นายกฯ อนุทิน เยือนจีน หารือบิ๊กสายการบินจีน ผนึก 5 พันธมิตรรายใหญ่ หนุนจีนเที่ยวไทย
July 15, 2026 04:51 PM

วันนี้(วันที่ 15 กรกฏาคม 2569) จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคมนี้ โดยจะเยือน 3 เมือง ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และปักกิ่ง เพื่อหารือความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การลงทุน และความมั่นคงกับผู้นำจีน พร้อมเข้าร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก 2026 (World Artificial Intelligence Conference: WAIC 2026)


นายกอนุทิน เยือนจีน ระหว่างวันที่ 16–20 ก.ค.นี้
การเยือนครั้งนี้มีขึ้นในโอกาสครบรอบ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน โดยมีเป้าหมายกระชับความสัมพันธ์และต่อยอดความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ทั้งด้านการลงทุน และการท่องเที่ยว

นายกฯอนุทิน เยือนจีน หารือ ‘สี จิ้นผิง’ กระชับสัมพันธ์ความร่วมมือ 2 ประเทศ 

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า นายกรัฐมนตรีเตรียมเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ


สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
โดยมีกำหนดการเดินทางครอบคลุมหัวเมืองสำคัญอย่าง เฉิงตู และ ปักกิ่ง เพื่อหารือกับผู้นำระดับสูงและภาคธุรกิจระดับโลก หวังกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ผ่านมิติการลงทุนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 
ไฮไลต์สำคัญของการเยือนกรุงปักกิ่ง นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเข้าพบ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการเยือนอย่างเป็นทางการ (Official Visit) เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ


นายกฯอนุทิน เยือนจีน หารือ ‘สี จิ้นผิง’ กระชับสัมพันธ์ความร่วมมือ 2 ประเทศ
นอกจากนี้ ยังได้รับคำเชิญพิเศษให้ไปเยือนสำนักงานใหญ่ของ Alibaba เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวผ่านมิติของแอปพลิเคชันและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะทำงานร่วมกันในอนาคต

ดึงการลงทุนจีน-ฟื้นฟูความเชื่อมั่นท่องเที่ยวไทย

ทั้งนี้การเดินทางไปจีน นายกรัฐมนตรียังมุ่งเน้นภารกิจด้านการลงทุน โดยจะร่วมกับ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการเจรจาและชักชวนนักลงทุนชาวจีน รวมถึงบริษัทข้ามชาติในจีน ให้เข้ามาขยายฐานการผลิตและลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในระยะยาว
นอกจากจะส่งเสริมให้เกิดการลงทุนของจีนในไทยแล้ว ในแง่ของการท่องเที่ยว ก็จะมีหารือผู้ประกอบการจีน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวของประเทศไทย

หารือบิ๊กสายการบิน ผนึก 5 พันธมิตร ดึงนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพเที่ยวไทย

โดยกิจกรรม ณ นครเฉิงตู ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ช่วงบ่าย 15.00 น. เป็นต้นไป คณะของนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมหารือธุรกิจแบบตัวต่อตัว (One-on-One)  กับสายการบิน China Sichuan Airlines และบริษัท Meituan แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ดิจิทัลรายใหญ่ของจีน
เป้าหมาย คือ การเจรจาขยายความร่วมมือทางอากาศและการเชื่อมโยงเที่ยวบินตรง (Sichuan Airlines) รวมถึงการทำตลาดท่องเที่ยวผ่านแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ดิจิทัลรายใหญ่ของจีน (Meituan) เพื่อกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันตกของจีน
ส่วนกิจกรรม ณ กรุงปักกิ่ง (พิธีลงนาม LOI ใหญ่) ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 จะกิจกรรม ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) ของททท.ร่วมกับผู้บริหารของทั้ง 5 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ของจีน ได้แก่ CTG, Utour Group, China Comfort Group, AMAP และ TCP Red Bull
เป้าหมายเพื่อร่วมมือทางยุทธศาสตร์เพื่อโปรโมต "Amazing Thailand" ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพสูง ดึงข้อมูลการตลาดแบบ Smart Tourism และยกระดับความปลอดภัยเพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มพรีเมียมเข้าไทย นายสุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
ด้านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เปิดเผยว่า กำหนดการนายกรัฐมนตรีที่เฉินตูนายกรัฐมนตรีพบหารือบริษัทแบบ one-on-one (รายละ 30 นาที) กับ 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท ChangAn Automobile  2.บริษัท Eoptolink Technology 3.บริษัท Xiaomi Corporation และบริษัท Innolight Technology  

แอตต้า เสนอ 3 ยุทธศาสตร์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย-จีน

ด้านนายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่าภาคเอกชนเสนอ 3 ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ ต่อการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายกรัฐมนตรี (16–20 กรกฎาคม 2569) เพื่อช่วยในเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ ได้แก่ 
1. การส่งเสริมให้เกิดการยกระดับ Air Connectivity สู่ Regional Aviation Hub เชื่อมไทย–จีน เชื่อมอาเซียน เชื่อมยูเรเซียและยุโรป โดยเสนอว่าควรสนับสนุนการเพิ่มเที่ยวบินและเปิดเส้นทางบินใหม่ระหว่างไทย–จีน
โดยเฉพาะเมืองรอง การสนับสนุน Charter Flights และความร่วมมือระหว่างสายการบิน และการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อสู่อาเซียน และจากไทยสู่จีนเชื่อม Eurasia และ ยุโรป สร้างทางเลือกใหม่รองรับผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง 



อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)
2. จัดทำ Thailand–China Bilateral Tourism  Agreement ฉบับใหม่ ยกระดับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวจากการส่งเสริมตลาด สู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ โดยเสนอให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านการท่องเที่ยวไทย–จีน การพัฒนาความร่วมมือด้านข้อมูล การตลาด ความปลอดภัย และมาตรฐานบริการ และการส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาบุคลากร และ Smart Tourism
3. ร่วมขับเคลื่อน ASEAN–China Free Flow Tourism Strategy สร้างภูมิภาคการท่องเที่ยวไร้รอยต่อที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ข้อเสนอ คือ การจัดทำแผนการตลาดร่วม ASEAN–China การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมหลายประเทศ (Multi-country Tourism) การเชื่อมโยงระบบการเดินทาง การชำระเงินดิจิทัล และอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว และผลักดันแนวคิด Two-Way Tourism เพื่อสร้างการเดินทางสองทิศทางอย่างสมดุลและยั่งยืน
ทั้งนี้ภาคเอกชนเห็นว่าการเยือนจีนครั้งนี้ ควรมุ่งสร้าง “ความร่วมมือระยะยาว” มากกว่าการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวในระยะสั้น โดยใช้การเชื่อมโยงด้านการบิน การจัดทำกรอบความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว และการสร้างตลาดร่วมระหว่าง จีน–อาเซียน เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลาง Visitor Economy ของภูมิภาคในอนาคต
สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวไทย ก่อนเกิดโควิด-19 ไปปี 2569 อยู่ที่ 11.1 ล้านคน ปี 2566 อยู่ที่ 3.5 ล้านคน ปี 2567 อยู่ที่ 6.7 ล้านคน ปี 2568 อยู่ที่ 4.47 ล้านคน
สำหรับปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-8 ก.ค. มีนักท่องเที่ยวจีนอยู่  2.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 14.37% และตลอดทั้งปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยประมาณ 7.5-8 ล้านคน ขณะที่คนไทยเดินทางไปเที่ยวจีน ในปี 2568 อยู่ที่ 2.5 ล้านคน
ขณะเดียวกันประเทศจีน เพิ่งจะประกาศแผนพัฒนาการท่องเที่ยว ระยะ 5 ปีฉบับใหม่ที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีจีน ที่มุ่งมั่นในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการบริโภคและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
โดยรัฐบาลจีนตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ถึง 190 ล้านครั้งต่อปีภายในปี 2573 โดยคาดว่าจะสร้างรายได้กว่า 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 5.01 ล้านล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจีนจะขยายมาตรการยกเว้นวีซ่า (วีซ่าฟรี) และเพิ่มการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
รวมถึงมีแผนปรับปรุงและอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น การชำระเงิน การเดินทาง การสื่อสาร และการพัฒนาบริการหลายภาษา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

© Copyright @2026 LIDEA. All Rights Reserved.