นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) เปิดเผยว่า กรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) และผู้บริหารบีโอไอ ลงพื้นที่โรงงานแห่งใหม่ของบริษัท อนาล็อก ดีไวเซส (ประเทศไทย) หรือ ADI mujนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าการลงทุนและหารือทิศทางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก ซึ่งการลงทุนของ ADI 5nvเป็นตัวอย่างของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นปัจจัยสำคัญของคลื่นการลงทุนลูกที่ 3 ที่กำลังเข้าสู่ประเทศไทย
บริษัท ADI เป็นผู้นำผลิตชิปเฉพาะทางที่ใช้สำหรับการแปลงสัญญาณอนาล็อกเป็นดิจิทัล ระบบเซ็นเซอร์ และโซลูชันด้านการประมวลผลสัญญาณดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ โทรคมนาคม อากาศยาน ดิจิทัล พลังงาน และการแพทย์
ยักษ์ชิปโลกปักหมุดไทย ลงทุน 1.9 หมื่นล้าน ดันฐานออกแบบชิปอาเซียน
สำหรับการลงทุนในประเทศไทย บริษัท ADI ได้เริ่มต้นจากการควบรวมกิจการกับบริษัท แม็กซิม อินทริเกรดเต็ด โปรดักส์ เมื่อปี 2564 และได้ตัดสินใจขยายการลงทุนครั้งใหญ่ในส่วนต้นน้ำของเซมิคอนดักเตอร์ มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 19,000 ล้านบาท
ยกระดับฐานลงทุนในไทย
การขยายการลงทุนดังกล่าว ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของบริษัท ADI ในการยกระดับฐานลงทุนในประเทศไทยให้มีบทบาทสำคัญในระดับโลก โดยครอบคลุมกิจกรรมสำคัญทั้งการจัดตั้งศูนย์ออกแบบชิป (IC & PCB Design) การขยายกำลังการผลิตของศูนย์ทดสอบแผ่นเวเฟอร์และวงจรรวม (Wafer & IC Testing) การสร้างห้องปฏิบัติการวิเคราะห์และทดสอบผลิตภัณฑ์ (Failure Analysis & Reliability Lab)
รวมถึงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง โดยในปี 2568 ADI มีการส่งออกผลิตภัณฑ์จากประเทศไทยกว่า 98,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าการส่งออกจะขยายตัวถึงกว่า 130,000 ล้านบาทในปีนี้
จ้างงานคนไทยกว่า 1,300 คน
ปัจจุบัน ADI มีการจ้างงานบุคลากรไทยแล้วกว่า 1,300 คน ในจำนวนนี้เป็นนักวิจัยและวิศวกรไทยกว่า 450 คน และมีแผนขยายกำลังคนเพิ่มเป็น 2,500 คนในอนาคตอันใกล้ โดยจะเพิ่มวิศวกรอีก 500 คน และช่างเทคนิค 500 คน ซึ่ง ADI แตกต่างจากบริษัทชั้นนำอื่น ๆ ในประเทศไทย คือ ทีมผู้บริหารระดับสูงเป็นคนไทยทั้งหมด
ADI ให้ความสำคัญสูงสุดกับเรื่องบุคลากร โดยได้สร้างหลักสูตร Semiconductor Engineering พร้อมสร้างห้อง Lab ให้กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และร่วมมือกับสถาบันการศึกษากว่า 10 แห่งทั่วประเทศ ผ่านโครงการสหกิจศึกษา โดยนักศึกษาฝึกงานได้รับค่าตอบแทนพร้อมสวัสดิการ และมีอัตราการบรรจุเป็นพนักงานประจำเพิ่มขึ้นจาก 10% ในปี 2566 เป็น 53% ในปี 2569 สะท้อนเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนสำหรับคนรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
การที่ ADI ตัดสินใจขยายการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง และยังเน้นพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง รวมถึงตั้งศูนย์ออกแบบและทดสอบชิปขนาดใหญ่ เป็นบทพิสูจน์ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิตมูลค่าเพิ่มต่ำ แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นฐานออกแบบและทดสอบเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค ยกระดับบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์จากกลางน้ำและปลายน้ำ ขึ้นสู่ต้นน้ำที่มีมูลค่าสูงสุด บีโอไอจะเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันเป้าหมายชิปเมดอินไทยแลนด์ให้เกิดขึ้นจริง