เมื่อปอร์โรทำชิ่งกับโอลโม่บริเวณกรอบเขตโทษก่อนยิงผ่านมือไมค์ เมญ็องเข้าไปอย่างเฉียบคม

ยามาลเกือบทำประตูที่สามได้ไม่นานหลังจากนั้น เมื่อเขาหลุดเข้าไปแล้วยิงโค้งเสียบสามเหลี่ยม แต่ความดีใจต้องหยุดลงเมื่อ VAR ชี้ว่าเขาอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าเล็กน้อย

ฝรั่งเศสพยายามอย่างหนักที่จะกลับเข้าสู่เกม แต่ยกเว้นโอกาสยิงหลุดกรอบสองครั้งจากคีลิยัน เอ็มบัปเป้ พวกเขาไม่สามารถสร้างความกดดันได้มากพอที่จะตีไข่แตกหรือทำให้เกมกลับมาสนุกอีกครั้ง

ต่อไปนี้คือคะแนนนักเตะทีมชาติสเปนจากสนามดัลลัส...

ผู้รักษาประตูและกองหลัง

อูไน ซิมอน (7/10): แทบไม่ต้องออกแรงเซฟจังหวะอันตราย แต่แสดงให้เห็นถึงความเร็วและการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมเมื่อออกมาป้องกันเอ็มบัปเป้ในครึ่งแรก

เปโดร ปอร์โร (8/10): แม้จะมีจังหวะลุ้นเล็กน้อยในช่วงต้นเกมกับบาร์โกลา แต่เขาก็ค่อย ๆ ปรับตัวและเล่นได้มั่นใจทั้งเกมรับและเกมรุก พร้อมยิงประตูที่สองให้ทีมด้วยความนิ่ง

เปา คูบาร์ซี (9/10): อ่านเกมได้ยอดเยี่ยม คอยสกัดและตัดบอลสำคัญหลายครั้งในเขตโทษ โชว์ความสามารถในการเลี้ยงบอลพาบอลขึ้นได้ดีระหว่างเกมที่โดดเด่นของเขา

อาเมอริก ลาปอร์ต (8/10): ใช้ประสบการณ์สูงควบคุมแนวรับของสเปนในการเผชิญหน้ากับประเทศบ้านเกิดของเขาเอง แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความเยือกเย็น

มาร์ก กูกูเรยา (8/10): หลังจากได้รับใบเหลือง เขาก็กลับมาเล่นได้อย่างมั่นใจและหยุดการรุกของทั้งโอลีเซและเดมเบเล่ได้ดี การตัดสินใจของแบ็กซ้ายรายใหม่จากเรอัล มาดริดถือว่ายอดเยี่ยม

กองกลาง

ฟาเบียน รุยซ์ (7/10): คุมเกมแดนกลางได้ดี แม้บางจังหวะจ่ายบอลเสี่ยงไม่สำเร็จ เขาอาจเสียดายที่พลาดโอกาสทำประตูในครึ่งแรกเมื่อถูกอูปาเมกาโนบล็อกไว้

โรดรี (9/10): คุมเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกครั้งจากผู้คว้ารางวัลบัลลงดอร์ปี 2024 ชนะการปะทะหลายครั้ง คุมจังหวะการเล่นด้วยการจ่ายบอลที่แม่นยำ และเป็นหัวใจสำคัญของทุกการขึ้นเกมของสเปน

ดานี โอลโม่ (9/10): ทำได้ดีเยี่ยมในพื้นที่แคบ พาบอลไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจและมีเทคนิคสูง โดยเฉพาะจังหวะที่เขาจ่ายบอลให้ทีมได้ประตูที่สอง

กองหน้า

ลามีน ยามาล (8/10): เล่นด้วยความฉลาดจนเรียกลูกโทษได้ และทำให้ดีนต้องเจองานหนักตลอดทั้งเกม น่าเสียดายที่ประตูของเขาถูกยกเลิกเพราะล้ำหน้าเล็กน้อย

มิเกล โอยาร์ซาบาล (8/10): แม้จะมีส่วนร่วมไม่มากนัก แต่ลูกจุดโทษของเขาเฉียบขาด และยังลงมาช่วยเชื่อมเกมในแดนกลางได้ดีหลายครั้ง

อาเล็กซ์ บาเอนา (6/10): ทำงานหนักทางฝั่งซ้ายแต่ไม่มีจังหวะสร้างความแตกต่างในพื้นที่สุดท้ายมากนัก

ผู้เล่นสำรองและผู้จัดการทีม

เฟร์ราน ตอร์เรส (5/10): มีโอกาสโหม่งให้ทีมหนีเป็น 3-0 หลังลงสนามแทนโอยาร์ซาบาลแต่พลาดเป้า

มิเกล เมริโน (6/10): ลงมาแทนโอลโม่ในช่วงท้ายเกมโดยไม่มีโอกาสแสดงผลงานเด่น

เปดรี (6/10): แสดงให้เห็นถึงทักษะการเลี้ยงบอลที่โดดเด่นในเวลาสั้น ๆ ที่อยู่ในสนาม

มาร์กอส ยอเรนเต้ (N/A): ลงมาแทนปอร์โรในช่วงท้ายเพื่อพักผู้เล่นตัวหลัก

นิโก วิลเลียมส์ (N/A): ได้โอกาสโชว์สปีดทางฝั่งซ้ายหลังแทนบาเอนา

หลุยส์ เด ลา ฟวนเต (9/10): ทีมของเขาครองเกมเหนือคู่แข่งที่หลายคนมองว่าแข็งแกร่งที่สุดในทัวร์นาเมนต์ ลูกทีมของเขาเล่นได้อย่างไร้ข้อผิดพลาดอีกครั้ง แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการดึงศักยภาพของผู้เล่นออกมาได้สูงสุด

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.