แลมบอร์กินีไม่เดินตามรอยเฟอร์รารีในเส้นทางเกียร์ธรรมดายุคใหม่ ผู้บริหารยืนยันชัดเจน
วรพล ศรีสมบูรณ์ July 15, 2026 03:15 PM

การเปิดตัวของ เฟอร์รารี 12ซิลินดรี มานูอาเล (Ferrari 12Cilindri Manuale) เมื่อไม่นานมานี้สร้างความประหลาดใจให้กับหลายคน เพราะเป็นการนำคันเกียร์แบบกรอบเหล็กกลับมาสู่สายการผลิตของมาราเนลโลอีกครั้ง แม้ว่าจะอยู่ภายใต้ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ก็ตาม ทำให้หลายคนสงสัยว่า แลมบอร์กินี จะเดินตามแนวทางเดียวกันหรือไม่

เฟเดริโก ฟอสชินี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและการขายของ แลมบอร์กินี กล่าวถึงเรื่องเกียร์ธรรมดาระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสื่อ Road & Track ในงานกู๊ดวูด เฟสติวัล ออฟ สปีด ปีนี้ว่า “ยังมีลูกค้าบางกลุ่มที่หลงใหลในสิ่งเหล่านี้อยู่ และผมคิดว่ามันเป็นโอกาส...แต่ไม่ใช่แนวโน้มหลัก เพราะประสบการณ์ด้านสมรรถนะและการขับขี่ที่แท้จริงนั้น คุณไม่สามารถสัมผัสได้จากเกียร์ประเภทนี้ เข้าใจไหม?”

เมื่อได้ยินฟอสชินีใช้คำว่า “โอกาส” เกี่ยวกับเกียร์ธรรมดา ก็ทำให้หลายคนตั้งความหวังขึ้นมา แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องเข้าใจคือ การรับรู้ถึงความต้องการของตลาดกับการออกแบบและผลิตเกียร์ธรรมดาขึ้นจริงนั้นแตกต่างกันมาก ฟอสชินีอธิบายว่า อุปสรรคสำคัญคือแนวทางของแลมบอร์กินีที่ยึดโยงกับวงการมอเตอร์สปอร์ต เพราะรถถนนของแลมบอร์กินีมักจะเดินตามแนวทางของรถแข่ง “และแนวโน้มในวงการแข่งตอนนี้มุ่งไปที่ระบบไฮบริดและเกียร์อัตโนมัติ ซึ่งสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้จากพวงมาลัยผ่านแป้นแพดเดิล นั่นคือทิศทางที่เราควรจะไปต่อ” ฟอสชินีกล่าว

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ อย่าคาดหวังว่าจะได้เห็นแลมบอร์กินีรุ่นเกียร์ธรรมดาในเร็ว ๆ นี้ ฟอสชินียังชี้ด้วยว่า เฟอร์รารี 12ซิลินดรี มานูอาเล นั้นผลิตในจำนวนจำกัด ไม่ใช่รุ่นผลิตประจำ

อย่างไรก็ตาม ความต้องการเกียร์ธรรมดาในรถสปอร์ตและซูเปอร์คาร์ระดับสูงยังคงมีอยู่ ตัวอย่างเช่น ปอร์เช่ 911 จีที3 (Porsche 911 GT3) ที่จำหน่ายในสหรัฐฯ มีสัดส่วนลูกค้าที่เลือกเกียร์ธรรมดาสูงถึงประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ หากมีตัวเลือกเกียร์ธรรมดาสำหรับรุ่นพิเศษบางรุ่น ตลาดก็มักจะตอบรับอย่างดี

นอกจากประเด็นเรื่องเกียร์ธรรมดา ฟอสชินียังพูดถึงความเป็นไปได้ในการนำชื่อรุ่นในตำนานกลับมาอีกครั้ง หลังจากการคืนชีพของ คูนทาช (Countach) โดยเขาระบุว่า การนำชื่อเก่ากลับมาใช้อีกจะต้องเป็นโครงการพิเศษที่มีความหมายต่อแบรนด์อย่างแท้จริง

“บางทีในอนาคตเราอาจเจอรุ่นใหม่ที่สร้างแรงบันดาลใจได้ในระดับนั้น” ฟอสชินีกล่าว “แต่โดยปกติแล้วเราจะไม่ชอบนำรถรุ่นเก่ามาปรับโฉมใหม่เพียงเพื่อให้มันกลับมามีชีวิตอีกครั้งในยุคปัจจุบัน หากไม่มีความหมายพิเศษเหมือนกับกรณีของคูนทาช เราจะไม่ทำ”

กล่าวได้ว่า แลมบอร์กินียังไม่ปิดโอกาสในการนำชื่อรุ่นระดับตำนานกลับมาอีกครั้ง โดยมีข่าวลือว่ากำลังมีการพัฒนารถรุ่นพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก มิวรา (Miura) ซึ่งอาจใช้พื้นฐานจาก เรฟเวลโต (Revuelto) และมีแนวโน้มว่าจะเปิดตัวในงาน มอนเทอเรย์ คาร์ วีค ปีนี้

สำหรับสายการผลิตปัจจุบัน ฟอสชินียังกล่าวถึงแนวคิดในการพัฒนาโมเดลต่อยอดจาก สเตร์ราโต (Sterrato) อีกด้วย โดยระบุว่า ฮูราคัน สเตร์ราโต (Huracan Sterrato) เป็นรถที่ขับสนุกเกินคาด และคงเป็นเรื่องน่าเสียดาหากมันจะเป็นซูเปอร์คาร์รุ่นเดียวของแลมบอร์กินีที่ออกแบบเพื่อการขับขี่แบบออฟโรด “ผมคิดว่ารุ่น เรฟเวลโต ก็สามารถนำแนวคิดสเตร์ราโตมาปรับใช้ได้เช่นกัน” ฟอสชินีกล่าว “แต่ถ้าต้องเลือกระหว่างซูเปอร์สปอร์ตสองรุ่น รุ่นที่เหมาะที่สุดคือ เทเมรารีโอ (Temerario) เช่นเดียวกับตอนที่เราเลือก ฮูราคัน เพราะมันลงตัวที่สุดทั้งในด้านการใช้งานประจำวัน เครื่องยนต์ และแนวคิดโดยรวมของรถ”

เราก็เห็นด้วยว่า เทเมรารีโอ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า เหมาะจะเป็นฐานสำหรับรถแนวออฟโรดมากกว่า แต่หาก เรฟเวลโต เครื่องยนต์วี12 ได้รับการพัฒนาในทิศทางนั้นจริง ก็คงเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นไม่น้อย ฟอสชินียังไม่ปิดโอกาสสำหรับการพัฒนา อูรุส (Urus) ให้มีความลุยมากขึ้น แม้ว่าอูรุสจะเป็นเอสยูวีที่มีสมรรถนะออฟโรดในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่การเพิ่มยางออลเทอร์เรนและออกแบบให้เหมาะกับการลุยมากขึ้น อาจทำให้ไลน์ผลิตภัณฑ์สเตร์ราโตสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ในระยะสั้นที่สุด สิ่งที่เราคาดว่าจะได้เห็นจากแลมบอร์กินีคือรุ่นใหม่ของ เรฟเวลโต ที่จะเปิดตัวในงานเพ็บเบิลบีช และรุ่น เทเมรารีโอ เวอร์ชันใหม่ก่อนสิ้นปี 2026 ทั้งคู่จะเป็นรถสมรรถนะสูงที่เน้นการขับขี่ในสนามแข่งมากกว่าการลุยออฟโรด ฟอสชินีกล่าวว่ารุ่น เรฟเวลโต ใหม่นั้น “ได้รับการปรับปรุงอย่างมากในด้านสมรรถนะ” และมีดีไซน์ที่ “เท่มาก ๆ” สมกับการเป็นแลมบอร์กินีเครื่องยนต์วี12 สุดขั้ว

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.