เอมี มาร์ติเนซ เตรียมเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่คุ้นเคยเมื่อทีมชาติอาร์เจนตินาจะลงสนามพบกับทีมชาติอังกฤษ
ศึกฟุตบอลโลก รอบรองชนะเลิศระหว่างอาร์เจนตินากับอังกฤษครั้งนี้ ถือเป็นการพบกันของสองทีมที่มีประวัติยาวนานต่อกันในเวทีระดับโลก
แชมป์เก่าอย่างอาร์เจนตินามุ่งมั่นที่จะเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่สองติดต่อกัน โดยมีทีมชาติสเปนรออยู่ในรอบชิง หากพวกเขาผ่านอังกฤษได้ในรอบตัดเชือกนี้
ศึกที่เมืองแอตแลนตาครั้งนี้จะเป็นการพบกันอย่างเป็นทางการของทั้งสองทีมครั้งแรกนับตั้งแต่ทัวร์นาเมนต์ปี 2002 และนับเป็นครั้งแรกที่ ลิโอเนล เมสซี่ จะได้ดวลกับทีมชาติอังกฤษ
อย่างไรก็ตาม ทีมของโธมัส ทูเคิล ก็จะได้เจอกับนักเตะที่คุ้นเคยไม่น้อย เพราะผู้เล่นหลายคนในทีมชาติอาร์เจนตินามีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
มีนักเตะถึงแปดคนในทีมอาร์เจนตินาชุดนี้ที่เคยลงเล่นในพรีเมียร์ลีก โดยหนึ่งในนั้นคือ เอมี มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูของแอสตัน วิลลา ซึ่งถือเป็นจุดสนใจสำคัญของเกมนี้
นายทวารของแอสตัน วิลลา กลายเป็นฮีโร่ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 ที่อาร์เจนตินาเอาชนะฝรั่งเศส จากการเซฟสำคัญในช่วงต่อเวลาพิเศษและการดวลจุดโทษ
มาร์ติเนซสามารถป้องกันหนึ่งในสี่จุดโทษที่เผชิญหน้าได้ ซึ่งช่วยให้ทีมของ ลิโอเนล สกาโลนี คว้าแชมป์โลกสมัยที่สามในประวัติศาสตร์ของชาติ
เขายังได้รับรางวัลถุงมือทองคำประจำทัวร์นาเมนต์ หลังเก็บคลีนชีตได้ถึงสามครั้งระหว่างเส้นทางสู่ความสำเร็จในกาตาร์
สถิติการดวลจุดโทษของมาร์ติเนซกับทีมชาติอาร์เจนตินาอยู่ที่การเซฟได้ 10 ครั้งจาก 24 ครั้งที่เผชิญหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อชัยชนะเหนือฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ในรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022
ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ นายทวารวัย 33 ปีรายนี้ยังคงมีสถิติที่ยอดเยี่ยม โดยเก็บชัยชนะจากการดวลจุดโทษรวม 4 ครั้ง และแพ้ครั้งสุดท้ายตั้งแต่สมัยอยู่กับอาร์เซนอลในศึกคาราบาวคัพปี 2019
อย่างไรก็ตาม สถิติของมาร์ติเนซในการป้องกันจุดโทษในเกมเปิด (ไม่ใช่การดวลหลังต่อเวลา) กับทีมชาติอาร์เจนตินานั้นไม่ดีนัก โดยเขาเสียประตูจาก 5 ใน 6 ครั้งที่เผชิญหน้าจุดโทษในทุกรายการ
แฮร์รี เคน กัปตันทีมชาติอังกฤษ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำประตูใส่มาร์ติเนซได้ โดยเขายิงเข้าไปสองครั้งจากระยะ 12 หลาในช่วงที่ยังค้าแข้งกับท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์
หัวหอกของบาเยิร์น มิวนิก รายนี้ยังคงฟอร์มร้อนแรงในฟุตบอลโลกหนนี้ โดยยิงจุดโทษเข้าไปแล้วสองครั้งในการพบกับ ราอูล รันเกล ของเม็กซิโก และ โดมินิค ลิวาโควิช ของโครเอเชีย