การแข่งขันชิงอันดับสามของฟุตบอลโลก ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นแมตช์ที่ไม่ค่อยมีใครอยากลงเล่น อาจมีความสำคัญมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการชิงรางวัลรองเท้าทองคำ (Golden Boot)
ในศึกฟุตบอลโลก 2026 เกม ‘บรอนซ์ไฟนอล’ หรือนัดชิงอันดับสาม จะเป็นเวทีที่ คีเลียน เอ็มบัปเป้ หนึ่งในผู้ท้าชิงรางวัลรองเท้าทองคำ ต้องพยายามรักษาตำแหน่งดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ไว้ให้ได้
ทีมชาติฝรั่งเศสของเอ็มบัปเป้ ต้องจบเส้นทางในรอบรองชนะเลิศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังพ่ายต่อทีมชาติสเปนที่เล่นได้อย่างมีระเบียบและเฉียบคม สามารถหยุดเกมรุกของฝรั่งเศสได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอ็มบัปเป้ ทำประตูในฟุตบอลโลกไปแล้วทั้งหมด 20 ประตู โดยในฟุตบอลโลก 2026 เขายิงได้ 8 ประตู ซึ่งทำให้เขามีโอกาสสูงที่จะครองตำแหน่งดาวซัลโว แต่คำถามคือ หากเขาทำประตูได้ในนัดชิงอันดับสาม ประตูเหล่านั้นจะนับรวมในสถิติของทัวร์นาเมนต์หรือไม่?
แม้หลายคนอาจมองว่านัดชิงอันดับสามเป็นเกมที่ไม่มีใครอยากลงเล่น แต่ความจริงแล้วมันยังคงเป็นการแข่งขันอย่างเป็นทางการของฟุตบอลโลก
ดังนั้น ประตูที่ทำได้ในแมตช์ชิงเหรียญทองแดง จะถูกนับรวมอย่างแน่นอน ในการชิงรางวัลรองเท้าทองคำ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ประตูก็คือประตู ยกเว้นกรณีที่ทำได้จากการดวลจุดโทษเท่านั้น
คีเลียน เอ็มบัปเป้ (8 ประตู)
ลิโอเนล เมสซี่ (8 ประตู)
เออร์ลิง ฮาแลนด์ (7 ประตู)
จู๊ด เบลลิงแฮม (6 ประตู)
แฮร์รี เคน (6 ประตู)
เลโอนีดัส ดาวยิงชาวบราซิล คือผู้เล่นคนแรกที่คว้ารางวัลรองเท้าทองคำพร้อมกับทำประตูในนัดชิงอันดับสามของฟุตบอลโลก
นักเตะผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้คิดค้นท่าจักรยานอากาศรายนี้ ทำสองประตูช่วยให้ทีมชาติบราซิลเอาชนะสวีเดน 4-2 คว้าอันดับสามในทัวร์นาเมนต์ปี 1938
ดาโว ซูเคอร์ ยังคงเป็นนักเตะคนล่าสุดที่คว้ารางวัลรองเท้าทองคำพร้อมกับทำประตูในนัดชิงอันดับสาม โดยเขายิงประตูชัยให้โครเอเชียเฉือนชนะเนเธอร์แลนด์ในฟุตบอลโลกปี 1998
หลังจากนั้น มีเพียงมีโรสลาฟ โคลเซ ของเยอรมนี ในปี 2006 และแฮร์รี เคน ของอังกฤษในปี 2018 ที่ได้ลงเล่นในเกมชิงเหรียญทองแดง แต่ทั้งคู่ไม่สามารถเพิ่มจำนวนประตูในทัวร์นาเมนต์ได้
ดีเอโก้ ฟอร์ลัน และโธมัส มุลเลอร์ ต่างก็ทำประตูได้ในนัดชิงอันดับสามของฟุตบอลโลก 2010 แต่ทั้งคู่เป็นส่วนหนึ่งของการเสมอกันสี่ทางในการชิงตำแหน่งดาวซัลโว โดยสุดท้าย มุลเลอร์ ได้รับรางวัลรองเท้าทองคำอย่างเป็นทางการเนื่องจากมีจำนวนแอสซิสต์มากกว่า