วิกตอเรีย วิลาร์รูเอล รองประธานาธิบดีอาร์เจนตินา ก่อให้เกิดกระแสถกเถียงอย่างกว้างขวางก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า 2026 รอบรองชนะเลิศกับทีมชาติอังกฤษ หลังจากที่เธอพูดถึงข้อพิพาทหมู่เกาะฟอล์กแลนด์และเรียกทีมสิงโตคำรามว่า “ผู้รุกรานโจรสลัด” ในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X
“พรุ่งนี้เราจะลงเล่นกับผู้รุกรานโจรสลัด มันไม่ใช่แค่เกมฟุตบอลธรรมดา ๆ ฉันจะไม่พูดให้ถูกต้องทางการเมืองหรือทำเป็นไม่สนใจ การเจอกับอังกฤษมันมีความหมายมากกว่านั้น มันคือหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ (มัลวินาส) มันคือดีเอโก (มาราโดนา) มันคือเกมสุดท้ายของลีโอ (เมสซี) และมันคือการลุกขึ้นยืนต่อผู้รุกราน ขอให้อาร์เจนตินาจงเจริญ! เพราะจนกว่าเราจะสิ้นลมหายใจ เราจะยังคงเรียกร้องในสิ่งที่เป็นของเรา!” เธอเขียนเป็นภาษาสเปนละตินอเมริกาโดยมีการแปลความหมายในโพสต์บน X
ถ้อยแถลงของวิลาร์รูเอลมีขึ้นในช่วงที่ทีมชาติอาร์เจนตินา แชมป์เก่าฟุตบอลโลก กำลังเตรียมลงสนามพบกับอังกฤษที่เมืองแอตแลนตาในวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยมีตั๋วรอบชิงชนะเลิศเป็นเดิมพัน ผู้ชนะในนัดนี้จะเข้าไปพบกับทีมชาติสเปน ซึ่งเพิ่งเอาชนะฝรั่งเศส 2-0 เพื่อจองตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในอาชีพของ ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมอาร์เจนตินา ที่จะได้เผชิญหน้ากับอังกฤษเป็นครั้งแรกในเส้นทางทีมชาติอันยาวนานของเขา
แม้เมสซีจะรับใช้ทีมชาติมานานกว่า 20 ปี และเคยลงสนามพบกับทุกชาติที่เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาก่อน แต่เขาไม่เคยได้พบกับทีมสิงโตคำรามเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“พูดตามตรง มันพิเศษมาก” เมสซีกล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากชัยชนะเหนือสวิตเซอร์แลนด์ 3-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษในรอบก่อนรองชนะเลิศ
“มันเป็นเกมที่พิเศษเพราะนี่คือครั้งแรกของผม ผมเคยเล่นกับทุกทีมแล้ว ยกเว้นอังกฤษ และอย่างที่ผมพูดไปก่อนหน้านี้ มันพิเศษเพราะพวกเขาเป็นทีมใหญ่ เป็นมหาอำนาจ มันยอดเยี่ยมเสมอที่ได้เล่นกับทีมแบบนั้น ในเกมแบบนี้ และยิ่งไปกว่านั้นคือรอบรองชนะเลิศของฟุตบอลโลก” เขากล่าวเพิ่มเติม
นัดรอบรองชนะเลิศนี้ยังถือเป็นการปลุกชีพหนึ่งในศึกแห่งศักดิ์ศรีที่ยาวนานที่สุดของวงการฟุตบอลนานาชาติขึ้นมาอีกครั้ง อังกฤษและอาร์เจนตินาไม่ได้เผชิญหน้ากันในเกมแข่งขันอย่างเป็นทางการเลยนับตั้งแต่ฟุตบอลโลก ฟีฟ่า 2002 ซึ่งอังกฤษเป็นฝ่ายชนะไป 1-0
อาร์เจนตินาผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศหลังจากชนะทั้งสามนัดในรอบแบ่งกลุ่มสายเจ จากนั้นเอาชนะเคปเวิร์ด อียิปต์ และสวิตเซอร์แลนด์ในรอบน็อกเอาต์ ทีมแชมป์เก่าทำได้ถึง 9 ประตูในสามนัดล่าสุด ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในบรรดาทีมที่เข้ารอบสี่ทีมสุดท้าย
ขณะที่อังกฤษผ่านเข้ารอบด้วยชัยชนะสุดดราม่าเหนือทีมชาตินอร์เวย์ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ จากผลงานของจูด เบลลิงแฮม ที่ทำสองประตูในเกมดังกล่าว ก่อนหน้านั้นทีมสิงโตคำรามเฉือนชนะคองโกดีอาร์และเม็กซิโกด้วยผลต่างเพียงหนึ่งประตู แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่พาพวกเขามาถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งที่สี่ในประวัติศาสตร์ของทีม
สำหรับเมสซี การดวลกับอังกฤษครั้งนี้คือโอกาสในการเติมเต็มอีกหนึ่งบทที่ขาดหายไปในเส้นทางทีมชาติของเขา ส่วนสำหรับอาร์เจนตินาและอังกฤษ การพบกันครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งศึกที่เต็มไปด้วยเดิมพันสูง ซึ่งเพิ่มสีสันให้กับความเป็นคู่ปรับที่มีทั้งประวัติศาสตร์กีฬาและมิติทางการเมืองที่สืบทอดมายาวนาน